บทความที่ได้รับความนิยม


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

คุยกับ "แม่ค้าหน้าใส" บนถนนคนเดินแห่ง มฟล.

       ถนน คนเดิน กลายเป็นแหล่งช้อปของวัยทีน เพราะมีสินค้าครบวงจร ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า รวมถึงข้าวของกระจุกกระจิก ไปจนถึงขนมอร่อยๆ แบบที่เรียกว่า เดินผ่านครั้งเดียว ก็เป็นอัน สวย – หล่อ – อิ่ม มีความสุขในราคาไม่แพง ซึ่งบนพื้นที่ที่ไม่เป็นทางการอย่างถนนคนเดินที่ว่านี้ ราคาค่าวางแผงก็สนนราคาวันละไม่กี่สิบบาทเท่านั้น และนั่นจึงทำให้มีกลุ่มก้อนของพ่อค้าและแม่ค้าหน้าใสอยู่จำนวนมาก
       
"โบว์-นุ่น" สองแม่ค้าหน้าใส จากรั้ว มฟล.เจ้าของธุรกิจเล็กๆ บนถนนคนเดิน
       “จงรัก ไวไธสง” หรือ “น้องนุ่น” นักศึกษาชั้นปี 2 สำนักวิชาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) นุ่นเป็นสาวหน้าใสที่รักชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ จึงมักซื้อโปสการ์ดส่งถึงเพื่อนเป็นของฝากซึ่งหลังจากซื้อมาจนนับครั้งไม่ ถ้วนแล้ว ล่าสุดเธอก็ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและวางขายบนถนนคนมฟล.ที่ต่างก็หอบเสื่อ แบกโต๊ะ มาวางแผงด้วยเช่นกัน
     
       ท่ามกลางไอเดียขายฝันที่มาวางแผงมากมายในทุกๆ วันพุธ บริเวณอาคารส่วนหน้าของมหาวิทยาลัย ในช่วง 16.00 – 22.00 น. น้องนุ่น เล่าให้ฟังว่าเธอมีเป้าประสงค์อยากเก็บเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับไปเที่ยวเมืองปายกับกลุ่มเพื่อนๆ โดยใช้เวลาว่างจากเรียน เลือกรูปถ่ายที่สะสมไว้จากการเดินทางท่องเที่ยว และระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยออกขาย
"นุ่น" เจ้าของธุรกิจโปสการ์ด
       “รูปส่วนใหญ่ก็จะถ่ายจากกล้องมือถือ บ้าง กล้องดิจิตอลคู่ใจบ้าง ตกแต่งด้วยโปรแกรมแต่งภาพเล็กน้อยก่อนจะนำไปสั่งอัดที่ร้าน แล้วนำกระดาษอาร์ตมาปิดทับด้านหลัง ใส่ข้อความเล็กๆ น้อยๆ ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไป 500 บาท ก่อนนำมาวางขายที่ถนนคนเดิน” น้อง นุ่น เล่าถึงกรรมวิธีทำงาน และเล่าต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้หากมีค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ ก็มักจะขอเงินเพิ่มจากผู้ปกครอง แต่ครั้งนี้อยากลองเก็บด้วยตัวเองโดยกำไรจากการขายโปสการ์ด 3 รอบได้ทั้งหมดราว300 บาท ซึ่งแม้ตัวเลขยังไม่ใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เธอก็สนุกและได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มเติมอย่างมาก
นี้แหละฝีมือของสาวนุ่น
       “เริ่มจากรู้จักวางแผนการทำงาน เพราะเรียนหนังสือ และต้องทำของขายด้วย ก่อนจะถึงวันเสาร์-อาทิตย์ มีแผนไว้แล้วว่าตื่นนอนแล้วจะทำอะไรบ้าง ไปร้านถ่ายรูปหรือตัดกระดาษ ใช้เวลาได้เต็มวันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็รู้จักอดทน ที่สำคัญก็รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น เพราะบางวันกว่าจะขายโปสการ์ดได้แต่ละแผ่นใช้เวลานานมาก ทั้งที่ราคาแผ่นละสิบกว่าบาทเท่านั้นเอง” น้องนุ่น อธิบาย
"สายคล้องโทรศัพท์" ฝีมือแม่ค้าโบว์
       ส่วนแม่ค้าหน้าใสที่อยู่แผงถัดไปคือ “สุทิตา แก่นพรม” หรือ "น้องโบว์"นัก ศึกษาชั้นปีที่ 2 สำนักวิชาการจัดการการท่องเที่ยว มฟล. ทำสายคล้องโทรศัพท์มือถือมาวางขาย โบว์เล่าถึงที่มาในการลงมือทำงานเย็บปักถักร้อย ออกมาเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อนำมาวางขายบนถนนคนเดินในบริเวณ มหาวิทยาลัยว่า
     
       "เริ่มต้นจากชอบทำของกระจุกกระจิกไว้ ใช้งานเองเป็นงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นสายคล้องโทรศัพท์หรือกระเป๋าใส่สตางค์เล็กๆ ซึ่งพอเพื่อนเห็นก็เกิดความชื่นชม และอีกเหตุผลคืออยากมีรายได้พิเศษ ไว้เป็นกองทุนฉุกเฉินของตัวเอง"
       โบว์ ทำสายคล้องโทรศัพท์จากวัสดุพวกผ้า ตกแต่งด้วยกระดุมบ้าง ริบบิ้นบ้าง โดยฝากเพื่อนๆที่อยู่กรุงเทพฯซื้อพวกวัสดุอุปกรณ์จากย่านสำเพ็ง กรุงเทพฯ ครั้งละ 800 บาท ผลิตงานได้ 20 ชิ้น วางขายครั้งแรกไปแล้วได้กำไรอยู่ราว 200 บาท โดยมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรักงานแฮนด์เมดด้วยกัน
     
       เทคนิคการขายสำหรับการลงทุนสเกลเล็กๆ เท่าขนาดเสื่อหนึ่งผืน นักลงทุนหน้าใสคนนี้ บอกว่านอกจากจะต้องผลิตลินค้าให้น่าสนใจ ทนทานใช้งานได้จริงแล้ว ยังต้องรู้จักการจัดแต่งหน้าร้านเล็กๆให้น่าสนใจ เรียกให้คนหยุดชมสินค้าให้ได้
     
