อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน
งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ สร้างรายได้เสริม
หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน

ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่: ร้านค้าแนวใหม่ ไม่ต้องเซ็งร้าน ใช้รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง ทำเป็นร้านขายกาแฟ,ร้านฟาสฟู๊ดแบบไทยๆ,ร้านข้าวแกงเคลื่อนที่, ขายกล้วยทอดติดล้อ,เมนูด่วนบนครัวเคลื่อนที่,เคลื่อนย้ายเลือกทำเลค้าขายได้,ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกระดับ,จัดหาสินค้าตรงกับความต้องการของตลาด  ชมตัวอย่าง ...
เว็บนี้เป็นเว็บรวมประสบการณ์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยภาพ รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ จุดประสงค์ทำเพื่อสังคม แต่ละบทความจะเป็นภาพแสดงสิ่งที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน จะทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต

‘กระถางหน้ายิ้ม’ งานปั้นยิ้ม...รับเงิน



ชิ้นงานตกแต่งบ้านและสวนยังคงมีกระแสอย่างต่อเนื่อง ขึ้นกับใครจะสร้างสรรค์ไอเดียของตัวเองให้โดนใจกลุ่มลูกค้าที่สุด อย่างเช่นงาน “กระถางหน้ายิ้ม” ของ “สุทธาพงษ์ วงศ์พิริยะวาทิน” ที่ได้นำงานปั้นมาใช้ร่วมกับวัสดุผสม จนกลายเป็นชิ้นงานทำเงินน่าสนใจ ที่วันนี้ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ

สุทธาพงษ์ เจ้าของชิ้นงานที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า TOFLOWERPOT (โต ฟลาวเวอร์พ็อท) เล่าว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว สมัยที่ยังทำงานอยู่จึงมักวางกระถางต้นไม้ใว้บนโต๊ะทำงานเสมอ จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า อยากจะลองทำงานกระถางต้นไม้เพื่อเป็นอาชีพเสริม โดยหลังจากหันมาทำชิ้นงานนี้ได้ระยะหนึ่งจึงตัดสินใจลาออก หันมาทำงานกระถางนี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้ ด้วยความที่ไม่ได้เรียนจบมาทางงานปั้น จึงต้องศึกษาข้อมูลอยู่ระยะหนึ่ง โดยเริ่มจากการทำกระถางจากกะลามะพร้าว ก่อนที่จะมาลงตัวกับวัสดุอย่าง “คัลเลอร์ซีเมนต์” ที่มีสีผสมอยู่ในเนื้อปูนสำเร็จรูป ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้สำหรับฉาบฝาผนังบ้าน โดยลองนำวัสดุดังกล่าวมาผสมกับปูนปลาสเตอร์ และนำมาทำกระถางต้นไม้นี้ เกิดเป็นชิ้นงานลงตัวในที่สุด

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000-3,000 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคาขาย ซึ่งราคาขายอยู่ที่ใบละ 250 บาท โดยมีขนาดเดียวคือ 10x10 เซนติเมตร วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย กระดาษ, ดินสอ, ยางลบ, ดินปั้น, กระถางสังกะสี, ยางซิลิโคน, ตัวเร่งยางซิลิโคน, พายยาง, ดินนํ้ามัน, ปูนปลาสเตอร์, คัลเลอร์ซีเมนต์, พลาสติกอะคริลิกสีใส, เหยือกนํ้าพลาสติก, นํ้ายาเคลือบเงาใสกันซึม, แปรงทาสี, ผ้าก๊อซ, ยางรัดของ, นํ้าเปล่า, ถุงมือยาง, หลอดกาแฟ

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบกระถางก่อน แล้วจึงทำกระถางต้นแบบขึ้นมา โดยใช้ดินปั้นขึ้นรูปรอบ ๆ ตัวกระถางสังกะสี ก็จะได้กระถางต้นแบบ จากนั้นนำกระถางต้นแบบมาใช้สำหรับการหล่อกระถาง ซึ่งการ    ทำแบบหล่อนี้จะทำเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยแบ่งเป็น 3 ชิ้น ได้แก่     ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านบนหรือหัวกระถาง ต่อมาให้นำพลาสติกอะคริลิกสีใสขนาด 15X15 เซนติเมตร จำนวน 4 แผ่นมาเรียงต่อกันเพื่อทำเป็นบล็อกกั้น นำดินนํ้ามันอุดรอบชิ้นส่วนทั้ง 3 ไว้ไม่ให้ยางซิลิโคนไหลออกไปด้านใดด้านหนึ่ง จากนั้นนำยางซิลิโคนเทผสมกับตัวเร่งยางซิลิโคนใน เหยือกนํ้าพลาสติก ที่อัตราส่วนยางซิลิโคน 1 ขวดต่อตัวเร่งยางซิลิโคน 1/2 ขวด ใช้พายยางคนให้ทั่วประมาณ 5 นาที ซึ่งหากคนไม่ทั่วเวลาเทยางซิลิโคนลงไป

ในแบบหล่อ ยางซิลิโคนจะไม่แห้งหรือแห้งเพียงบางจุดเท่านั้น ต่อมาให้นำดินนํ้ามันที่อุดแบบหล่อด้านหน้าออก ใช้แปรงทาสีจุ่มยาง

ซิลิโคนที่ผสมแล้วทาให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงจนแห้ง จากนั้นทำแบบ นี้ซํ้าอีก 4 ครั้ง จนครบ 5 ครั้ง สำหรับในครั้งที่ 6 ให้นำผ้าก๊อซมาแปะทับแบบหล่อ แล้วใช้แปรงทายางซิลิโคนอีก 1 ครั้ง รอจนแห้ง แล้วจึงนำ ปูน ปลาสเตอร์ เทใส่บล็อกปิดแบบหล่อด้านหน้ากระถาง โดยการทำ “แบบหล่อกระถางด้านหลัง” ก็ใช้วิธีการเช่นเดียวกันกับการทำ “แบบหล่อกระถางด้านหน้า” นี้

สำหรับ “แบบหล่อด้านบน” หรือหัวกระถางนั้น ขั้นตอนการทำ เริ่มจากเทยางซิลิโคนใส่บล็อกแบบหล่อด้านบนให้เต็ม จากนั้นนำผ้าก๊อซแปะส่วนที่เป็นขอบ ใช้แปรงจุ่มยางซิลิโคนทาป้ายด้านบนอีกที รอจนยางซิลิโคนแห้งประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจึงเท ปูนปลาสเตอร์ใส่บล็อกปิดแบบหล่อด้านบน ให้เต็ม ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน หรือจนกว่าจะแน่ใจว่าแห้งสนิท จึงนำมาใช้งาน โดยขั้นตอนการทำแบบหล่อกระถางทั้งหมดนี้ ใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงจะได้แบบที่สมบูรณ์

ขั้นตอนต่อมา เมื่อได้แบบหล่อกระถางที่สมบูรณ์ ก็เริ่มทำการหล่อกระถาง โดยใช้ยางรัดแบบหล่อซ้ายขวาให้แน่น ไม่ให้แบบขยับ จากนั้นนำคัลเลอร์ซีเมนต์ผสมปูนปลาสเตอร์ ที่อัตราส่วน 1:1 และคนให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ลงไปในเหยือกนํ้าพลาสติก พร้อมเทนํ้าเปล่าลงไปผสม เมื่อผสมเสร็จแล้วให้เทใส่รูแบบหล่อกระถาง โดยเมื่อเทรอบแรกเสร็จแล้วให้จับแบบหล่อเขย่าให้ปูนปลาสเตอร์แน่นก่อน จากนั้นจึงเทรอบที่ 2 และ 3 ตามลำดับ เมื่อทำขั้นตอนนี้ครบแล้ว ให้นำหลอดกาแฟ 2 หลอดใส่ลงไปตรงกลางแบบเพื่อทำเป็นรูระบายนํ้า ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง โดยระหว่างที่ปูนเริ่มแข็งตัวให้นำหลอดกาแฟออก จากนั้นแกะแบบออกและปล่อยทิ้งไว้ 1 คืนให้กระถางแห้ง เมื่อแห้งแล้วให้ทา นํ้ายาเคลือบเงาอีก 2 รอบ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

สำหรับชิ้นงาน “กระถางหน้ายิ้ม” นี้ น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” เกี่ยว กับงานประดิษฐ์ “ของตกแต่งบ้าน-ตกแต่งสวน” และถ้าหากสามารถเลือกทำเลขายใกล้ ๆ กับหมู่บ้าน หรือคอนโดฯ เปิดใหม่ ก็จะยิ่งขายดี

สนใจงาน “กระถางหน้ายิ้ม” โทร. 08-5504-3161 หรือเลือกชมสินค้าได้ที่ www.facebook.com/toflowerpot หรืออินสตาแกรมที่ใช้ชื่อ   ว่า toflowerpot และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียของงาน “กระถาง” ซึ่งเกิดจากการนำเอาวัสดุต่าง ๆ มาผสมผสาน จนเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ ใช้เป็นอาชีพได้.

สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/308968/‘กระถางหน้ายิ้ม’+งานปั้นยิ้ม...รับเงิน
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

'สร้อยหินนำโชค' ชูมงคล..เป็นจุดขาย



“สร้อยหินนำโชค” เป็นแฟชั่นฮิต ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในขณะนี้ เพราะเป็นทั้งเครื่องประดับตกแต่งที่สวยงาม รวมทั้งยังมีจุดขายเกี่ยวกับความเชื่อว่า... ช่วยเสริมมงคลให้ชีวิต ซึ่งเวลานี้เป็นอีกหนึ่งชิ้นงาน ที่ทาง “จ๋า-ภูรดา ยอดบางเตย” ใช้สร้างรายได้ และเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่วันนี้ คอลัมน์นี้มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

ภูรดา ผู้ผลิตชิ้นงานเล่าว่า... ก่อนจะมายึดอาชีพทำ “สร้อยข้อมือหินนำโชค” นั้น เดิมทำงานประจำ แต่เมื่อมีลูกจึงจำเป็นต้องออกจากงานประจำ เพื่อมาทุ่มเทเวลาในการดูแลลูก แต่ก็พยายามมองหาอาชีพ-มองธุรกิจอื่น ๆ ไว้ด้วย จนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับหินเสริมดวงก็ได้เกิดความสนใจ ประกอบกับชอบเครื่องประดับและมีแร่เฮมาไทต์ที่เก็บไว้เป็นจำนวนมาก จึงคิดว่าน่าจะทำชิ้นงานจากหินชนิดนี้เพื่อจำหน่าย ปรากฏว่าหลังจากทำขายได้รับการตอบรับดีมาก ๆ จากจุดนั้นก็จึงยึดเป็นอาชีพทำสร้อยข้อมือหินนำโชคนี้ขายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

“ชอบงานเกี่ยวกับเครื่องประดับอยู่แล้ว และที่บ้านก็มีหินประเภทนี้อยู่มาก จึงลองออกแบบสร้อยข้อมือนี้เพื่อขาย ตอนแรกตั้งใจจะทำขายเพื่อหารายได้เสริมยามว่างเท่านั้น แต่พอดีมีลูกค้าสนใจมากก็เลยเพิ่มกำลังผลิต และพยายามศึกษาเกี่ยวกับหินชนิดต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลให้กับลูกค้า” ...ภูรดา เจ้าของชิ้นงานกล่าว

การทำสร้อยข้อมือเพื่อขาย... จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ทั้งนี้ ชิ้นงานดังกล่าวก็มีหลักไม่แตกต่างจากชิ้นงานอื่น ๆ โดยเจ้าของชิ้นงานกล่าวว่า... คนที่สนใจการทำสร้อยข้อมือหินขาย ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “ลักษณะหิน” ชนิดต่าง ๆ ว่าแต่ละชนิดนั้น มีจุดเด่น หรือช่วยเสริมมงคล-เสริมดวงด้านไหน เพราะหินมงคลมีมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งกว้าง ๆ ก็จะแบ่งออกได้ 5 กลุ่ม คือด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ และช่วยปกป้องคุ้มครอง นอกจากนั้นยังมีเรื่อง “สีที่ถูกโฉลก” ตามวันเกิดของผู้สวมใส่ด้วย ซึ่งคนที่คิดจะยึดอาชีพการทำสร้อยข้อมือหินนำโชคจำเป็นต้องรู้ข้อมูลส่วนนี้ไว้ใช้ เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้า