       “ต้องแต่งแผงให้น่าสนใจ เราขายของกับพื้นถนน แต่ถ้ามีไอเดียก็ทำร้านให้เก๋ได้ อย่างที่โบว์ทำคือไม่ได้วางสินค้าไว้กับพื้นเสื่อเฉยๆ ค่ะ แต่เอากรอบรูปใหญ่ๆ ที่เราไม่ได้ใช้แล้ว มาใส่ผ้าลายเก๋ๆไว้ข้างใน วางกรอบรูปหงายไว้กับพื้น วางสินค้าไว้ข้างบนนั้น จัดแสงด้วยโคมไฟ เท่านี้ก็เก๋มากแล้วค่ะ”
ลูกค้าเต็มเลย
       นอกจากเงิน 200 บาทนั้น น้องโบว์ยังได้การปันผลกำไรอีกรูปแบบหนึ่งจากการขายของบนถนนคนเดิน คือความกล้าที่มีค่ามหาศาลสำหรับตัวเธอ “ปกติ เป็นคนขี้อายมาก เรื่องจะให้พูดต่อหน้าคนเยอะๆ นั้นลืมไปได้เลย แต่เมื่อนำของมาวางขาย เราอยากให้ของเราขายได้ มันก็กล้าขึ้นมาเองค่ะ พูดเชิญชวนให้ลูกค้าซื้อ แรกๆ ก็ขัดเขิน แต่ตอนนี้ฉลุยเลยค่ะ เหมือนเราก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเองไปได้ แล้วก็มีเรื่องดีอื่นตามมาอีกด้วย คือพอเรากล้าพูดเราก็รู้จักคนมากขึ้น เมื่อก่อนจะรู้จักเฉพาะเพื่อนกลุ่มเล็กๆ แต่ตอนนี้ก็พูดคุยทักทายได้รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องมากขึ้นค่ะ” น้องโบว์ ขยายความถึงผลกำไรที่ตีค่าเป็นเงินทองไม่ได้                                    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Read More...


ดีไซน์เนอร์สิ่งทอไทยรุ่นใหม่ เอาใจคนรักบ้าน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
น.ส.ศิริพิชญ์ อัยยิมาพันธ์


น.ส.รดาชญา นาวานิมิตกุล หรือ “แนน”


น.ส.พิชาธร นวลได้ศรี


ในตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยมีความแปลกใหม่ เกิดขึ้นทุกปี ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่อนาคตของอุตสาหกรรมประเภทนี้ยังสดใสด้วยเยาวชนรุ่น ใหม่ไฟแรง ดังเช่นผู้ชนะเลิศการประกวดจากโครงการประกวดเคหะสิ่งทอ Home Textile Butterfly Award 2010 (ภายใต้โครงการสร้างมูลค่าสินค้าเคหะสิ่งทอไทย ปี 2553) ซึ่งจัดโดยกลุ่มงานกิจกรรมพิเศษด้านการออกแบบและแบรนด์ สำนักส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก ที่เปิดโอกาสให้เหล่าผีเสื้อนักดีไซน์ได้ค้นหาโอกาสให้กับตัวเอง และสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ผลิตที่จะได้เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ด้วย
      
       น.ส.รดาชญา นาวานิมิตกุล หรือ “แนน” อดีตนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันแนนเป็นนักวิชาการออกแบบ ของกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชนะเลิศจากผลงาน “Revive” ที่สร้างมุมมองธรรมชาติที่แตกต่างออกไป คือไม่ได้มองว่าธรรมชาติกำลังจะหมดไป แต่เป็นมุมมองเชิงบวกว่าธรรมชาติเมื่อมีการเวียน ว่าย ตาย เกิด ย่อมมีการเกิดใหม่ คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้น “พรม Revive” ของ แนนจึงสื่อให้เห็นถึงธรรมชาติที่กำลังจะผลิความงดงามและสร้างสิ่งสวยงาม ใหม่ๆ ให้โลกได้เห็น เป็นตัวแทนของความมีชีวิตชีวาภายใน space จะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงความรู้สึกถึงชีวิตและเวลา ระหว่างภายในและภายนอก space
      
       “ผลงานชิ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เข้าร่วมกิจกรรม Home Butterfly Textile Work Shop ซึ่งทำให้ได้ความรู้ก่อนลงมือผลิตจริง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอย่างบริษัท ซิลค์ อเวนู จำกัด ที่ให้แนวความคิดเกี่ยวกับโครงสร้างของผ้าและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับ ชิ้นงาน ถือเป็นผู้ให้คำปรึกษาชั้นดีจนทำให้เกิดผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาจริงๆ เพราะงานผ้าไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากภาพ 2 มิติ มาเป็น 3 มิติ แต่ต้องมีองค์ประกอบในเรื่องของวัตถุดิบ โครงสร้าง และรูปแบบการผลิต เพื่อให้ได้พื้นผิวและสัมผัสที่เหมาะสม ดังนั้นจะเห็นว่าเส้นใยที่เลือกใช้สื่อถึงความดิบ และความอ่อนนุ่มแบบธรรมชาติ เรียบง่ายแต่มีรายละเอียดมากมายราวกับมีชีวิต โครงสร้างของผ้าที่เลือกใช้ส่งเสริมแนวคิดของการปกปิด แอบซ่อน และสดใสเบิกบาน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่าก่อนที่จะเข้าสู่โลกของอุตสาหกรรมสิ่งทออย่าง เต็มตัว”
      
       ด้าน น.ส.พิชาธร นวลได้ศรี หรือ “น้ำ” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่งผลงาน “Water 2” ผ้าผืนที่นำไปประดับตกแต่งผนังหรือทำเป็นผ้าม่านได้ เข้ามาคว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการประกวด โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกที่กำลังลอยตัวอยู่ในน้ำ ซึ่งได้แปรเปลี่ยนจากความรู้สึกเริ่มแรกที่เป็นความสับสนวุ่นวายสู่ความสงบ นิ่งของจิตใจหลังจากที่ได้ว่ายน้ำไปสักระยะหนึ่ง
      
       “ผลงาน Water 2 ซึ่งเป็นผ้าผืนชิ้นนี้ เป็นงานที่ทอขึ้นมาเองกับมือโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากที่เข้าอบรมกับโครงการ โดยได้นำความรู้ที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทรนด์ การรวบรวมแรงบันดาลใจ กลั่นกรองความคิด การออกแบบ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มากที่ได้เข้าอบรมและถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัลอะไรเลย ก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับความรู้ทีได้รับไป” อนาคตนักออกแบบผ้าไทย กล่าว
      
       สำหรับ “เกด” น.ส.ศิริพิชญ์ อัยยิมาพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตย์ภาควิชาศิลปะอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับรางวัลชนะเลิศจากผลงาน “Marine” ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการอยู่ร่วมกับทะเล ผืนทะเลที่มีแสงแดดสะท้อนผ่านผืนผ้าม่าน ซึ่งถือเป็นเคหะสิ่งทอที่ได้รับความนิยมจากผู้รักการแต่งบ้านมากเป็นอันดับ ต้นๆ ผลงานดังกล่าวได้ใช้เวลาตั้งแต่กลั่นกรองไอเดียจนถึงผลิตเป็นชิ้นงานจริงรวม กว่า 1 เดือนครึ่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอย่าง Anita Silk ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยออกสู่ตลาดกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตทุกขึ้นตอน พร้อมทั้งเทคนิคการผลิตที่เหมาะสม
      
       “ในฐานะที่ตัวเองยังเป็นนักศึกษา การได้รับรางวัลในครั้งนี้ทำให้ภูมิใจมาก เพราะถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน การประกวดและการเข้าร่วม Work Shop ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้มากมายระหว่างเพื่อนจากสถาบันอื่นที่มีความ ชื่นชอบงานผ้าหรือกับอาจารย์จากสถาบันอื่นๆ และตั้งใจจะพัฒนางานผ้าไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโอกาสต่อๆ ไป”
       

       เวทีการประกวดอาจจะเป็นเวทีสร้างชื่อเสียงให้กับใครหลายๆ คน แต่ในขณะเดียวกันเวทีการประกวดก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ความ เป็น “มืออาชีพ” ของกลุ่มเยาวชน นักศึกษา เหมือนดังเช่นบรรดาผู้ที่ได้รับรางวัลจากเวทีประกวดเคหะสิ่งทอในปีนี้ ประสบการณ์ที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการมิใช่เพียงความภาคภูมิใจ แต่เป็นประสบการณ์จริงที่ทำให้ผลงานไม่ได้เป็นเพียงแค่ไอเดียหรือภาพวาดบน แผ่นกระดาษ แต่กลับมีตัวตนออกมาโลดแล่นอยู่ ในโลกอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างแท้จริง สำหรับนักศึกษาหรือเยาวชนท่านใดที่สนใจโครงการประกวดดีๆ เช่นนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.depthai.go.th/design

Read More...


"หลังคาใบตาลป้องลูกเห็บ"นวัตกรรมจากหนุ่มถาปัตย์ฯเกษตร

       นิสิตป.โท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่งผลงานนวัตกรรมใหม่“หลังคาใบตาลป้องกันลูกเห็บ”( A Development of Roof from Palmyra Palm Leaf for Hail-prone Area) แข็งแรง ทนทานแตกหัก ไม่ทำอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย เป็นวัสดุธรรมชาติ แถมหาง่าย
       


       “ชวาน พรรณดวงเนตร" นิสิตปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จุดประกายนำวัสดุธรรมชาติ “ใบตาล” ซึ่งมีความแข็งแรงด้วยรูปทรงแบบแผ่นพับมาทำเป็นหลังคาที่พักอาศัยเพื่อป้องกัน
       ลูกเห็บซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีพายุฤดูร้อนโดยเฉพาะภาคเหนือและ ภาคอีสานตอนบนของประเทศไทยและทำความเสียหายให้หลังคาบ้านที่ใช้วัสดุแผ่น แข็ง
      
       “ ผมมีไอเดียจะนำวัสดุทางธรรมชาติที่เราเคยเห็นมาทำเป็นหลังคา ผมก็เริ่มจาก  การหาวัสดุแล้วทดลอง นำใบตาลสดมาผึ่งไว้ครึ่งวัน ผ่าครึ่งใบตาลตามแนวก้านใบ ควั่นก้านใบบริเวณใกล้กับขั้วใบ และเฉือนก้านใบออกเป็นเส้นโดยไม่ให้ขาดออกจากก้านใบ โดยมี ผศ.ดร.สิงห์อินทรชูโต หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Waste Product Design เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา"
      
       
จากนั้นขั้นตอนต่อไปเจ้าของไอเดียบอกว่าให้หักก้านใบแล้วใช้ ส่วนที่เฉือนออกมาเย็บกับใบตาล โดยตับใบตาลแบบหักคอม้า  ที่เสร็จสมบูรณ์จะมีความยาวตามแนวก้านใบประมาณ 1.4-1.6 เมตร มีความกว้างตั้งฉากก้านใบประมาณ0.6 เมตร ไม่รวมปลายใบ”

      
       สำหรับโครงสร้างรองรับใบตาลนั้นไม่มีแปลนเนื่องจากใช้ความแข็งแรงของ ก้านใบเป็นแปได้ส่วนจันทันทำจากไม้ไผ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว (รูปที่ 3) มีระยะห่างจันทันประมาณ 04.-0.5 เมตร ระยะซ้อนทับด้านข้างประมาณ 0.2เมตร โดยหันด้านท้องใ บขึ้นด้านบน ทั้งนี้หลังจากการทดสอบหลังคาใบตาลแบบหักคอม้าสามารถต้านทานแรงกระแทกจากลูก เห็บขนาด 5เซนติเมตร ได้หลังคาใบตาลแบบหักคอม้า
      
       ทั้งนี้นิสิตป.โท บอกอีกว่า ไอเดีย นี้เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย สามารถ ใช้ตกแต่งรีสอร์ท สปา โรงแรม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากให้ความสวยงามแปลกตา เป็นวัสดุที่มีความทนทาน แต่ย่อยสลายได้ราคาถูก สามารถสร้างขึ้นเองได้ง่ายในท้องถิ่นโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ ที่สำคัญยังสอดคล้องกับการรณรงค์ในการใช้วัสดุธรรมชาติเพื่อลดภาวะโลกร้อน ได้ดีอีกด้วย
      

Read More...