“นอกจากลูกเล่นและการออกแบบให้สวยงามแล้ว หินที่นำมาทำชิ้นงานก็จะเลือกใช้แต่หินอย่างดีเท่านั้น โดยจะต้องไม่มีจุดตำหนิ ไม่มีรอยแตกร้าว หรือจุดด่างดำบนหิน เพราะจะดูไม่ดี เนื่องจากนอกจากจะเป็นเครื่องประดับแล้ว สร้อยข้อมือหินนี้ก็ยังถือเป็นเครื่องรางนำโชคด้วย” ...เป็นจุดเด่น “สร้อยหินนำโชค” ที่เจ้าของชิ้นงานระบุ ซึ่งจุดเด่นเรื่องช่วยเสริมมงคลชีวิตนี้ นับเป็นอีกจุดขายที่น่าสนใจ ทั้งนี้ สร้อยข้อมือหินนำโชคของภูรดา จะเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ คือทางเฟซบุ๊กชื่อ By Phurada handmade accessories และผ่านทางไลน์คือ Phurada04

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าหินกับวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคา ซึ่งราคาขายสร้อยข้อมือหินนำโชค ถ้าเป็นไซซ์ผู้หญิง อยู่ที่เส้นละ 450 บาท (ถ้าซื้อ 3 เส้น ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท) และไซซ์ผู้ชายอยู่ที่เส้นละ 550 บาท (ถ้าซื้อ 2 เส้น ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท)

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย หินสีชนิดต่าง ๆ, อุปกรณ์เพื่อตกแต่งชิ้นงาน เช่น อุปกรณ์เชื่อม (ใช้สำหรับเชื่อมจำพวกเพชร คริสตัล และเงิน เพื่อประกอบเป็นรูปต่าง ๆ), จี้ห้อยสำหรับตกแต่ง, ด้ายเอ็น, ไม้บรรทัด, กรรไกร เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากสอบถามรายละเอียดจากลูกค้าให้ละเอียดว่าต้องการหินประเภทไหน สีอะไร หรืออาจช่วยให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าว่าหินสีชนิดใดที่เหมาะกับลูกค้า หลังจากได้รายละเอียดแล้วให้วัดไซซ์ข้อมือของลูกค้าด้วยการนำเชือกวัดรอบ ๆ ข้อมือ และนำมาวัดด้วยไม้บรรทัด โดยใช้ค่าเป็นเซนติเมตร เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มออกแบบ โดยนำหินชนิดและสีตามที่ลูกค้าต้องการมาวางเรียงลงบนถาดทำเป็นรูปวงกลม จากนั้นใช้อุปกรณ์ตกแต่งพวกตัวเชื่อมรูปต่าง ๆ มาจัดวางแทรก เพื่อดูว่าแบบของสร้อยที่ทำนั้น ลงตัวหรือสวยงามดีพอแล้วหรือยัง จากนั้นนำด้ายเอ็นที่ได้เลือกสีไว้มาร้อยเข้ากับหิน

หลังจากร้อยสร้อยเสร็จแล้ว ให้นำไปวัดว่า... ได้ความยาวหรือขนาดที่ถูกต้องแล้วหรือยัง เมื่อถูกต้องแล้วจึงทำการผูกด้ายเอ็นให้แน่น ใช้กรรไกรตัดปลายด้ายเอ็นที่ยาวเกินออกให้เรียบร้อย และนำจี้รูปต่าง ๆ มาตกแต่ง เพื่อความสวยงาม เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ และสำหรับการทำสร้อยข้อมือหินนำโชคนี้ เทคนิคที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง-คงทนนั้น ภูรดาแนะนำว่า... ควรใช้ด้ายเอ็น 2-3 เส้น ทั้งนี้ สร้อยข้อมือหินนำโชคมีวิธีทำที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหางานประดิษฐ์-งานฝีมือ เพื่อใช้เป็น “ช่องทางทำกิน”

สนใจงาน “สร้อยหินนำโชค” โทร. 08-5911-5247 หรือเข้าไปชมสินค้าหรือสั่งทำได้ตามช่องทางต่าง ๆ ข้างต้น ซึ่งชิ้นงานดังกล่าว ขณะนี้ก็กำลังได้รับความสนใจ-กำลังมีกระแส เพียงแต่ต้องหาเอกลักษณ์ที่เป็นตัวเอง-มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร ถ้าทำได้ก็เป็นอีกรูปแบบ “ช่องทางทำกิน” ที่ก็นับว่าน่าสนใจ.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : เรื่อง / ภมร มานะพรชัย : ภาพ

........................................................................................

คู่มือลงทุน...สร้อยหินนำโชค

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 60% จากราคา

รายได้ เริ่มต้นที่เส้นละ 450 บาท

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด กลุ่มเครื่องประดับ-เครื่องราง

จุดน่าสนใจ ทำเป็นอาชีพเสริมได้ กระแสดี

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/297695/‘สร้อยหินนำโชค’+ชูมงคล..เป็นจุดขาย
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘นาฬิกาไม้+เรซิ่น’ เทคนิคผสม...ไอเดียทำเงิน


ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 30% จากราคา ซึ่งราคาขายเริ่มตั้งแต่ ชิ้นละ 800-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดนาฬิกา โดยที่ขายอยู่นั้น มี 2 ขนาด คือ ขนาดเล็กอยู่ที่ประมาณ 6X6 เซนติเมตร และประมาณ 7X7 เซนติเมตร กับขนาดใหญ่ขนาดประมาณ 11X15 เซนติเมตร

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ไม้สัก, เรซิ่นใสหรือพลาสติกเรซิ่น, น้ำยาสำหรับงานเรซิ่น, เลื่อย, ไม้ MDF, แผ่นพลาสติกใส, เดือยไม้, แท่งไม้หรือตะเกียบ, ถ้วยพลาสติก, กาวอีพ็อกซี่, กระดาษทราย, สว่านไฟฟ้า, สว่านหัวผ้าปัดเงา, ไขควง และอะไหล่นาฬิกา เช่น เข็ม ตัวเรือน สกรู เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เลือกไม้ก่อน โดยดูว่าหน้าไม้หรือลายไม้ที่ใช้ควรนำมาทำเป็นส่วนประกอบใดได้บ้าง จากนั้นออกแบบนาฬิกาตามลักษณะไม้ที่มี เพราะไม้แต่ละท่อนจะมีความงามตามธรรมชาติและลวดลายไม่เหมือนกัน เมื่อได้แล้วให้นำไม้มาตัดทำเป็นตัวนาฬิกา โดยตัดตามลักษณะไม้ที่ได้ จากนั้นทำการเลื่อยไม้ MDFออกเป็นแผ่น ให้ได้จำนวน 5 แผ่น เริ่มประกอบโดยนำไม้ 1 แผ่น มาวาง เพื่อใช้เป็นฐานก่อน ส่วนอีก 4 แผ่น ที่เหลือ ให้นำมาวางเรียงต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อทำเป็นบล็อกกั้น หรือเป็นแม่พิมพ์นาฬิกา จากนั้นนำแผ่นพลาสติกใสมาตัดแบ่งออกเป็น 5 ชิ้น ให้เท่ากับบล็อกหรือแม่พิมพ์นาฬิกา แล้วมาวางเรียงใส่ด้านในบล็อกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกชั้น ก่อนที่จะเทเรซิ่นเพื่อทำให้เกิดความลื่น และป้องกันเรซิ่นติดกับไม้บล็อก

ต่อมาให้นำเรซิ่นเทใส่ถ้วยพลาสติก เทน้ำยาสำหรับงานเรซิ่นเพื่อเร่งปฏิกิริยาลงไป ใช้แท่งไม้คนประมาณ 10 นาที จนเป็นเนื้อเดียวกัน นำไม้ส่วนที่ตัดไว้แล้วมาวางใส่ในบล็อกตามตำแหน่งที่ต้องการ เทเรซิ่นใส่ในบล็อกเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เหลือ แล้วปล่อยทิ้งให้แห้งประมาณ 3-4

ชั่วโมงขึ้นไป เมื่อเรซิ่นเริ่มแข็งตัว แกะพิมพ์บล็อกไม้ออก จากนั้นใช้เลื่อยตัดเป็นนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยม ใช้กระดาษทรายขัดเกลาชิ้นงาน แล้วใช้สว่านหัวผ้าปัดบริเวณเรซิ่น เพื่อให้เกิดความเงาและใสอีกครั้งหนึ่ง

ขั้นตอนต่อไป เริ่มใส่อะไหล่นาฬิกา โดยใช้สว่านเจาะรูที่ฐานเรือนนาฬิกา นำสกรูใส่ในรูหมุนเพื่อยึดเรือนนาฬิกา ให้ติดกับโครงของตัวเครื่องด้านใน นำเดือยไม้ใส่เข้าไประหว่างเรือนนาฬิกา แล้วใช้กาวติดอีกรอบเพื่อความแน่น ส่วนหน้าปัดนาฬิกาใช้สว่านเจาะเรือนนาฬิกา จากนั้นวางเข็มสั้นใส่ก่อนตามด้วยเข็มยาว ใช้สกรูหมุนปิดให้สนิท เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

“ข้อควรระวังคือการป้องกันตัวเอง อย่างขั้นตอนผสมเรซิ่นนั้น ควรสวมหน้ากากป้องกัน เพราะเรซิ่นมีกลิ่นอายระเหยที่ฉุน และระหว่างผสมนั้น อย่าคนเร็วเกินไป เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศได้ ส่วนการเพิ่มความใสนั้น ก็เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา และต้องใจเย็น โดยต้องใช้กระดาษทรายค่อย ๆ ขัดเพื่อไล่รายละเอียด จนชิ้นงานเริ่มมีความใส ก็จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด” ... เป็นคำแนะนำจากเจ้าของชิ้นงานนี้ ซึ่งน่าสนใจสำหรับคนที่มองหา “ช่องทางทำกิน” เกี่ยวกับงานประดิษฐ์-งานฝีมือ โดยเฉพาะคนที่คิดต่อยอดงานเครื่องประดับ-นาฬิกา

สนใจงาน “นาฬิกาไม้ผสมเรซิ่น” ชมสินค้าได้ที่ www.facebook.com/nympheart หรือทางอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า nympheart หรือไลน์ momopleankan และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่ง ไอเดียของงาน “นาฬิกา” ซึ่งเกิดจากการนำเอาวัสดุแตกต่างมาผสมผสาน จนเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ ใช้เป็นอาชีพได้.

สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/305702/‘นาฬิกาไม้%2Bเรซิ่น’+เทคนิคผสม...ไอเดียทำเงิน
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘จี้สร้อยคออะคริลิก’ เครื่องประดับฟรุ้งฟริ้งทำเงิน!




‘จี้สร้อยคออะคริลิก’
เครื่องประดับฟรุ้งฟริ้งทำเงิน!

เจ้าของชิ้นงาน ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า JEEZEJEWbyJAY เล่าว่า จุดเริ่มต้นการทำเครื่องประดับจากวัสดุอะคริลิก เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนเกี่ยวกับศิลปะอุตสาหกรรมและออกแบบโลหะ
วันเสาร์ 21 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 07:00 น.