มทร.พระนคร ผุดไอเดียเพิ่มมูลค่าตะกร้าแฮนด์เมด

     “งาน แฮนด์เมด”งานประดิษฐ์ทำมือ กำลังได้รับความสนใจ ด้วยความคิดไอเดียสร้างสรรค์นำเสนอผ่านสิ่งของทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ที่แปลก ใหม่ และเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยการตกแต่ง ผ่านขั้นตอนการทำที่ประณีต ตัดต่อ ตกแต่ง เรียงร้อยให้สวยงาม แค่นี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง
       ปัจจุบันไทยกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ ประกอบกับยุคเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้คนไทยจำนวนมากหันมาสนใจงานประดิษฐ์ทำมือ งานที่มีต้นทุนต่ำ ความคิดแปลกที่ไม่เหมือนใคร และสามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจและสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี งานประดิษฐ์ทำมือมีมากมายหลายอย่าง อาทิ กระเป๋าสาน, พวงกุญแจ, การ์ดอวยพร, สมุดไดอารี่, กรอบรูป,ตะกร้า เป็นต้น
      
       มทร.พระนคร จึงมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะประดิษฐ์ “ตะกร้าทำมือ” ตะกร้า หวายธรรมดาจากภูมิปัญญาชาวอ่างทองนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการตกแต่งลวดลาย ให้มีสีสันเป็นที่น่าสนใจของประชาชน เพื่อนำไปเป็นภาชนะของขวัญในเทศกาลต่างๆ ให้แก่ผู้คน และยังสอดคล้องกับยุคเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย
       รศ.ดวงสุดา เตโชติรส อธิการบดีมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยว่า มทร.พระนครได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งโลกอาชีพ มีกำหนดนโยบายการดำเนินงานตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว โดยใช้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
      
       "เรามุ่งเน้นให้คณาจารย์ และนักศึกษานำสิ่งของที่เหลือใช้มาประยุกต์ร้อยเรียง ตกแต่งให้สวยงาม เพื่อเพิ่มมูลค่าความสวยงามและน่าใช้ให้แก่สิ่งของนั้นๆ และสามารถสร้างประโยชน์ในการใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ และนักศึกษาให้มีความคิดสร้างสรรค์ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และสามารถนำความคิดนี้ไปต่อยอดประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองต่อ ไป”
       ด้าน รศ.บุษรา สร้อยระย้า รองอธิการบดีด้านวางแผนและพัฒนาคุณภาพมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผู้คิดค้นออกแบบลวดลายตะกร้าทำมือเปิดเผยว่า มทร. พระนคร จะคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่เป็นรูปแบบในการผลิตของขวัญที่แตกต่างกันออกไป
      
       "ในปีนี้มทร.พระนครมีแนวคิดเน้นหนัก ในเรื่องศิลปะความเป็นไทย โดยการออกแบบตะกร้าหวายงานฝีมือที่มีขายทั่วไป มาเพิ่มมูลค่าด้วยการตกแต่งลวดลาย ผูกโบว์ หรือประดับดอกไม้สร้างสีสันให้แก่ตะกร้าให้เป็นที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้ใช้ ให้เลือกซื้อเพื่อนำไปใช้สอย หรือนำไปเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลปีใหม่, เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น อีกทั้งตะกร้านี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้สอยตามสมควร ได้แก่ นำไปเป็นตะกร้าใส่บาตร หรือปิ่นโต เพื่อไปทำบุญที่วัด, ตะกร้าปิกนิคตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น”
      
       รศ.บุษรา กล่าวอีกว่า การออกแบบลายตะกร้าด้วยการตกแต่งลวดลายนี้ ไม่ใช่ศิลปะแนวใหม่ แต่มีพื้นฐานมาจากประเทศญี่ปุ่น จึงเล็งเห็นว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเราได้ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็หาได้ไม่ยาก ได้แก่ กาว กระดาษ ตะกร้า แปรงทาสี สเปย์เคลือบเงา ริบบิ้น โบว์ ดอกไม้ ซึ่งในการดำเนินงานสอนมีอาจารย์รุ่งฤทัย รำพึงจิต จากคณะคหกรรมศาสตร์เป็นผู้ฝึกสอนนักศึกษา โดยมีขั้นตอนในการทำดังนี้ ขั้นตอนแรกเริ่มจากการวัดกระดาษให้ขนาดใหญ่กว่าตะกร้าเพียงเล็กน้อย จากนั้นทากาวที่ตะกร้าให้ทั่ว นำกระดาษที่ตัดไว้แล้วมาลอกออกแล้วนำมาติดกับตะกร้า ให้กระดาษแนบกับตะกร้า แต่ต้องระวังอย่าให้กระดาษเป็นรอยยับ นำกาวมาทาให้ทั่วตะกร้าอีก 1 รอบ แล้วนำฟองน้ำชุบน้ำและกดแปะทับให้ทั่วตะกร้า ขั้นตอนนี้สำคัญมากต้องค่อยๆ แปะ ระวังอย่าให้กระดาษขาด และอย่าให้เกิดรอยยับ รอจนกว่าตะกร้าจะแห้งแล้วนำสเปย์เคลือบเงาฉีดให้ทั่วทั้งตะกร้า รอจนแห้ง มาถึงขั้นตอนสุดท้ายนำริบบิ้นหรือโบว์มาตกแต่งบริเวณมุมด้านข้างของตะกร้า เพื่อเพิ่มความสวยงามเท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
       จุดเด่นของตะกร้า คือ เป็นงานฝีมือละเอียดประณีตไม่เหมือนใคร มีลวดลายที่สวยงาม ราคาต้นทุนต่ำ ทำได้ง่าย และเพิ่มมูลค่าตะกร้าให้มีราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับอีกด้วย
      
       ผู้สนใจที่จะฝึกอบรมสอนทำ ตะกร้าทำมือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ อ.รุ่งฤทัย รำพึงจิต คณะคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โทรศัพท์ 085-116-1908, 02-281-9231-4

Read More...


ไอเดียจัดดอกไม้รับ'ปีกระต่าย'เติมสีสันงานเลี้ยง...วันพิเศษ


ดอกไม้ เป็นสื่อทางอารมณ์ที่เมื่อเรามอบให้ใครแล้วคนรับจะมีความสุข สดชื่น เบิกบาน และที่สำคัญยังเป็นตัวแทนความรู้สึกของคนให้ด้วยว่าอยากแสดงความรู้สึกอย่าง ไรต่อผู้รับ เช่น อยากส่งกำลังใจให้ อยากร่วมแสดงความยินดี หรืออยากให้งานเลี้ยงนั้นดูมีชีวิตชีวา ดังนั้นดอกไม้จึงเป็นสื่อของขวัญที่ดีในเรื่องของความรู้สึก ที่ไม่ว่าเทศกาลไหน ๆ เราก็จะเห็นว่ามีดอกไม้แทรกอยู่ด้วย

สำหรับ เทศกาลปีใหม่นี้ดอกไม้ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของงานรื่นเริงบันเทิงใจ หากใครสนใจอยากจัดดอกไม้ไว้ประดับงานเลี้ยงหรือมอบให้คนพิเศษเทศกาลต่าง ๆ ตลอดปี พ.ศ. 2554 พิทักษ์ หังสาจะระ หรือ “ครูกอล์ฟ” ครูสอนจัดดอกไม้ชื่อดังจากฟลาวเวอร์เดคคอร์ สตูดิโอ (Flower Decor Studio) ได้แนะนำ เทรนด์การจัดดอกไม้ในปี 2554 ว่า ถ้าพูดถึงการสร้างเทรนด์ของดอกไม้ออกมาก็เหมือนกับว่าการที่เราสวมใส่เสื้อ ผ้าลายจุดหรือลายดอก ทุก ๆ วันจนเกิดความจำเจ แต่การที่เราสร้างเทรนด์หรือรูปแบบอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวและอยากจะลองนำแบบใหม่มาใช้ เช่น สมัยก่อนไม่มีเทรนด์เสื้อผ้าแบบยับ ๆ แต่ปัจจุบันมี ทำให้เป็นเทรนด์ที่บางคนชอบหรือบางคนไม่ชอบก็ได้ ดอกไม้ก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้น การสร้างรูปลักษณ์ใหม่ ๆ ออกมาก็จะทำให้เกิดความแปลกใหม่และมุมมองที่ดีขึ้น
ดอกไม้ มีความสวยงามเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เราควรเน้นเรื่องของดีไซน์และรูปแบบการจัดที่น่าสนใจ โดยการใช้ศิลปะต่าง ๆ เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค การใช้อุปกรณ์ที่แปลกออกไป อย่างปีที่แล้วอาจจะใช้ดอกไม้อย่างเดียวจัดเยอะ ๆ แต่ปัจจุบัน อาจมีการใช้วัสดุตกแต่งเพิ่มขึ้น ซึ่งของบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัวเราก็สามารถนำมาใช้ได้ เช่น ขนนก ลูกปัด ลวดสี ซึ่งขนนกเราเคยเห็นนำมาใช้กับงานฝีมืออย่างอื่น ส่วนลูกปัดเราเคยใช้ปักกับเสื้อผ้า แต่ปีนี้เราจะนำมาใช้กับดอกไม้

เท รนด์การจัดดอกไม้ปีนี้ เราจึงเน้นเรื่องรูปแบบการจัดดอกไม้ที่ไม่กำหนดเรื่องรูปทรงมากเกินไป ส่วนสีสันเราก็ไม่อยากกำหนดว่าควรเป็นสีสดหรือสีสว่าง เนื่องจากถ้าเป็นงานแต่งงาน หลายคนก็ยังชอบเป็นสีหวาน ๆ เรียบโก้อยู่ จะมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ชอบเปรี้ยว ๆ สดใส ส่วนการจัดดอกไม้ทั่วไปยังคงเน้นสีสันสดใสอยู่ ฉะนั้นเทรนด์ในการจัดจะเน้นเรื่องเทคนิคมากขึ้น เช่น อาจจะนำดอกไม้ธรรมดามารวมเป็นดอกเดียวกันให้มันสวยขึ้น หรือเราจะจัดดอกไม้ที่มีแต่ดอกไม้ล้วน ๆ แต่อาจจะใช้โครงสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นงานศิลปะผสมกับธรรมชาติให้เกิดรูปลักษณ์ของศิลปะผสมผสานธรรมชาติที่ สวยงาม



การ จัดดอกไม้ออกมาให้เกิดความน่าสนใจนั้นบางทีดอกไม้ก็สวยงามในตัวเองอยู่แล้ว เราน่าจะหาสิ่งแปลกใหม่ หรืองานฝีมือเข้ามาช่วยทำให้ดอกไม้นั้นยิ่งดูมีคุณค่ายิ่งขึ้น และเวลาคนมองแทนที่จะมองดอกไม้สวยเพียงอย่าง เดียวก็ยังสามารถมองงานฝีมือที่เรานำมาประกอบการจัดดอกไม้ได้อีกด้วย

สำ หรับเทรนด์ของชนิดดอกไม้ปีนี้ ดอกไม้ที่มาแรงคือ “กล้วยไม้ประเภทฟาแลนด์ นอฟซีส” (Pha- land nopsis) “ดอกซิมบิเดี้ยม” (Cymbidium) และ “กุหลาบ” ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ ส่วนดอกไม้ใหม่ที่บ้านเราเริ่มมีกระแสนิยมคาดว่าจะเป็นเทรนด์ปีหน้าที่มาแรง อีก คือ “ดอกคาล่าลิลลี่” (Calalilly) และ “ดอกไฮเดรนเยีย” (Hy- drengia) เป็นดอกไม้สายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ โดย ฟาแลนด์ นอฟซีส มีหลายสี เช่น ขาวปะเหลือง เป็นสีที่คนนิยมค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีสีทอง น้ำตาล และสีใหม่ล่าสุดคือ สีครีมปะม่วง ส่วน ซิมบิเดี้ยม มีหลายสีเช่นกัน ได้แก่ เขียว ขาว ชมพู ส่วนดอกกุหลาบไม่ใช่แค่เทรนด์สีแดงอย่างเดียวแล้ว ปัจจุบันมีสีขาว สีพีชออก พาสเทล ก็เริ่มเป็นที่นิยม




เมื่อ เราทราบเทรนด์ดอกไม้และรูปแบบการจัดแล้ว ครูกอล์ฟมีไอเดียง่าย ๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีพื้นฐานทางด้านการจัดดอกไม้มาแนะนำว่า หลักง่าย ๆ คือเลือกดอกไม้สวย ๆ ปริมาณเยอะ ๆ นำมาแช่น้ำเฉย ๆ ก็จะทำให้ สวยแล้ว แต่ถ้าใครอยากจะ เล่นสีสันหน่อยอาจจะเลือกสีโมโนโทนก่อน ซึ่งการใส่ดอกไม้หลาย ๆ สีไม่ใช่สิ่งที่ผิดถือว่าสนุกดี เช่น เราอาจจะนำแจกันแก้วใส ๆ มา 1 ใบ หรือหลาย ๆ ใบ วางตรงโต๊ะกลางสำหรับจัดงานเลี้ยงปีใหม่ ซึ่งเราอาจจะวางแก้ว สูงบ้าง ต่ำบ้าง แล้วเรานำ ดอกไม้หลาย ๆ สี หลาย ๆ ประเภทมาใส่แก้ว แก้วหนึ่งก็ใช้ ดอกไม้ชนิดหนึ่ง เช่นแก้วนี้ใช้กุหลาบทั้งหมดเลือกเอาหน้าดอกให้เท่ากันรวมกันแล้วตัดก้านแช่ ลงไป หรือถ้าเป็นดอกไฮเดรนเยียก็ทำเหมือนกันจัดหน้าดอกให้เท่ากันและมัดก้านรวม กันแช่น้ำ และนำมาวางเรียงกันแค่นี้ก็สวยแล้ว