งานแฮนด์เมดกับชิ้นงานเครื่องประดับไม่เคยตัน เพราะต่อ ยอดได้จากวัสดุหลากหลาย สามารถทำเป็น “ช่องทางทำกิน” ได้หลากวิธี อย่างเช่นงาน “จี้สร้อยคออะคริลิก” ของ “พิทยกิจ จิยางกูร” ที่นำวัสดุอย่างพลาสติกอะคริลิกมาประยุกต์เข้ากับการทำเครื่องประดับ จนกลายเป็นชิ้นงานที่ทำเงินได้น่าสนใจ ซึ่งวันนี้ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ…

พิทยกิจ เจ้าของชิ้นงาน ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า JEEZEJEWbyJAY เล่าว่า จุดเริ่มต้นการทำเครื่องประดับจากวัสดุอะคริลิก เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนเกี่ยวกับศิลปะอุตสาหกรรมและออกแบบโลหะ ที่เกี่ยวข้องกับงานเครื่องประดับ โดยระหว่างเรียนอยู่ชั้นปี 4 ทางอาจารย์ผู้สอนได้คิดโจทย์ให้นักศึกษาต้องออกแบบและทำเครื่องประดับขึ้นมา 1 ชิ้น ซึ่งตนเองมีความสนใจที่จะนำอะคริลิกมาประยุกต์เข้ากับงานเครื่องประดับ โดยเริ่มจากการทำแหวน ปรากฏว่าผลตอบรับดี จึงคิดต่อยอดทำเครื่องประดับชนิดอื่น ๆ เพิ่ม

หลังจากนั้นได้นำชิ้นงานเดิมมาพัฒนาต่อยอดเกิดเป็นชิ้นงานหลายชนิด อาทิ ตุ้มหู พวงกุญแจ สร้อยคอ โดยเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ คือที่ www.facebook.com/JEEZEJEWbyJAY ทางอินสตาแกรมชื่อ jeezejewbyjay และทางไลน์ jjayjiyangkul ทั้งนี้ เจ้าของชิ้นงานเล่าว่า สำหรับการทำจี้สร้อยคอนั้นจะเลือกใช้อะคริลิกที่มีความเบาบางมากที่สุด เพื่อไม่ให้มีความหนาจนเกินไป โดยตอนนี้ที่ทำอยู่มี 2 แบบ ได้แก่ รูปดาวและรูปหัวใจ

“สำหรับกากเพชรที่ใช้ตกแต่งจี้ ก็เลือกให้มีสีสันฉูดฉาด ที่สำคัญเวลาที่ลูกค้าเขย่าสร้อยจะมีเสียง อีกทั้งความแวววาวฟรุ้งฟริ้งของกากเพชรที่ใช้ก็ทำให้ชิ้นงานดูน่าสนใจ สะดุดตามากขึ้น ซึ่งเป็นจุดขายของชิ้นงานตัวนี้” ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว ซึ่งจุดขายนี้ก็เป็นอีกไอเดียน่าสนใจ ที่นำเอาความแวววาวของกากเพชรมาช่วยสร้างจุดเด่นให้สินค้า

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายเริ่มตั้งแต่ 250-350 บาทต่อชิ้น ขึ้นกับขนาดของจี้และสร้อยคอ โดยปัจจุบันมี 2 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็กประมาณ 1.5 นิ้ว และขนาดใหญ่ประมาณ 2 นิ้ว

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย แผ่นอะคริลิกสีใส, แผ่นอะคริลิกสีขาวขุ่น, กากเพชรกลิตเตอร์, ห่วงเงิน, สร้อย, กาวสำหรับใช้ติดเครื่องประดับ, คีมปากแหลม, ช้อนพลาสติกขนาดเล็ก, กระดาษทราย

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบสร้อยคอในโปรแกรมคอมพิว เตอร์ก่อน เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการแล้ว จึงสั่งให้ทางโรงงานทำการตัดอะคริลิกขึ้นรูปตามแบบ เพื่อทำเป็นชิ้นส่วนในการประกอบทำจี้สร้อยคอ ซึ่งประกอบด้วย โครงบอดี้สีใส ขนาด 4 มิลลิเมตร จำนวน 1 แผ่น, บอดี้ปิดด้านหน้าและหลังของจี้สี ที่ใช้อะคริลิกสีใส ขนาด 1 มิลลิเมตร จำนวน 2 แผ่น และโครงบอดี้สำหรับใช้เพื่อเป็นขอบสำหรับปิดรอยกาวสีขาวขุ่น ขนาด 1 มิลลิเมตร จำนวน 2 แผ่น

ต่อมาเป็นขั้นตอนของการประกอบสร้อยคอ เริ่มจากนำโครงบอดี้ จี้สีใส ขนาด 4 มิลลิเมตร มาลอกกระดาษกันรอยออกให้หมดทั้ง 2 ด้าน จากนั้นนำบอดี้สำหรับปิดด้านหลังจี้สีใสขนาด 1 มิลลิเมตรมาลอกกระดาษกันรอยออก ใช้กาวทาโครงบอดี้จี้ด้านใดด้านหนึ่งให้ทั่ว จากนั้นนำบอดี้ที่สำหรับใช้ปิดหลังจี้มาติดประกบเข้ากับโครงบอดี้ ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งประมาณ 10 นาที

จากนั้นเริ่มทยอยตักกากเพชรใส่ลงไปในส่วนที่เป็นบอดี้จี้ ใช้ช้อนเกลี่ยให้ทั่ว แล้วทากาวบนบอดี้จี้อีก 2 ด้านที่เหลือ คือ ด้านหน้าและหลัง ให้ทั่วอีกครั้ง นำบอดี้สำหรับปิดด้านหน้ามาติดประกบ ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งอีก 10 นาที เมื่อกาวแห้งแล้ว จึงนำโครงบอดี้สำหรับใช้เป็นขอบสีขาวขุ่น ขนาด 1 มิลลิเมตรมาทากาวให้ทั่ว นำไปติดบนบอดี้สร้อย รอให้กาวแห้ง แล้วนำโครงบอดี้สำหรับใช้เป็นขอบมาทากาว และนำมาติดบนบอดี้สร้อยอีกด้าน รอจนกาวแห้งสนิท หรือทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงนำอะไหล่สร้อยมาประกอบเข้ากับจี้ เริ่มจากใช้คีมปากแหลมแง้มห่วงเงินออกจากกันเล็กน้อย สอดใส่รูบอดี้จี้ที่เป็นห่วงด้านบนเข้าไป จากนั้นบีบห่วงเงินให้ติดกัน นำสายสร้อยร้อยใส่รูห่วงเงิน เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ “จี้สร้อยคอ” จากอะคริลิก

“การทำสร้อยอะคริลิกนั้น ต้องใจเย็น และมีข้อควรระวังโดยเฉพาะขั้นตอนการใส่กากเพชร ซึ่งถ้าหากใส่กากเพชรมากเกินไป เวลานำอะคริลิกมาปิดประกบจะทำให้ปิดไม่ลง เกิดช่องโหว่ ทำให้กากเพชรล้นหรือหลุดออกมาได้ จนชิ้นงานเสียหาย หรือหากใส่กากเพชรน้อยเกินไปก็จะลงมากองอยู่บริเวณด้านล่างจี้ ทำให้ดูไม่สวย จึงควรใส่ในปริมาณที่พอดี เพื่อให้กากเพชรขยับได้ เวลาเขย่าก็จะเกิดเสียง ทั้งนี้ หากอะคริลิกที่สั่งทำมีรอยไหม้จากการตัดไปบ้าง ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะสามารถใช้กระดาษทรายขัดรอยไหม้ออกได้” ...เป็นคำแนะนำจากเจ้าของชิ้นงาน ซึ่งน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” เกี่ยวกับงานประดิษฐ์-งานฝีมือ-งานเครื่องประดับ ที่ลงทุนไม่สูง ใช้วัสดุไม่เยอะ

สนใจงาน “สร้อยคออะคริลิก” โทร. 08-6271-7770 และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่ง “ไอเดียงานแฮนด์เมด” ที่เกิดจากการนำวัสดุมาประยุกต์ ใช้ ที่สามารถใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ทำเป็นอาชีพได้ รวมทั้งกับคนที่คิด จะทำเป็นอาชีพเสริม คนที่อยากจะใช้เวลาว่างทำเครื่องประดับ เพื่อเสริม สร้างรายได้.

สุรางค์รัตน์ เจนการ :เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล :ภาพ

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/302517/‘จี้สร้อยคออะคริลิก’+เครื่องประดับฟรุ้งฟริ้งทำเงิน!

อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

ชวนบริจาคเงินและสิ่งของให้สถานสงเคราะห์ต่างๆ, ผมรวมรายชื่อไว้ให้ ติดต่อได้ตามสะดวกครับ



ชวนทำทานครับ
ช่วยบริจาคเงินให้เด็กและผู้ด้อยโอกาสตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ นะครับ
ร่วมกันทำในสิ่งที่คุณสามารถช่วยทำได้...บริจาคเงินและสิ่งของกันนะครับ

เลือกและติดต่อด้วยตนเองได้จากรายชื่อต่อไปนี้ครับ >>

สถานสงเคราะห์เด็ก
1. สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด โทร. 02-583-3000
2. สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท โทร. 02-584-7254-55
3. สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต โทร. 02-577-2347
4. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านบางละมุง(ชลบุรี) โทร. 038-241-373
5. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด โทร. 02-583-8343
6. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ โทร. 02-286-2013
7. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านราชสีมา โทร. 044-242-552
8. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช โทร. 075-356-166
9. สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านหนองคาย โทร. 042-407-387
10. สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา โทร. 073-274-488
11. สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทอง (ขอนแก่น) โทร. 043-337-533
12. สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ (เชียงใหม่) โทร. 053-121-161
13. สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา โทร. 074-333-223
14. สถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี โทร. 073-460-131
15. สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี โทร. 02-354-7484
16. สถานสงเคราะห์เด็กหญิงจังหวัดสระบุรี โทร. 0-3626-6708
17. สถานสงเคราะห์เด็กหญิงอุดรธานี โทร. 0-4229-5074 (ไม่มีคนรับ)
18. สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช(ปทุมธานี) โทร. 02-577-1267

สถานแรกรับเด็ก
1. สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด โทร. 02-583-8345
2. สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร โทร. 02-577-6572

สถานสงเคราะห์คนชรา
1. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว (นครสวรรค์)โทร. 056-204-039
2. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านจันทบุรี โทร. 039-326-496
3. สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) (นครปฐม) โทร. 034-338-412
4. สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) (กาญจนบุรี) โทร. 034-531-441
5. สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม โทร. 034-255-102
6. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านทักษิณ (ยะลา) โทร. 073-257-565, 073-212-904
7. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่) โทร. 053-278-573
8. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (โพธิ์กลาง) (นครราชสีมา) โทร. 044-242-521
9. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (วัดม่วง) (นครราชสีมา) โทร. 044-242-490
10. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค บริเวณสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค โทร. 02-413-1141
11. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 บริเวณสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 โทร.02-455-6318
12. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางละมุง (ชลบุรี) โทร. 038-241-121
13. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านลพบุรี โทร. 036-413-706
15. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง โทร. 075-214-883
16. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านมหาสารคาม โทร. 043-777-124, 0-4372-1524
17. สถานสงเคราะห์คนชราวัยทองนิเวศน์ (เชียงใหม่) โทร. 053-471-491
18. สถานสงเคราะห์คนชราวาสนะ (พระนครศรีอยุธยา) โทร. 035-359-277

สถานสงเคราะห์คนพิการ
1. สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมอง และปัญญาปากเกร็ด โทร. 02-583-6815
2. สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) ปากเกร็ด โทร. 02-583-4246
3. สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและ ปัญญาปากเกร็ด โทร. 02-583-8426
4. สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด โทร. 02-583-8396
5. สถานสงเคราะห์คนพิการการุณยเวศม์ (ชลบุรี) โทร. 038-241-741, 038-240-137
6. สถานสงเคราะห์คนพิการและทุพพลภาพ บางปะกง (ฉะเชิงเทรา) โทร. 038-528-290
7. สถานสงเคราะห์คนพิการและทุพพลภาพพระประแดง (สมุทรปราการ) โทร. 02-462-5232
8. สถานสงเคราะห์คนไข้โรคจิตทุเลา (ปทุมธานี) โทร. 02-577-1864
9. สถานสงเคราะห์คนไข้โรคจิตทุเลาหญิง (ปทุมธานี) โทร. 02-577-2898

ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการ
1. ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ (โรงงานปีคนพิการสากล) (นนทบุรี) โทร. 02-583-8415
2. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการหนองคาย (หนองคาย) โทร. 042-407-478
3. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการขอนแก่น โทร. 043-246-080
4. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการนครศรีธรรมราช โทร. 0-75-375-255
5. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส (อุบลราชธานี) โทร. 045-254-092
6. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการพระประแดง (สมุทรปราการ) โทร. 02-462-5008
7. ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการหยาดฝน (เชียงใหม่) โทร. 053-471-327
8. สถานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อุบลราชธานี) โทร. 045-285-469
9. สถานสงเคราะห์คนพิการจังหวัดอุบลราชธานี โทร. 045-285-359

สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง
1. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งกุ่มสะแก (เพชรบุรี) โทร. 032-425-416
2. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งชายธัญญบุรี( ปทุมธานี) โทร. 02-577-1312
3. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงธัญญบุรี (ปทุมธานี) โทร. 02-577-1148
4. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งทับกวาง (สระบุรี) โทร. 036-357-320
5. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา (นครราชสีมา ) โทร. 044-922-666
6. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งภาคใต้(นครศรีธรรมราช) โทร. 075-376-226
7. สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งวังทอง (พิษณุโลก) โทร. 055-311-217
8. สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ (ศรีสะเกษ) โทร. 045-630-661
9. สถานสงเคราะห์ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 032-554-388

สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่ง
1. สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี โทร. 0-2583-0044
2. สถานแรกรับคนไรที่พึ่งสันมหาพน (เชียงใหม่) โทร. 0-5347-1492, 053-471-771 (ห่างไกล ลำบาก)

**********************************************************************************************************

การ ให้อามิสทาน คือการให้วัตถุทาน ๑๐ อย่าง มีข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม ของลูบไล้ ที่นอน ที่พัก เครื่องประทีป หรือให้ปัจจัย ๔ มีจีวร เป็นต้น ย่อมให้ด้วย เหตุต่าง ๆ กันเป็น ๘ ประการคือ

๑. บุคคลบางคนให้ทาน เพราะหวังผลตอบแทน มุ่งสั่งสมการให้ทาน ด้วยคิดว่าถ้าตายไปแล้วจักได้เสวยผลตอบแทนนี้ จึงให้ข้าว ให้น้ำ เป็นต้น แก่สมณะ หรือพราหมณ์ เพื่อให้เป็นเสบียงเลี้ยงตัวในภพหน้า

๒. บุคคลบางคนให้ทาน ไม่ได้หวังผลแห่งทาน แต่ให้เพราะคิดว่าการให้ทานเป็น ความดี เป็นการทำตามคำของบัณฑิตที่กล่าวไว้ดีแล้ว บุคคลที่คิดให้ทานอย่างนี้ เมื่อตายไปเขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นดาวดึงส์ เมื่อเสวยผลแห่งกรรมหมดสิ้นแล้ว เขาย่อมกลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก คือได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีก เป็นการให้เพื่อยังประโยชน์ให้สำเร็จ ให้เกิดความสุข

๓. บุคคลบางคนให้ทาน ไม่ได้คิดว่าการให้ทานเป็นการดี แต่ให้ทานด้วยคิดว่า บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา ก็ควรทำไม่ให้เสียประเพณี เมื่อเขาตายไป ย่อมเข้าถึง ความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นยามา เมื่อเสวยผลแห่งกรรมหมดสิ้นแล้ว เขาย่อมกลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก คือกลับมาเป็นมนุษย์อีก เป็นการให้เพื่อรักษาประเพณี

๔. บุคคลบางคนให้ทาน ไม่ได้ให้เพราะคิดว่าบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา แต่ให้ทานเพราะคิดว่าเราหุงหากินได้ ส่วนสมณะพราหมณ์ ไม่ได้หุงหากิน จึงให้ทานเพราะ ผลแห่งทานนี้ เมื่อเขาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นดุสิต เมื่อเสวยผลแห่ง ทานหมดสิ้นแล้ว เขาย่อมกลับมาสู่ความเป็นมนุษย์อีก เป็นการให้เพื่ออนุเคราะห์ ให้เพื่อบูชา

๕. บุคคลบางคนให้ทาน ไม่ได้คิดว่าเราหุงหากินได้ ส่วนสมณะพราหมณ์ไม่ได้หุงหากิน แต่ให้ด้วยคิดว่า เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เหมือนฤๅษีแต่ครั้งก่อน ๆ เพราะผลแห่งทานนี้ เมื่อเขาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นนิมมานรดี เมื่อเสวยผลแห่งกรรมหมด สิ้นแล้ว เขาย่อมกลับมาสู่ความเป็นมนุษย์อีก เป็นการให้เพื่อต้องการเป็นผู้มีโชคดี ต้องการมีชื่อเสียง

๖. บุคคลบางคนให้ทาน ไม่ได้คิดว่าจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน แต่ให้ด้วยคิดว่า เราให้ทานอย่างนี้ จิตจักเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจโสมนัสจึงได้ให้ทาน เพราะผลแห่งทานนี้ เมื่อเขาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตตวสวฺตี เมื่อเสวยผลของกรรมหมดสิ้นแล้ว ก็จักกลับมาสู่ความเป็นมนุษย์อีก เป็นการให้เพื่อปลูกศรัทธาให้จิตเกิดปิติยินดี

ขออนุโมทนาล่วงหน้าครับ

credit by : http://www.protonclub.net/forum/?showtopic=65123
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘ป้ายไม้แฮนด์เมด’ ฝึกทำไม่ยาก..ขายได้


หลังจากเรียนจบด้านศิลปะก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานบริษัท แต่ด้วยความที่ชอบทำงานฝีมือ จึงใช้เวลาว่างทำชิ้นงานจากเทคนิคการกัดลายกระจกจำหน่าย เพื่อหารายได้เสริม
วันเสาร์ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 02:00 น.

จากความชอบงานศิลปะกับการทำงานฝีมือ เมื่อนำมาบวกกับความคิดสร้างสรรค์ด้วยแล้ว จึงทำให้ “ป้ายไม้” ของ “สุรวุฒิ ลาภสมทบ” กลายเป็นชิ้นงานรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เป็นอย่างดี ที่วันนี้ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอไว้ให้พิจารณา

สุรวุฒิ เจ้าของผลงานป้ายไม้แฮนด์เมดเล่าว่า หลังจากเรียนจบด้านศิลปะก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานบริษัท แต่ด้วยความที่ชอบทำงานฝีมือ จึงใช้เวลาว่างทำชิ้นงานจากเทคนิคการกัดลายกระจกจำหน่าย เพื่อหารายได้เสริม ซึ่งช่วงนั้นชิ้นงานรูปแบบนี้ยังไม่ค่อยมีคู่แข่ง เพราะไม่ค่อยมีใครทำชิ้นงานจากเทคนิคดังกล่าว และด้วยความที่ไม่มีหน้าร้าน จึงใช้วิธีวิ่งเข้าหาลูกค้าโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้-สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี ที่สุดจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำชิ้นงานนี้แบบเต็มตัว จนตลาดเริ่มคลายความนิยมก็เลยพยายามมองหาลู่ทางอื่น ๆ และก็มาลงตัวที่งานรับทำป้ายไม้นี้

“ที่รับงานโลโก้ไม้มาทำก็เพราะคิดว่าเราทำได้ เนื่องจากมีความรู้และพื้นฐานการทำเฟอร์นิเจอร์มาบ้าง หลังทดลองทำผิดทำถูกอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ จึงได้ส่งงานให้ลูกค้า จากจุดนั้นต่อมาก็เลยหันมารับทำป้ายไม้ ทำโลโก้ ทำตราสินค้า ตราสัญลักษ์ต่าง ๆ มาเรื่อย ๆ โดยตอนนี้ยังไม่มีหน้าร้าน แต่จะเน้นทำงานอยู่ที่บ้าน รับทำชิ้นงานตามที่ลูกค้าสั่ง ส่วนป้ายไม้บางส่วนก็อาศัยนำไปฝากวางขายที่ร้านของเพื่อนซึ่งตั้งอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร” ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว ซึ่งนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนว่า แม้ไม่มีหน้าร้านก็สามารถผลิตงานฝีมือ เพื่อขายหรือทำเป็นอาชีพได้

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 70% จากราคา ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 1,000-5,000 บาท ขึ้นกับรูปแบบ ความละเอียด และขนาดของชิ้นงานที่ทำวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย แผ่นไม้ MDF, เลื่อยฉลุ, กาวร้อน หรือกาวลาเท็กซ์สำหรับติดไม้, สีสเปรย์, กระดาษทราย, แล็กเกอร์กระป๋อง, กระดาษลอกลาย, ดินสอ, ปากกา, หูแขวน, ไขควง

“สาเหตุที่เลือกใช้ไม้ MDFเป็นวัสดุหลักในการทำป้ายไม้ เพราะเป็นไม้ที่เหมาะนำมาทำชิ้นงานประเภทดังกล่าวมากที่สุด เนื่องจากมีผิวเนื้อที่ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน มีความหนาแน่น และความเรียบสม่ำเสมอทั้งแผ่น อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา และเวลาที่ต้องขูดหรือขัดเพื่อตกแต่ง เนื้อของไม้ประเภทนี้จะเรียบเนียน ทำให้งานที่ทำไม่เป็นขุย ไม่เป็นเสี้ยน ซึ่งเวลาพ่นสีจะได้ผิวของไม้ที่เรียบและสวยงาม” ...เป็นการระบุจากสุรวุฒิ เจ้าของชิ้นงานนี้ เกี่ยวกับการเลือกใช้ “แผ่นไม้ MDF” เพื่อนำมาเป็นวัสดุหลักในการทำป้ายไม้

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำแบบที่ลูกค้าได้สั่งทำมาขยาย ด้วยวิธีพรินต์ขยายหรือถ่ายเอกสาร เพื่อให้ได้แบบที่มีขนาดเท่ากับป้ายไม้ที่ลูกค้าต้องการ หลังจากได้แบบแล้ว นำมาวางลงบนกระดาษลอกลาย แล้วนำไปวางทาบลงบนแผ่นไม้ MDF อีกทีหนึ่ง จากนั้นดราฟต์แบบลงบนแผ่นไม้ โดยใช้ดินสอหรือปากการ่างหรือวาดไปตามรูปบนกระดาษที่วางทาบบนแผ่นไม้ โดยหลังจากดราฟต์แบบลงบนแผ่นไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นำกระดาษแบบออกจากแผ่นไม้ ใช้ปากกาวาดเส้นทับตามแบบบนแผ่นไม้อีกครั้ง เพื่อให้ลายเส้นคมชัดมากขึ้น เมื่อลงเส้นเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการตัด โดยจะใช้เลื่อยฉลุตัดตามแบบที่วางลงบนแผ่นไม้ ทั้งนี้ การตัดไม้นั้น จำนวนของแผ่นไม้ที่ตัดขึ้นอยู่กับรายละเอียดและแบบของป้ายไม้ที่ต้องการทำ

ขั้นตอนต่อมา นำชิ้นส่วนทั้งหมดที่ตัดได้มาขัดด้วยกระดาษทราย เพื่อให้ผิวไม้เรียบ หลังจากที่ขัดเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาด เพื่อกำจัดฝุ่นผงออกจากชิ้นงาน จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการพ่นสี ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นงานที่ยาก และต้องใช้สีค่อนข้างเยอะ เนื่องจากคุณสมบัติของไม้ที่มีการดูดซับดูดซึมสี ทำให้ต้องพ่นสีทับหลายรอบ เริ่มจากการพ่นสีขาวเพื่อเป็นสีรองพื้นก่อน พ่นเสร็จแล้วก็ปล่อยให้สีแห้ง เมื่อสีแห้งให้ใช้กระดาษทรายขัดแล้วพ่นสีขาวทับลงไปอีกรอบ ซึ่งสำหรับขั้นตอนการพ่นสีรองพื้นนี้ จะต้องพ่นจำนวน 3 รอบ หรือจนกว่าสีรองพื้นจะเต็มและเรียบเสมอกัน จึงพ่นสีอื่น ๆ ตามแบบที่ต้องการ

หลังจากพ่นสีเสร็จแล้ว ให้นำแผ่นไม้ที่ได้มาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบ ใช้กาวร้อนหรือกาวลาเท็กซ์สำหรับติดไม้ยึดติดให้แน่นหนา เสร็จแล้วจึงใช้แล็กเกอร์พ่นเคลือบ รอจนแล็กเกอร์แห้ง จึงติดห่วงสำหรับแขวนผนัง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำป้ายไม้แฮนด์เมด

“ป้ายไม้แฮนด์เมดเป็นงานทำมือทุกขั้นตอน จึงต้องใช้ความชำนาญและความละเอียดมาก ๆ แต่หากใครที่สนใจงานฝีมือแบบนี้ก็สามารถที่จะฝึกฝนและพัฒนาฝีมือได้ ไม่ยาก หากว่าตั้งใจที่จะทำ” ...เป็นคำแนะนำจากเจ้าของชิ้นงาน ที่ก็น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหางานฝีมือเพื่อใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” เพื่อเสริมรายได้-สร้างรายได้

สนใจงาน “ป้ายไม้แฮนด์เมด” โทร.08-1343-0567 และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานจาก “วัสดุไม้” ที่นำมาประยุกต์เข้ากับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เหมาะเป็น “ช่องทางทำกิน” เพื่อทำอาชีพเสริม-เสริมรายได้ ที่น่าสนใจไม่น้อย.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

...............................................................................