ส่วน คนที่มีพื้นฐานการจัดดอกไม้มาบ้างแล้วน่าจะมีลูกเล่นให้มากขึ้นมาอีกหน่อย เช่น ผสมผสานการใช้วัสดุอุปกรณ์แปลก ๆ เข้ามาในการจัดดอกไม้ด้วยก็จะทำให้แขกที่มางานเลี้ยงแทนที่จะได้ ดูดอกไม้เฉย ๆ ก็ทำให้ได้ เห็นอะไรที่สวย ๆ เพิ่มขึ้นอีกเยอะทำให้งานสนุกครึกครื้นและมีเรื่องราวให้พูดคุยมากมาย สำหรับกลิ่นดอกไม้ต้องเตือนไว้ก่อนว่าถ้าชอบส่วนตัวก็ไม่เป็นไรใช้ตกแต่งใน บ้านได้ แต่งานปาร์ตี้ไม่ควรใช้เพราะแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงบางกลุ่ม อาจจะแพ้กลิ่นดอกไม้ได้ ซึ่งเราไม่ทราบว่าใครแพ้กลิ่นไหนบ้าง ฉะนั้นถ้ามีงานเลี้ยงไม่ควรเลือกใช้ดอกไม้ที่มีกลิ่น แต่ถ้าอยากใช้จริง ๆ แนะนำให้ใช้ดอกไม้ไทยเพราะกลิ่นไม่อันตราย เช่น ดอกพุด



เทศกาล วาเลนไทน์ก็เช่นกัน ดอกกุหลาบยังเป็นอะไรที่เป็นกระแสนิยม เพียงแค่เราเลือกดอกกุหลาบดอกโต ๆ คุณภาพดี ๆ เพียงดอกเดียวแล้วนำมาผูกโบให้คนรับก็มีความสุขแล้ว แต่ถ้าใครอยากให้คนพิเศษที่คบกันมานานและอยากให้ช่อใหญ่ ๆ ก็ได้ เพราะถือว่าปีหนึ่งมีครั้งเดียว โดยครูกอล์ฟเสนอไอเดีย การประดิษฐ์ช่อดอกไม้วาเลนไทน์ ว่านำลวดสีมาดัดเป็นรูปหัวใจแล้วนำลูกปัดมาร้อย ตกแต่งให้ดูวาว ๆ จากนั้นนำดอกกุหลาบสีขาว 12 ดอกมามัดรวมกันตรงกลาง ซึ่งมีความหมายว่าฉันรักเธอ 1 ปีมี 12 เดือนก็รักทั้งหมด 12 เดือนเลยเป็นอะไรที่โรแมนติกมาก



การ จัดดอกไม้ประดับบ้าน ก็เช่นกันปัจจุบันมีให้ เลือกมากมายทั้งแบบสีสันสด ใสหรือแบบเรียบ ๆ ถ้าบ้านไหนชอบรูปแบบเรียบ ๆ ขอแนะนำไอเดียว่าให้ใช้ดอกไม้สีขาว เช่น กุหลาบขาว ลิลลี่ขาว คาล่าขาว แต่ต้องให้ใช้เยอะ ๆ หน่อย รวมกันตัดก้านให้เท่า ๆ กันแช่น้ำใส่แจกันแก้วใส ๆ เปลือยก้านแค่นี้ก็สวยแล้ว ซึ่งแจกันที่อยากแนะนำคือ ง่าย ๆ แต่ดูดีเป็น แก้วใส ๆ เนื้อแก้วดี ๆ รูปทรงสามารถคละรูปทรงได้ เช่น ทรงกระบอกสูง สั้น กลมและทรงแชมเปญ หากเราใช้แก้วใส ๆ น้ำสะอาด ๆ เลือกดอกไม้แต่ละสีเป็นกลุ่ม ๆ ก็สวยแล้ว แต่เทรนด์ปีนี้น่าจะนำอุปกรณ์หรือวัสดุเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่า และความงามของดอกไม้ที่มีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะ



หาก บ้านไหนมีใจรักในดอกไม้อยากประดับตกแต่งทุกวัน ก็ไม่ต้องซื้อดอกไม้แพง ๆ ก็ได้ให้ใช้ดอกไม้ที่หาได้ตามริมรั้วบ้าน เช่น ดอกเข็ม ดอกพุด ดอกพวงชมพู โดยเริ่มจากนำดอกเข็มซัก 3 พุ่ม ดอกพุดซัก 5-6 ดอก หาใบมะม่วงมาแซมและนำพวงชมพู ซึ่งลักษณะเป็นแบบไม้เลื้อยมามัดรวม ๆ กัน ก็จะได้ดอกไม้เป็นพุ่ม ๆ มีไม้เลื้อย ๆ จากพวงชมพูประดับไว้ที่โต๊ะอาหารหรือโต๊ะรับแขก ก็สวยสะดุดตาอย่าบอกใคร

ดอกไม้ เป็นสื่อแห่ง ความสุขที่แต่ละคนมีความชอบแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเมื่อดอกไม้มีความงามในตัวเองอยู่แล้ว เทรนด์การจัด ดอกไม้ปีนี้จึงไม่แปลกที่เราจะนำวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวมาช่วยเติมความเก๋ไก๋มากขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่เรามีใจรักและรู้จักฝึกฝนก็จะสามารถประดิดประดอยสื่อแห่งความสุขนี้ ได้แบบง่าย ๆ หรือใครอยากจะเรียนเพื่อเสริมพื้นฐานก็จะดีมาก เพื่อ สร้างความสุขให้ตัวเองและผู้อื่น สวัสดีปีกระต่ายค่ะ.