คู่มือลงทุน...ป้ายไม้แฮนด์เมด

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 10,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 70% จากราคา

รายได้ ราคา1,000-5,000 บาทต่อชิ้น

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ตลาดนัด, กลุ่มของตกแต่งบ้าน

จุดน่าสนใจ สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/300892/‘ป้ายไม้แฮนด์เมด’+ฝึกทำไม่ยาก..ขายได้
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘ปากกาดอกไม้’ ทำเงินได้..ทุกเทศกาล!


สูตรที่ทำเป็นสูตรของคุณยายที่เคยทำให้กินตอนเด็ก ๆ เมื่อจะมาทำขายจึงนำมารื้อฟื้นใหม่อีกรอบ และประยุกต์ออกมาในแบบฉบับของตัวเอง โดยยำผลไม้ทั้งหมดที่ทำมี 4 เมนู
วันอาทิตย์ 25 มกราคม 2558 เวลา 03:00 น.

ผลไม้ไทยหลาย ๆ ชนิดถูกนำมาเป็นวัตถุดิบของอาหารคาวหวานหลาย ๆ อย่าง อาทิ ผัดเปรี้ยวหวาน, มัสมั่น, ส้มตำชนิดต่าง ๆ, แกงบวดฟักทอง, กล้วยบวชชี ฯลฯ จากจุดนี้เองจึงเป็นแรงบันดาลใจให้มีคนนำผลไม้มาสร้างเป็นเมนูยำต่าง ๆ ซึ่งถูกใจคนรับประทาน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง “ยำผลไม้รวม” ซึ่งทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...

นันทวรรณ ศรียะมาตร หรือ พี่ตุ้ม รองประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เจ้าของเมนู “ยำผลไม้รวม” เล่าว่า ก่อนหน้าจะมาทำยำผลไม้รวมขายนั้น ได้ทำน้ำฝรั่งเกล็ดหิมะขายมาก่อน โดยใช้วัตถุดิบจากสวนหลังบ้านตนเอง โดยมีช่วงหนึ่งที่มีผลผลิตมาก ประกอบกับคำแนะนำจากลูกค้าให้ลองแปรรูปฝรั่งเป็นอาหารอย่างอื่นบ้าง จึงลองทำ “ยำฝรั่ง” ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ต่อมาจึงได้คิดเมนูยำผลไม้อื่น ๆ ขึ้นมาอีก โดยใช้ผลไม้อื่น ๆ ที่ปลูกเองมาเป็นวัตถุดิบ อาทิ มะม่วง, ส้มโอ

“สูตรที่ทำเป็นสูตรของคุณยายที่เคยทำให้กินตอนเด็ก ๆ เมื่อจะมาทำขายจึงนำมารื้อฟื้นใหม่อีกรอบ และประยุกต์ออกมาในแบบฉบับของตัวเอง โดยยำผลไม้ทั้งหมดที่ทำมี 4 เมนู ได้แก่ ยำผลไม้รวม, ยำส้มโอ, ยำมะม่วง, ยำฝรั่งสด นอกจากนี้ ยังได้ทำข้าวยำแหนมเพิ่มซึ่งเป็นเมนูขายดีอีกเมนูหนึ่ง” นันทวรรณ กล่าว

สำหรับอุปกรณ์ ที่ใช้ทำ “ยำผลไม้รวม” หลัก ๆ ก็มี ภาชนะสำหรับยำ, โหลแก้วสำหรับใส่ส่วนผสมต่าง ๆ, หม้อสเตนเลส, เขียง-มีด และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในครัวเรือนทั่ว ๆ ไป

‘ปากกาดอกไม้’
ทำเงินได้..ทุกเทศกาล!

สำหรับช่องทางการขายของทางร้าน จะเน้นขายชิ้นงานผ่านช่องทางออนไลน์ คือที่ www.memindmadeshop.com หรือทางอินสตาแกรมใช้ชื่อ memindmadeshop
วันเสาร์ 24 มกราคม 2558 เวลา 05:46 น.

“ดอกไม้ประดิษฐ์” เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่นิยมนำมาต่อ ยอด-ประยุกต์ใช้เข้ากับงานแฮนด์เมดได้อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นงาน “ปากกาดอกไม้” ของ “กฤษณา สุพร” ที่นำวัสดุดังกล่าวมาตกแต่งชิ้นงาน ทำให้ปากกาธรรมดา ๆ มีมูลค่า-มีจุดเด่นจนกลายเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้ คอลัมน์นี้ได้มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

กฤษณา เจ้าของชิ้นงาน ที่ใช้ชื่อร้านว่า Me Mind Made Shop เล่าว่า...น้องสาวเป็นคนจุดประกายความคิดนี้ เพื่อหารายได้เสริมในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ตอนนั้นก็มองหาไอเดียการทำชิ้นงานหลากหลายรูปแบบ จนมาสรุปที่การทำปากกาดอกไม้นี้ เนื่องจากเห็นว่า...มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากมาก มีทุนวัสดุที่ไม่สูงเกินไปนัก และน่าจะขายได้ง่ายในช่วงเวลาของเทศกาลดังกล่าว จึงเริ่มลงมือผลิตชิ้นงาน

สำหรับช่องทางการขายของทางร้าน จะเน้นขายชิ้นงานผ่านช่องทางออนไลน์ คือที่ www.memindmadeshop.com หรือทางอินสตาแกรมใช้ชื่อ memindmadeshop และยังเปิดไลน์ในชื่อ me.mind.made ให้ลูกค้าไว้สอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อด้วย ซึ่งกระแสตอบรับชิ้นงานปากกาดอกไม้ถือว่าดีมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ในปี 2557 ที่ผ่านมา

เรียกว่า... ทำแทบไม่ทันขายเลยทีเดียว

’ชิ้นงานที่ทำขึ้นจะเน้นให้มีความคล้ายคลึงธรรมชาติมากที่สุด ตอนแรกเคยทดลองใช้ดอกไม้จริง ๆ นำมาทำเหมือนกัน ซึ่งข้อดีคือสวยเป็นธรรมชาติและมีกลิ่นหอม แต่ข้อเสียคือ ไม่คงทน อยู่ได้ไม่นานก็เหี่ยว จึงหันมาใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ แต่ก็ยังเน้นให้มีรูปแบบ คล้ายดอกไม้จริงมากที่สุด“ ...เป็นคำแนะนำจากเจ้าของชิ้นงานปากกาดอกไม้รายนี้

ทั้งนี้ เจ้าของชิ้นงานยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า...ปากกาดอกไม้นี้ นอกจากจะขายดีในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์แล้ว ในโอกาสอื่น ๆ หรือช่วงเทศกาลต่าง ๆ อาทิ ปีใหม่ งานแต่งงาน ก็ยังสามารถนำไปเป็นของขวัญ-ของที่ระลึก-ของชำร่วย หรือหากปากกาหมึกหมดก็ยังสามารถนำไปใช้ปักแจกัน เพื่อตกแต่งห้อง โต๊ะทำงาน หรือบ้านได้อีกด้วย

...นี่ก็เป็นอีกจุด ขายหนึ่งที่น่าสนใจของชิ้นงานนี้

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 500 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคาซึ่งราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 150-200 บาท ขึ้นกับชนิดของปากกาและดอกไม้ที่ตกแต่ง

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ดอกไม้ประดิษฐ์, ปากกา, ฟลอร่า เทป, กรรไกร, ปืนกาว, คัตเตอร์, คีมปากแหลม

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากการเลือกดอกไม้ที่จะใช้ตกแต่งก่อน เมื่อได้แล้วนำมาตัดส่วนที่เป็นก้านทิ้งออกไปสักเล็กน้อย จากนั้นนำปากกามา 1 แท่ง ให้ทดลองเขียนก่อนว่าสามารถใช้งานได้จริง ๆ หรือหมึกไม่หมด จากนั้นดึงจุกที่เป็นหัวปากกาออก นำดอกไม้ที่เตรียมไว้สอดเข้าไปในรูบริเวณด้านหัวของปากกา

ขั้นตอนต่อมา ให้ใช้ปืนยิงกาวเข้าไปในรูดังกล่าว เพื่อให้ดอกไม้กับปากกายึดติดกันจนแน่น เสร็จแล้วใช้ฟลอร่าเทปพัน โดยเริ่มพันจากส่วนหัวของปากกาก่อน จากนั้นทำการพันลงมาเรื่อย ๆ จนสุดปลายด้ามปากกา โดยให้ทำตามขั้นตอนดังกล่าวจนครบ 2 รอบ เพื่อปกปิดลวดลายเดิมที่ด้ามปากกา

จากนั้นให้ใช้ฟลอร่าเทปพันฝาปิดปากกา โดยพันจำนวน 2 รอบ เมื่อเสร็จแล้วตรวจสอบความเรียบร้อยของชิ้นงาน เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ โดยขั้นตอนทั้งหมดนี้มีวิธีทำที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหางานประดิษฐ์-งานฝีมือ ที่ลงทุนไม่สูง ใช้วัสดุไม่เยอะ เพื่อนำไปใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ทั้ง คนที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม รวมถึงคนที่อยากจะใช้เวลาว่าง เพื่อหารายได้เสริม ซึ่งชิ้นงานนี้ก็นับว่าน่าสนใจ เพียงแต่ต้องหาเอกลักษณ์ที่แตกต่างเป็นของตัวเอง รูปแบบใครรูปแบบมันไม่ซ้ำกัน

สนใจงาน “ปากกาดอกไม้” โทร. 08-9792-4798 หรือชมสินค้าได้ที่ร้าน Farm Shop Bangkok ชั้น 1 Home Place Office Building ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 13) ซึ่งที่ร้านจะเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. และนี่ก็นับเป็นอีกหนึ่ง ไอเดียงานแฮนด์เมดที่เกิดจากการนำวัสดุมาประยุกต์ใช้เข้ากับชิ้นงาน เหมาะเป็น “ช่องทางทำกิน” เพื่อทำอาชีพเสริมสร้างรายได้ หรือเป็นการใช้เวลาว่าง ๆ จากงานประจำเพื่อใช้ทำเงิน.

สุรางค์รัตน์ เจนการ :รายงาน

คู่มือลงทุน...ปากกาดอกไม้

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 500 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 150-200 บาทต่อชิ้น

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด กลุ่มของขวัญ, ของชำร่วย

จุดน่าสนใจ ลงทุนไม่สูง เหมาะทำอาชีพเสริม

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/295979/‘ปากกาดอกไม้’+ทำเงินได้..ทุกเทศกาล!
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘ที่รอง’ จากใบสับปะรด เพิ่มค่า..วัสดุธรรมชาติ


ด้วยมองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของ “ใบสับปะรด” ที่ถูกมองข้าม จึงได้ทำให้ “อรรถพล จันทร์คำ” หนึ่งในทีมงาน CCC Objects คิดหาวิธีที่จะนำวัตถุดิบดังกล่าวมาพัฒนาจนกลายเป็น “กระดาษ” เพื่อใช้ทำชิ้นงาน-ทำงานฝีมืออย่างเช่น “ที่รองอเนกประสงค์” นี้ขึ้นมา ที่สามารถใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้น่าสนใจ ซึ่งวันนี้คอลัมน์นี้ก็มีข้อมูลดังกล่าวมาให้พิจารณากัน...

อรรถ พล หนึ่งในทีมงานผู้ผลิต “ที่รองอเนก ประสงค์” ที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า PUNN (พัน) เล่าว่า... ชิ้นงานดังกล่าวเป็นไอเดียของทางบริษัทที่ตนทำงานอยู่ ที่ต้องการจะสร้างสรรค์ชิ้นงานเพื่อสื่อให้สังคมได้เห็นคุณค่าจากวัสดุการ เกษตร อย่างเช่น “ใบสับปะรด” ที่หลังจากการเก็บเกี่ยวก็จะถูกทิ้งไป โดยไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์เหมือนส่วนอื่น ๆ ของสับปะรด ตนจึงมองว่า... ใบสับปะรดนี้ ถ้านำมาผ่านกระบวนการก็น่าจะใช้ทำเป็น “กระดาษ” ได้ และสามารถนำมาดัดแปลงใช้เป็นวัสดุเพื่อผลิตเป็นสินค้า-เป็นชิ้นงานต่าง ๆ ได้ ซึ่งหลังจากลองผิดลองถูกก็สามารถผลิตเป็นกระดาษ และนำมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

’หลังผลิตเป็น ที่รองขึ้นมาก็นำไปทดลองแจกเพื่อเป็นของชำร่วยในงานแต่งงานของพี่ชาย ปรากฏว่ามีคนชอบ และให้ความสนใจมาก จึงตัดสินใจผลิตเต็มตัว โดยขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจากจุดเริ่มต้นมาถึงวันนี้ก็กว่า 7 ปีแล้ว“ …เป็นการระบุจากอรรถพล ทีมงานที่สร้างสรรค์ที่รองอเนกประสงค์จากใบสับปะรด

จุด เด่นของชิ้นงาน นอกจากทำจากวัสดุธรรมชาติแล้ว ในเรื่องของ “เทคนิคการพันกระดาษ” ที่ทำให้เกิดลวดลายและสีสันแปลกตา ก็ยังใช้เรียกความสนใจจากกลุ่มลูกค้าได้อย่างดี ซึ่งนี่ก็เป็นวิธี “สร้างจุดขาย” ให้ชิ้นงาน ที่น่าสนใจ-น่าศึกษา โดยที่รองที่ทำขึ้นนี้ มีทั้งที่รอง แก้วน้ำและที่รองผักผลไม้ รวมถึงสามารถใช้วางสิ่งของอื่น ๆ ได้ด้วย...

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 บาท ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาซึ่งราคาอยู่ที่ชิ้นละ 125-750 บาท ขึ้นกับขนาดของชิ้นงาน โดยชิ้นงานมีอยู่ 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก ที่มีเส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 9 เซนติเมตร, ขนาดกลาง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 18 เซนติเมตร, ขนาดใหญ่ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 27 เซนติเมตร

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย กระดาษใบสับปะรด, กาวลาเท็กซ์, ผ้าสักหลาด, กรรไกร, คัตเตอร์ เป็นต้น

ขั้น ตอนการทำ เริ่มจากกำหนดกระดาษสีที่ต้องการจะใช้ เมื่อเลือกได้แล้วให้นำมาตัดแบ่งเป็นเส้น ๆ ให้ได้ตามความหนาของชิ้นงาน แล้วนำเส้นกระดาษที่ตัดได้ 1 แผ่นมาทำการพับครึ่ง โดยหันด้านที่เป็นสันกระดาษขึ้นข้างบน และทากาวที่กระดาษให้เป็นแนวตรงยาว จากนั้นเริ่มทำการพันหรือม้วนกระดาษให้เป็นก้อนวงกลมจนหมดความยาวของกระดาษ ทำตามขั้นตอนเดิมกับกระดาษแผ่นที่ 2 และแผ่นต่อ ๆ ไป จนได้ขนาดตามรูปแบบที่ต้องการ หรือจนหมดกระดาษที่ได้เตรียมไว้

หลัง จากได้ที่รองตามรูปแบบที่ต้องการแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้จนกาวแห้ง เมื่อกาวแห้งก็ให้นำผ้าสักหลาดมาตัดเป็นรูปวงกลมตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ ที่รองชิ้นนั้น เพื่อใช้ทำเป็นฐานรอง เมื่อได้ชิ้นผ้าสักหลาดแล้ว ทำการทากาว จากนั้นนำไปติดประกบเข้ากับชิ้นงานที่พัน ทิ้งไว้ให้กาวแห้งเป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

ทั้งนี้ สำหรับเทคนิคการพันกระดาษหรือม้วนกระดาษเพื่อทำเป็นที่รองนั้น สามารถที่จะใส่ลูกเล่นให้กับชิ้นงานด้วยการสลับสีกระดาษ ขึ้นอยู่กับเทคนิค ของผู้ทำและความชำนาญเป็นสำคัญ

’ชิ้นงานนี้ต้องใช้สมาธิและต้องใจ เย็น เพราะงานจะสวยหรือไม่สวยนั้นอยู่ที่การพัน ทั้งนี้ ก็ไม่ยากเกินไป ขอแค่ตั้งใจก็สามารถทำได้“ ...นี่เป็นคำแนะ นำสำหรับคนที่คิดจะยึดงานฝีมือประเภทนี้ ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน”

สนใจ งาน “ที่รองอเนกประสงค์” โทร. 08-1866-0533 หรือชมสินค้าได้ที่ www.facebook.com/cccobjects หรือ www.ccc objects หรือทางอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า cccobjects และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่นำวัสดุจากธรรมชาติเหลือใช้มาสร้างมูลค่า ตอกย้ำว่า... สินค้างานแฮนด์เมด-งานฝีมือยังทำเงินได้ ถ้ารู้จักคิด-รู้จักสร้างสรรค์ชิ้นงาน.

สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน
credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/292784/‘ที่รอง’+จากใบสับปะรด+เพิ่มค่า..วัสดุธรรมชาติ
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘โมเดลอาหารปลอม’...ศิลปะทำเงิน


ด้วยความช่างสังเกต เมื่อครั้งเดินผ่านร้านขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง แล้วพบว่า อาหารที่โชว์ในตู้กระจกนั้น ช่างดูไม่น่ารับประทาน อีกทั้งเมื่ออาหารถูกแขวนไว้นาน ๆ สียังดูไม่สด จึงทำให้ “เปี๊ยก” ปิ๊งไอเดียนำความรู้และประสบการณ์ด้านศิลปะที่สะสมตั้งแต่สมัยเรียนมาประยุกต์เพื่อเป็นช่องทางทำมาหากิน ด้วยการนำเรซิ่น มาเนรมิตให้กลายเป็น “โมเดลอาหารปลอม” ซึ่งเมื่อจัดวางดูแล้วหน้าตาและสีสัน แยกไม่ออกว่าเป็นของปลอมเลย จึงชวนชิมยิ่งนัก

เปี๊ยกเท้าความว่า “ผมชื่นชอบงานศิลป์มาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เลือกศึกษาในด้านศิลปะมาตลอด ตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงชั้นปวช. ก็เลือกศึกษาที่ โรงเรียนศิลปะธนบุรี จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนเพาะช่าง ในระดับชั้น ปวส.” และในระหว่างเรียน เปี๊ยกไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าหาประสบการณ์ และความรู้เพิ่มเติมให้กับตนเอง ด้วยการฝึกงานกับรุ่นพี่ และช่วยงานอาจารย์ในบางครั้งบางคราว เพราะเปี๊ยกมองว่า การศึกษาในชั้นเรียนอย่างเดียวไม่เพียงพอ

จากนั้นเมื่อเรียนจบ เปี๊ยกได้เริ่มทดลองทำโมเดลอาหารปลอมด้วยเรซิ่นเมื่อเขาสังเกตเห็นร้านข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง หรือข้าวขาหมู บางครั้งอาหารที่แขวนโชว์ในตู้กระจกเหลือน้อยดูไม่น่ากิน ทำให้ลูกค้าไม่เข้าร้าน หรือแขวนของจริงไว้นาน ๆ ทำให้สีไม่สด และเสียไป “จึงน่าจะมีของปลอมมาโชว์แทนของจริง เพื่อช่วยให้พ่อค้า-แม่ค้า มีอาหารโชว์หน้าร้านได้ตลอด อีกทั้งยังดูสดสะอาด น่ากินตลอดเวลาอีกด้วย”เปี๊ยกบอกกับตัวเอง และเริ่มลงมือทำโมเดลอาหารปลอมชิ้นแรกทันที

สำหรับขั้นตอนของการจัดทำนั้น เริ่มด้วยการ หาต้นแบบ จากนั้นจึง กั้นพิมพ์ ถอดพิมพ์ หล่อ ปะโป๊ ทำสี เคลือบสี โดยใช้วัสดุเนื้อเรซิ่น ที่มีคุณสมบัติ เก็บรายละเอียดงานได้ดี มีความเหนียวยืดหยุ่น และทนทาน ทั้งนี้ในแต่ละขั้นตอน จะต้องใส่ใจลงไปในงานด้วย โดยเปี๊ยกเล่าว่า “ในการทำโมเดลอาหารปลอม ต้องใช้องค์ประกอบทั้งศาสตร์และศิลป์ ทั้งความรู้ ความสามารถ ช่างสังเกต มีจินตนาการ และที่สำคัญคือไอเดีย”

การสร้างสรรค์โมเดลอาหารปลอมนั้น นอกจากจะทำอาหารปลอมทำให้เหมือนของจริง ยังไม่เพียงพอ เปี๊ยกเล่าต่อด้วยความภูมิใจว่า “งานที่ทำออกมา จะต้องทำให้สวยกว่าของจริง เพราะการที่เราคิดอย่างนี้ จะทำให้เรามีความพยายามมากขึ้น ในทุกครั้งที่ทำโมเดลอาหารแบบใหม่ ๆ ทำให้เรารู้สึกสนุกกับงาน และตื่นเต้นที่จะได้เห็นงานที่ทำเป็นชิ้นแรก”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าทุกคนนึกจะทำก็ทำได้ เพราะการทำโมเดลอาหารปลอมต้องอาศัยสะสมประสบการณ์ ความรู้ ประกอบกับใจที่รักในงานศิลปะ

“วิชาความรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ถึงจะเก่งแค่ไหนก็ต้องมีปัญหาเข้ามาให้แก้ตลอด ซึ่งเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ต้องคิดเสียว่า ปัญหานั้นจะทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติม การลองผิด ลองถูก อาจทำให้เราได้เทคนิคใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก แต่ถ้าอยากให้ปัญหาน้อยลง ก็ต้องพิถีพิถันงานตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้งานออกมาดี”เปี๊ยกกล่าว

สำหรับ ผลงานของเปี๊ยกเรซิ่น โมเดลอาหารปลอม มีตั้งแต่ ไก่ตอนปลอม ไก่พะโล้ปลอม เป็ดพะโล้ปลอม เป็ดย่างปลอม หมูกรอบปลอม หมูแดงปลอม กุนเชียงปลอม ขาหมูปลอม ไก่ทอดปลอม เนื้อวัวปลอม เนื้อหมูปลอม ตับปลอม สไบนางปลอม ข้าวมันไก่ปลอม ข้าวหมูแดงปลอม ข้าวขาหมูปลอม ซึ่งมีร้านอาหาร ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้ความสนใจ และติดต่อสั่งซื้อ เพื่อใช้ดึงดูดลูกค้าในร้านของตนเองอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เปี๊ยกยังมีโมเดล พืชผักสวนครัวปลอม และผลไม้ปลอม เพื่อรองรับลูกค้าอีกด้วย

หากถามว่า งานของเปี๊ยกในวันนี้ ตอบโจทย์แก่สังคมอย่างไรบ้าง เปี๊ยกตอบว่า “สำหรับใครที่อยากเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ ต้องสะสมความรู้ ความสามารถ ประกอบกับเป็นคนช่างสังเกต มีจินตนาการ และสุดท้ายต้องมีใจรักในงานที่ทำ จะทำให้สามารถทำงานออกมาได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ต่องานที่ทำ ต่อลูกค้าของเรา เพราะเชื่อว่า หากลูกค้าได้งานที่พึงพอใจ ประทับใจแล้ว เขาก็จะกลับมาเป็นลูกค้าของเราอีกแน่นอน”

ท่านที่สนใจไอเดียบรรเจิดของเปี๊ยกเรซิ่น โมเดลอาหารปลอม พูดคุยมาได้ที่โทร. 08-6131-3082, 08-9181-5281 หรือเว็บไซต์ www.piakrasin.com หรือที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/piakresin

“จ๊อบแมน”
job_man28@yahoo.co.th

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/289996/‘โมเดลอาหารปลอม’...ศิลปะทำเงิน
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

‘เลี้ยงปลากดคัง’ ตัวยิ่งใหญ่..ยิ่งได้เงินดี!