ตัวอย่างช่อดอกไม้ประดับแบบตั้งโต๊ะและแขวน

ครู กอล์ฟ ได้ประดิษฐ์ตกแต่งช่อดอกไม้ทั้ง 4 สไตล์เพื่อเป็นไกด์ให้เรานำไปลองทำดูดังนี้ ช่อแรก เป็นการนำดอกสาวน้อยเริงระบำสีเหลือง หรือออนซิเดี้ยม (Onchidium) และมินิฟาแลนด์ นอฟซีส มาประดับตกแต่งรวมกันโดยมีการนำลวดสีมาดัดไปมาเป็นฐาน จนได้ช่อดอกไม้สีสันสะดุดตา นิยมนำไปจัดใส่แจกันตรงเตี้ย ๆ เก๋ ๆ ประดับในงานเลี้ยงต่าง ๆ



ช่อ ที่ 2 เป็นการนำถุงใส่ของสีน้ำตาลที่ไม่ใช้แล้วนำมาทำให้ยับ ๆ ทำเป็นฐานดอกไม้ใช้เชือกกระสอบมัด จัดดอกไม้เป็นช่อตกแต่งด้วยหญ้าหางกระรอก นิยมใช้ตกแต่งภายในบ้านทั่วไป ช่อที่ 3 ทำโครงสร้างขึ้นมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจากนั้นใช้ผ้ากำมะหยี่สีแดงมาพันทับโครง เป็นฐานสี่เหลี่ยมนำดอกมินิฟาแลนด์ คาล่าลิลลี่ ดอกหน้าวัวสีม่วง ซึ่งเป็นเฉดสีใกล้เคียงกันจะได้โทนม่วงแดง ไว้ประดับตกแต่งโต๊ะอาหารก็สวยไปอีกแบบ และช่อที่ 4 เป็นเครื่องแขวน ใช้แขวนตกแต่งตามงานเลี้ยงต่าง ๆ ใช้ดอกไฮเดรนเยียสีขาว-เขียวทำร้อยเป็นพวง ๆ และใช้อุปกรณ์ตกแต่งเป็นลูกบอลสีเงินเล็ก ๆ ห้อยหัว-ท้าย เพื่อเพิ่มความเก๋แวววาว ถือว่าเป็นงานจัดดอกไม้ที่ไม่ยากจนเกินไป ใครที่สนใจนำไปประยุกต์กับไอเดียบรรเจิด ๆ ของตัวเองดูก็ได้เพื่อสร้างสีสันให้งานเลี้ยงในปีใหม่


http://www.dailynews.co.th

Read More...


โคมแขวนแสนหวาน

เบื่อๆ เซ็งๆ กับบรรยากาศห้อง อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศแบบง่ายๆ ให้ดูสบายๆ หวานๆ การเพิ่มรายละเอียดให้กับแสงไฟก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้ง่ายๆ เหมือนกัน แต่แค่เปลี่ยนสีหลอดไฟนั้นก็ธรรมดาไฟสักหน่อย ลองเปลี่ยนทั้งสไตล์การจัดโคมแขวน ให้มีรายละเอียดระยิบระยับชวนฝันผ่านผ้าฉลุลูกไม้หวานๆ ก็สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ได้ในราคาคุ้มๆ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเยอะแยะให้วุ่นวายค่ะ


เตรียมของ


*โคม ไฟแขวนแบบหัวพลาสติกทรงกลมธรรมดา ราคาถูก 70 กว่าบาท แล้วแต่แหล่งที่ซื้อ หรือจะนำโคมแขวนหน้าเดิมในห้องมาเปลี่ยนแนวก็ไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม


*ผ้า ลูกไม้เลือกที่มีความระยิบระยับของลายปัก เพิ่มความเคลื่อนไหวของแสงให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหน่อยจะดีกว่า หรือถ้าใช้แบบเรียบๆ ก็จะได้ลวดลายผ่านแสงไฟเป็นแบบฉลุสะท้อนผนัง ลวดลายตกกระทบขึ้นอยู่ที่การเลือกลายผ้าฉลุค่ะ


*หลอดไฟเลือกสี ตามชอบ ถ้าชอบแบบโรแมนติกหน่อยก็เลือกสีแดง แสงที่ได้ก็จะเป็นสีชมพู หลอดละ 20 กว่าบาท หาซื้อได้ตามร้านขายหลอดไฟทั่วไป


*ผ้าปักลวดลายเลือกรูปแบบที่ชอบสำหรับเพิ่มสีสันมากขึ้น,เข็มกลัด,กรรไกร


ลงมือทำ


นำ ผ้ามาตัดให้ได้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือรูปอื่นๆ ตามดีไซน์ที่ต้องการ ซึ่งความย้วยระย้าของผ้าที่ได้จะออกมาไม่เหมือนกัน ลองกำหนดรูปแบบดูก็ได้ตามชอบ แล้วหาจุดกึ่งกลางของผ้า ตัดปลายแหลมกึ่งกลางของผ้าออกให้คล้องไปกับตัวโคมไฟได้พอดี อย่าตัดให้ใหญ่ไปจะเสียผ้าหรือต้องเสียเวลามาเย็บร่นเพื่อให้หุ้มโคมหลอดได้ พอดีอีกครั้ง

Credit  : http://www.home.co.th

Read More...


รัดผมหวานน่ารักสีสวย

ขั้นตอนที่ ๑
ทำการสานเครื่องประดับต่าง ๆด้วยเชือกที่เป็นหนังยาง
วิธิการนี้เราจะใช้เชือก (แฮร์ โกมุ..เชือกที่เป็นหนังยาง (ยืดได้)แบบที่เป็นสีต่าง ๆ )

วิธีการนี้สำคัญตรงเพียงแค่จำวิธีการสานได้เพียง อย่างเดียวก็ง่ายนิดเดียวค่ะ...ลองดูนะคะ...