“เลี้ยงปลากดคัง” ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ เพราะปลากดคังเป็นปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เลี้ยงขายได้ราคาดี และมีรสชาติเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทั้งนี้ เกษตรกรอย่าง “ชัยพร โชคภรณ์ประเสริฐ” ซึ่งเลี้ยงปลาชนิดนี้มานานกว่า 10 ปี ได้มาให้ข้อมูลกับทีม “ช่องทางทำกิน” เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ที่ทำอาชีพเกษตร..

ชัยพร เจ้าของโชคภรณ์ประเสริฐฟาร์ม ต.บางขาม อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เล่าว่า... เดิมมีอาชีพเลี้ยงกุ้ง แต่มาเจออุปสรรคเรื่องราคาตกต่ำ จึงหันมาเลี้ยงปลาเบญจพรรณ พร้อมกับศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลากดคังควบคู่ไปด้วย โดยที่หันมาสนใจเลี้ยงปลาชนิดนี้ เพราะเป็นปลาเศรษฐกิจน่าสนใจ แต่ยังมีผู้สนใจเลี้ยงน้อย อีกทั้งปลาคังธรรมชาติก็เริ่มหายาก และใกล้สูญพันธุ์ หลังจากตัดสินใจจะลงทุนทำบ่อเลี้ยงปลากดคัง ก็ได้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องเงินทุน โดยเริ่มทดลองเลี้ยงจาก 1 บ่อ ขนาดพื้นที่ 12 ไร่ ซึ่งใช้พันธุ์ปลาทั้งหมดประมาณ 10,000 ตัว และคัดเฉพาะลูกปลากดคังขนาด 3-4 นิ้ว จากนั้นก็ใช้เวลาเลี้ยงอยู่ประมาณ 2 ปี 8 เดือน จึงได้ปลาน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม

’ถ้าเป็นปลาไซซ์นี้จะชั่งขายได้กิโลกรัมละประมาณ 180 บาท“ ...เจ้าของฟาร์มกล่าวถึงเรื่องราคาปลาและขนาดปลา

สำหรับการเลี้ยงนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ “ขั้นตอนการอนุบาลปลา” โดยก่อนจะปล่อยลูกปลา ก็ต้องจัดเตรียมบ่ออนุบาลปลาไว้ก่อน เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่บ่อ ตากบ่อ โรยปูนขาว ใส่ปุ๋ยคอก เช่น ขี้ไก่ เพื่อปรับสภาพดินให้มีความเป็นกลาง จากนั้นจึงใส่น้ำลงบ่อ เพื่อปรับสภาพน้ำให้ได้ค่า PH ประมาณ 6.5-8 เมื่อได้บ่อสำหรับอนุบาลลูกปลาแล้ว ให้นำลูกปลากดคังอายุประมาณ 1 อาทิตย์ทำการปล่อยลงบ่อ โดยให้อาหาร 3 มื้อ คือ เช้า กลางวัน เย็น ต่อมาหลังจากที่เลี้ยงลูกปลาได้ประมาณ 1-2 เดือน ลูกปลากดคังก็จะโตขึ้น จากนั้นให้เกษตรกรทำการจับปลาโดยเลือกปลากดคังที่มีขนาดตัวประมาณ 3-4 นิ้ว คัดแยกไปลงบ่ออนุบาลอีกรอบ ซึ่งการเตรียมบ่ออนุบาลก็จะทำเหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนมาให้อาหารเพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้น คือ เช้าและเย็น

’ในการให้อาหารนั้น ช่วงแรก ๆ จะเน้นให้อาหารลอยจำพวกอาหารเม็ดก่อน เพื่อให้ปลาขึ้นมากินที่ผิวน้ำเป็น จากนั้นจะเริ่มให้อาหารสด จำพวกกุ้งหรือปลาทะเล โดยจะเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 2-3 เดือน ก็ลดอาหารมาเหลือให้เพียงวันละ 1 ครั้ง คือ ช่วงเย็นมื้อเดียว ซึ่งจะนำอาหารเม็ดมาโม่ผสมกับปลาทะเล เพื่อนำมาทำเป็นอาหารปลา ใช้เลี้ยงปลากดคังในช่วงนี้“ ...เป็นคำแนะนำจากผู้เลี้ยงรายนี้ เกี่ยวกับการเลี้ยงปลากดคัง

เจ้าของฟาร์มปลากล่าวว่า... สำหรับ “บ่อเลี้ยง” นั้น ต้องขุดบ่อให้มีความลึกประมาณ 2-3 เมตร โดยขั้นตอนการเตรียมบ่อเลี้ยงก็เหมือนกับการเตรียมบ่ออนุบาล แต่ในบ่อเลี้ยงมีข้อควรระวัง คือไม่ควรใส่ปลาจำนวนเยอะเกินไป และควรให้ปลามีพื้นที่ในบ่อมาก ๆ เพื่อปลาจะได้มีการเคลื่อนไหว อีกทั้ง ขนาดของตัวปลาก็จะมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยปลาลงเยอะไปอาจทำให้เกิดความคับแคบได้ ซึ่งแนะนำว่า... ควรเลี้ยงปลากดคังประมาณ 500 ตัวต่อไร่ และให้อาหารเพียงวันละ 1 มื้อในช่วงเย็น

เกี่ยวกับ “ระยะเวลาเลี้ยงปลากดคัง” นั้น เจ้าของฟาร์มปลาอธิบายว่า... เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 ปี นับตั้งแต่การเลี้ยงปลาในบ่ออนุบาลจนถึงบ่อเลี้ยง โดยถ้าใช้เวลาเลี้ยงเท่านี้จะได้ปลากดคังขนาดตัวละประมาณ 1.5 กิโลกรัม ซึ่งปลาขนาดนี้ในปัจจุบันจะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 150-160 บาท แต่ถ้าเลี้ยง 3 ปีก็จะได้ปลาขนาดประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตัว โดยถ้าเป็นปลาขนาดนี้ ก็จะขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท...

’ปลากดคังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องราคาหรือขนาดเหมือน ปลาน้ำจืดชนิดอื่น เพราะปลายิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น“...เป็นคำแนะนำสำหรับผู้สนใจ “เลี้ยงปลากดคัง” ที่นับเป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ทั้งนี้ ในการลงทุน “เลี้ยงปลากดคัง” นั้น สำหรับฟาร์มปลาของชัยพรจะใช้ ทุนเบื้องต้น ประมาณ 60,000 บาทต่อไร่ ทุนการเลี้ยง ที่ส่วนใหญ่เป็น “ค่าอาหารปลา” อยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ต่อไร่-ต่อเดือน และใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 2 ปี โดย รายได้ จากการจับปลาขาย เฉลี่ยจะได้ประมาณ 70,000-80,000 บาทต่อไร่

อย่างไรก็ตาม เจ้าของฟาร์มปลาคนเดิม ได้กล่าวแนะนำสำหรับ “มือใหม่” ที่จะหัดเลี้ยงว่า...ควรเริ่มจากการเลี้ยงปลาที่มีขนาดใหญ่ประมาณตัวละ 1 กิโลกรัม เพื่อฝึกฝนทักษะและเพิ่มความชำนาญในการเลี้ยงก่อนจะดีที่สุด เพราะปลาขนาดนี้จะเลี้ยงง่ายกว่า มีโอกาสรอดสูง ทำให้ไม่ต้องรับความเสี่ยงที่ปลาจะตายมากเกินไป

ใครที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ โทร.09-8296-4363 และนี่ก็เป็นกรณีศึกษา การ เลี้ยงปลากดคัง ที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก “ช่องทางทำกิน” ให้กับผู้ที่มีอาชีพด้านการเกษตร เพราะสามารถจะสร้างรายได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นปลาเศรษฐกิจ ขายได้ราคาดี ...ณ ที่นี้ก็นำข้อมูลมาให้ลองพิจารณากันดู.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/288535/‘เลี้ยงปลากดคัง’+ตัวยิ่งใหญ่..ยิ่งได้เงินดี!
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน

กรกนก สิงห์ทอง เจ้าของธุรกิจดอกไม้ใบบุญ
เข้าสู่เทศกาลแห่งงานบุญทำ ให้นึกถึงงานอดิเรกที่หลายคนใช้เวลาหลังเลิกงานในการทำ และก็มีไม่น้อยที่ยึดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้จากวัสดุหาง่าย อย่าง ริบบิ้น และ เหรียญบาท สู่ธุรกิจดอกบุญ หรือ เหรียญโปรยทาน ใช้งานได้หลายพิธี งานนี้เป็นผลงานของมนุษย์เดือนอยากมีอาชีพเสริมกับธุรกิจที่ชื่อว่า “ดอกไม้ใบบุญ” ชูความต่างด้วยรูปทรงผลไม้มงคล
 
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
"ลูกส้ม" สินค้าขายดีฮิตตอดกาล

       การที่ชื่นชอบงานฝีมือในการทำเหรียญโปรยทาน หมั่นศึกษารูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำให้ “กรกนก สิงห์ทอง” เจ้า ของธุรกิจดอกไม้ใบบุญ ไม่คิดว่าจะสามารถทำเป็นอาชีพได้ชนิดที่เรียกทำไม่ทันต่อความต้องการของ ลูกค้าโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแห่งการบวชเลยทีเดียว