สิ่งที่จะต้องเตรียม
.....เชือกยาง( 35 ซ.ม ).....1 เส้น
.....เชือกยาง( 75 ซ.ม)......2 เส้น


ที่ เห็นในแบบนั้นเราได้แบ่งสีเอาไว้ให้เพื่อที่จะได้ทำให้มองเห็นง่ายขึ้นค่ะ ในที่นี่...เส้นที่ยาว...35 ซ.มนั้น (จะเป็น...สีชมพู )...และเส้นที่ยาว...75 ซ.ม 2 เส้นที่เหลือ นั้น ( จะเป็น...สีแดง กับ...สีขาว )
วิธีการเริ่มแรก


1........ให้นำเส้นที่ยาว...35 ซ.ม(สีชมพู)มาผูกต่อเชื่อมกันให้เป็นวงกลม (ตัวอย่างในรูป ที่ 2)
2........(ในรูปที่ 3 )...ให้นำเชือกที่ผูกต่อเชื่อมกันนั้นมาม้วนหรือพับประกบกันให้เป็น 2 ทบ


3....... เมื่อม้วนเป็น 2 ทบแล้ว ก็ให้ใช้ไม้นีบ (กิ๊ปที่เราใช้ติดผมตัวใหญ่ ) หนีบลงไปตรงกลางวงกลมที่ทบกันนั้น...(ดูตามอย่างให้เหมือนในรูปที่ 4ที่เห็นค่ะ...)




ขั้นตอนที่ (๒)

ขั้นตอนแม่บทตัวสำคัญขั้นที่ 1 วิธีการถักดูคำอธิบายพร้อมกับดูตามรูปไปด้วยนะคะ

1........ ให้นำเชือกที่ยาว 75 ซ.ม 2เส้นที่เหลือ(สีแดงกับสีขาว )นั้นมาหนีบเข้าไป ตรงด้านข้างของเส้นสีชมพู(ทั้งสองฝั่ง)...เราก็จะได้อย่างที่เห็นในรูป ที่..1

2........ให้จับด้านปลายของเส้นสีแดงสอดลงไปในห่วงที่ประกบสองทบ(สีชมพู) (รูปที่ 2)

3........แล้วนำปลายเชือก (เส้นสีขาว)สอดเข้าไปในห่วงของเส้นสีแดง ( ตามรูปที่ 3ที่เห็น)

ทีนี้ก็ดึงปลายเชือกทั้งสีแดงกับสีขาวมารวมกันไว้บนยอดของเส้นสีชมพู...เราก็จะได้ อย่างที่เห็นในรูปที่ 3และ 4.....

ค่ะเสร็จขั้นตอนแรกสุดซึ่งเป็นแม่บทตัวสำคัญแล้วค่ะ



ขั้นตอนที่ (๓)

ขั้นตอนแม่บทตัวสำคัญขั้นที่ 2 วิธีการขั้นที่ 2นั้น
1........ เราก็ทำกลับกันกับขั้นตอนแรกเมื่อสักครู่นี้แต่เมื่อสักครู่นี้เราได้จับ ปลายเส้นสีแดง สอดลงไปในห่วงสีชมพูใช่ไหมคะ...ขั้นที่สองต่อมานี้...เราก็จะจับปลายของเส้น สีแดงอีกเหมือนเดิมสอด ลงไปในห่วงสีชมพูอีกครั้ง...แล้วจับปลายเส้นสีขาวสอดลงไปในห่วงเส้นสีแดงอีก เหมือนเดิม (ตัวอย่างในรูปที่ 1-2-3 )
2........แล้วดึงปลายทั้งสองด้าน ให้เข้ามารวมกันตรงยอดของห่วงเส้นสีชมพูเหมือนเดิมอย่างขั้น ตอนแรกสุด...เราก็จะได้อย่างที่เห็นในรูปที่4และ 5ค่ะ....


วิธี การทั้งสองขั้นตอนที่ว่ามานี้คือตัวแม่บทที่สำคัญ....แล้วให้ถักกลับไปกลับ มา จนกว่าจะรอบทั้งหมดของห่วงแม่ซึ่งเป็นสีชมพูนั้นเท่านั้นแหละค่ะ...เห็นไหม ง่ายนิด เดียวเอง



ขั้นตอนที่ (๔)

1........ กักกลับไปกลับมาจนมาถึงตรงกิ๊ปติดผมอีกด้านซึ่งเป็นจุดที่จะมาบรรจบกันนั้น แล้วถอกกิ๊ปออก (อย่างที่เห็นในรูปที่ 1และ 2 ) 2........ให้นำปลายเชือกที่เป็นส่วนเหลือทั้งสีขาวและสีแดง (ทั้งด้านบนและด้านล่าง )นั้นมาผูกติดกัน ให้แน่นแล้วตัดส่วนที่เกินออกทิ้งนะคะ....เป็นอันว่าเสร็จพิธีค่ะ...(ในรูป ที่ 4และ 5)

เชือกที่นำมาสานนี้เป็นเชือกที่เป็นยางยืดหยุ่นได้ ดังนั้นจึงสามารถนำมาดัดแปลงและนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง...อย่างเช่น เชือกรัดผม,เชือกรัดหนังสือ ฯลฯ ได้ผลดี แข็งแรง,ทนทาน และน่ารักทันสมัยดีค่ะ









ขอบคุณสาระดีดี : http://sukumal.brinkster.net

Read More...


ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer





MASK รุ่นสายคล้องคอ







MASK รุ่นสายคล้องคอ. ��รุ่นนี้เป็นที่นิยมใช้กันมาก #ขายดีมาก
ทำจากผ้าคอตตอนแท้ 100%  ไม่ผสม เนื้อผ้านุ่ม 
3 ชั้น. สวมใส่พอดีกับใบหน้า ไม่เจ็บหู มีสายคล้องคอปรับได้
เวลาถอดออก ไม่ต้องกลัวลืม เพราะถอดแล้วคล้องคอไว้ได้
บรรจุในถุงซิปฟรอย์อย่างดี
ราคาชิ้นละ. 59. บาท. ไม่รวมส่ง 
มีหลายสีให้เลือกนะคะ   สนใจทักแชทขอดูสีผ้าได้นะคะ
หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน หรือ สนใจสั่งไปจำหน่าย 
มีเรทราคาส่งค่ะ

-> id line : noeyhorm_06
#มีวางจำหน่ายหน้าร้านชานมไต้หวันมาราชาสาขาจรัญ44


ร้านมาราชาชานมไข่มุก สาขาจรัญสนิทวงศ์ 44
● รับบัตรสะสมครบ 10 แก้ว แลกรับฟรี 1 แก้ว
● สั่งเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN, Foodpanda ,GET ...ถึงมือปั๊บพร้อมดื่มปุ๊บ!
● อัพเดทโปรโมชั่นใหม่ๆ รสชาติใหม่ ตลอดเวลา
● มีเมนูให้เลือก 40 กว่าเมนู : https://bit.ly/2Z9iqV0










































 
Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks
Do it your self,handmade,HandiCraft,งานฝีมือ,อาชีพเสริม,ช่องทางทำเงิน บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.