'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
ปลาตะเพียนสาน
       จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้คงคล้ายกับครอบครัวอื่นๆ ทั่วไป ที่เมื่อมีงานบุญใครมีฝีมือด้านการทำเหรียญโปรยทานก็จะมารวมตัว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ขั้นตอนการทำแบบใหม่ๆ ซึ่งกัน และจากการรวมกลุ่มกันนี้เองทำให้กรกนก กลายเป็นน้องใหม่ในวงการ ต้องเริ่มศึกษาวิธีการทำใหม่ทั้งหมด เพราะความที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน อาศัยเพียงใจรัก และมุ่งมั่นตั้งใจ โดยผลงานชิ้นแรกเป็นเหรียญโรยทานประเภทดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ และดอกบัว
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
เหรียญโปรยทานสับปะรด
       “เราเริ่มทำครั้งแรกในช่วงที่น้องชายตัดสินใจบวช มีคุณป้าส่งเหรียญบาทมาให้ทำเหรียญโปรยทาน ก็เริ่มหัดทำจากตรงนั้นเรื่อยมา แรกๆ ทำเป็นดอกบัว แต่ด้วยความที่เราเป็นครอบครัวใหญ่มีญาติเยอะก็มักมีงานบุญตลอด ญาติๆ จึงมักมารวมตัวและช่วยกันทำ ต่างคนวาดลวดลายกันเต็มที่ ใครมีรูปแบบใหม่ก็นำมาอวดมาสอนกัน ซึ่งพอเราหัดทำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกชอบ มีการหาซื้อหนังสือมาดูวิธีการทำเอง และเพื่อนๆ ที่ทำงานก็ทำเป็น จึงได้แลกเปลี่ยนวิธีการพับแบบใหม่ๆ เช่นกัน”
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
รูปแบบง่ายๆ ก็มีจำหน่าย
       เมื่อผลงานเหรียญโปรยทานในรูปแบบแปลกใหม่สำเร็จเป็นชิ้นสวยงาม เธอได้นำไปโพสต์ลงในเฟสบุก กระทั่งมีรุ่นพี่มาจ้างทำ เพื่อนำไปช่วยงานบุญแก่เจ้าภาพ เพราะงานนี้ไม่รับซอง จากจุดนี้เองทำให้เธอต้องสวมบทบาทเป็นแม่ค้าครั้งแรกในชีวิต คิดคำนวณต้นทุน ค่าแรง เพื่อผลกำไรที่น่าพอใจ และต่อมาก็สร้างสรรค์เป็นธุรกิจเสริมได้ในที่สุด
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
"หงส์" ผลงานที่ทำยากที่สุด
       โดยเธอคิดราคาเหรียญโปรยทานสำหรับรูปแบบง่ายๆ ลายดอกไม้ต่างๆ แบบคละลายอยู่ที่ 600 บาท (200-300 เหรียญ) เน้น การโปรโมทและจำหน่ายสินค้าผ่านแฟนเพจ (Fan Page) ในเฟสบุก จากนั้นเมื่อธุรกิจเริ่มมีคนสนใจมากขึ้น จึงต้องการเพิ่มความหลากหลายให้สินค้า โดยไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการทำเหรียญโปรยทานรูปแบบใหม่ๆ มาฝึกฝนเอง พร้อมปรับเปลี่ยนตามต้องการเพื่อความสวยงามและสมจริงของชิ้นงาน เช่น ส้ม จะเพิ่มใบ, สับปะรดมีทั้งแบบสาน และเหมือนสับปะรดจริงๆ มีจุกอยู่ด้านบน , เชอรี่, ฟักทอง , สตรอเบอรี่ ราคาประมาณ 350 บาท/100 ชิ้น และหงส์ ถือว่าทำยากที่สุด และใช้ปริมาณริบบิ้นมากกว่าแบบอื่นๆ ราคาอยู่ที่ 800 บาท/100 ชิ้น
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
       “จริงๆ แล้วเหรียญโปรยทานสามารถสร้างรายได้ให้เราได้ทั้งปี เพราะใช้ได้หลายงานไม่เฉพาะแค่งานบวชเท่านั้น แต่กับงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ทำเป็นของชำร่วยในโอกาสพิเศษ หรือแม้กระทั่งงานศพก็นิยมใช้กัน แต่จะแตกต่างกันที่การเลือกใช้สีของริบบิ้นเท่านั้น ซึ่ง 'ลูกส้ม' จะเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด เนื่องจากความเชื่อของหลายคนที่มองเป็นผลไม้มงคลเหมาะกับทุกเทศกาล”
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
สับปะรดอีกหนึ่งรูปแบบ
       ทุกวันนี้กรกนก สามารถรับออเดอร์เหรียญโปรยทานได้ในระดับหนึ่ง เพราะยังต้องทำงานประจำจะมีเวลาว่างเฉพาะช่วงเย็น และวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น รวมถึงแรงงานหลักจะเป็นคนในครอบครัวช่วยกันทำ ดังนั้นลูกค้าที่สนใจต้องสั่งจองล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ สำหรับจำนวน 100-200 เหรียญ และล่าสุดเธอได้ร่วมมือกับเพื่อนที่มีฝีมือด้านการถักโครเชร์ ร่วมกันทำเหรียญโปรยทานในงานโครเชร์ด้วย ส่วนเรื่องราคาอยู่ในขั้นตอนการคิดคำนวณ ส่วนผู้ที่สนใจจะยึดอาชีพนี้หารายได้เสริม หรือรายได้หลัก ทาง 'ดอกไม้ใบบุญ' จะเปิดสอนในเร็วๆ นี้
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
       อนาคตเธอวางแผนธุรกิจไว้ว่าจะเปิดหน้าร้านเพื่อเป็นแหล่งซื้อ-ขาย และจำหน่ายอุปกรณ์การทำเหรียญโรยทานแบบครบวงจร ให้ลูกค้าที่ชื่นชอบงานประเภทนี้ได้มารวมตัว เพราะอย่างไรแล้วธุรกิจนี้หากคิดจะเริ่มต้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด แถมใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักพันบาทเท่านั้นเอง
'ดอกไม้ใบบุญ' เหรียญโปรยทานผลไม้ ธุรกิจทำเล่นๆ แต่เป็นเงิน
"ลูกเชอรี่" สีสันสดใส
       ***สนใจติดต่อ 08-7084-4439 หรือที่ Facebook : dokmaibaiboon**
credit by : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000087182
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ


กระเป๋าใบเล็ก ราคาหลักร้อยบาท
       วันนี้ ถ้าเราพูดถึงกระเป๋าผ้าญี่ปุ่น (ควิลต์) หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเก่าๆ เพราะกระเป๋าผ้าญี่ปุ่น หรือควิลต์ นั้นเข้ามาเมืองไทย และมีการทำกันอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมในกลุ่มของคนชื่นชอบกระเป๋าผ้ามานานหลายปี
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
กระเป๋าใบใหญ่ ราคา หลักพันบาท
       แต่ที่เรานำกลับมาเสนออีกครั้ง เพราะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และความนิยมของกลุ่มผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้เองน่าจะเป็นโอกาสให้แม่บ้าน หรือสาวๆ ที่ชื่นชอบงานแฮนด์เมดได้มีรายได้เสริม หรือ อาจจะเป็นรายได้หลักกันเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่คนไทยที่ชื่นชอบกระเป๋าผ้าแฮนด์เมด ในต่างประเทศเองก็ชื่นชอบเช่นกัน ซึ่งดูได้จากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง "นารายา"
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
ทักษภรณ์ ฉันทพงศธร(คุณมุ้ย) เจ้าของผลงาน
       สำหรับผลงานกระเป๋าผ้าญี่ปุ่นที่นำเสนอในครั้งนี้เป็นของสาวคนนี้ "ทักษภรณ์ ฉันทพงศธร" ซึ่งเธอได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ คือการทำงานฝีมือมาตั้งแต่วัยเด็ก และปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระเป๋าผ้าญี่ปุ่น ซึ่งรู้จักกันในชื่อแบรนด์ว่า Mui-handmade quilt bag
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
ออกแบบอิงแฟชั่นความนิยมกระเป๋าในปัจจุบัน
       ทักษภรณ์เล่าว่า เมื่ออยู่ในวัยเด็กชอบวาดรูป ตัดผ้า ตัดกระดาษ ทำตุ๊กตา ฯลฯ แจกให้เป็นของขวัญเพื่อนๆ ในวันพิเศษ และ ทุกครั้งที่เพื่อนชื่นชอบรู้สึกมีความสุข และเพื่อนๆ ก็จะแนะนำว่าน่าจะไปทำขาย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานฝีมืองานประดิษฐ์ สารพัดรูปแบบ จนได้มาเจองานกระเป๋าผ้าญี่ปุ่น งานควิลต์ ชื่นชอบแบบที่เรียกว่าหลงรักเลยทีเดียว
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
       โดยได้ใช้เวลาในการศึกษา และหัดทำงานควิลต์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะมีการอบรมงานควิลต์จากอาจารย์ชื่อดังที่ไหนก็จะไปเรียน และสั่งสมประสบการณ์ พร้อมไปกับการทำจำหน่ายอย่างจริงจังเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา สำหรับควิลต์เป็นงานฝีมือผ้า แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. งาน Quilt การเย็บด้นมือถี่ๆ 2. patchwork การต่อผ้า 3. Applique การเย็บปะด้วยผ้าเป็นลายต่างๆ
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
สร้างฟังก์ชั่นการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ เช่น ที่ใส่รีโมท
       ทั้งนี้ "ทักษภรณ์" เธอไม่ ได้แค่ทำจำหน่ายเท่านั้น แต่เธอยังได้แบ่งปันความรู้ โดยการเปิดสอนให้ผู้สนใจ โดยคิดค่าเรียนต่อครั้งขึ้นอยู่กับแบบ ซึ่งผู้เรียนเลือกแบบกระเป๋า และคิดค่าวัสดุ ค่าเรียน ผู้เรียนจะได้กระเป๋ากลับไป และถ้าต้องการเรียนแบบใหม่ก็ต้องซื้อวัสดุ และคิดค่าเรียน ซึ่งปัจจุบันผู้สอนงานควิลต์จะใช้หลักการคิดค่าสอนเหมือนกันในลักษณะนี้
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
       พอถามถึงยอดขาย วันนี้เธอบอกว่าเธอทำงานเสริมจากรายได้ประจำเท่านั้น เพราะด้วยความที่เป็นงานแฮนด์เมด ไม่สามารถรับออเดอร์เยอะได้ ทั้ง ที่มีออเดอร์จากต่างประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศเข้ามา แต่ด้วยเวลาจำกัด ไม่สามารถทำงานได้ทัน แม้ว่าจะจ่ายงานให้ช่างไป ก็เกรงว่าช่างแต่ละคนจะทำงานออกมาได้ไม่ถูกใจลูกค้า เลยตัดสินใจไม่รับออเดอร์ต่างประเทศที่สั่งจำนวนมาก อาศัยขายปลีกผ่านหน้าเว็บไซต์ และโซเชียลเน็ตเวิร์กแทน ซึ่งลูกค้ามีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ
    
       ในส่วนของการทำงาน "ทักษภรณ์" บอกว่า เธอจะจ่ายงานให้ช่าง ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ รับงานไปทำ เพราะโดยส่วนตัวการทำงานประจำทำให้ไม่สามารถทุ่มเวลาไปทำงานตรงนี้ได้เต็ม ที่ ปัจจุบันเธอมีรายได้จากงานตรงนี้ต่อเดือนประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท แม้ว่ารายได้ไม่ได้มาก แต่มีความสุขที่ได้ทำมากกว่า
กระเป๋าผ้าญี่ปุ่น อาชีพเสริมของสาว..แอบหลงรักงานฝีมือ
ที่ใส่พวงกุญแจ
       "ส่วนรูปแบบ มีทั้งส่วนที่เราได้ออกแบบเอาไว้ และลูกค้าเลือกตามแบบ หรือ ถ้าลูกค้าต้องการแบบที่ไม่เหมือนคนอื่น ก็สามารถออกแบบและสั่งให้เราทำตามแบบได้ หรือจะให้เราปักชื่อ หรือข้อความให้ได้ตามต้องการ และสีที่ถูกโฉลกตัวเองได้ ราคาขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแบบด้วย แต่ลูกค้าต้องสั่งล่วงหน้า 1-3 สัปดาห์"
    
       ในส่วนของราคากระเป๋า เฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 บาทถึง 4,000 บาท แต่ถ้าเป็นกระเป๋าใบเล็กเฉลี่ยหลักร้อยบาท ซึ่งราคาค่อนข้างสูงเพราะเป็นงานแฮนด์เมด และเลือกใช้วัสดุคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่เลือกใช้ จะใช้ผ้าทอญี่ปุ่น ผ้าคอตตอนจากอเมริกา เพราะเป็นผ้าที่พิมพ์ชัด นำมาตัดแต่งลวดลาย
    
       โทร. 08-7689-2275

credit by :http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000100511
อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน  Read More..


อะไหล่อีซูซุแท้และคู่ตัวรถ ตรงจากโรงงาน

You might aslo like :

อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์เดย์ไลท์ ผ่อนสบาย 4,990 บาท/เดือน..... click here to popup

สินค้าแฮนด์เมด ผลิตและจำหน่าย ผ้าพันคอไหมพรม และประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี click here to popup

งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ สร้างรายได้เสริม
ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่ ร้านค้าแนวใหม่
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  รวมรุ่นรถบรรทุกอีซูซุ
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  ศูนย์บริการและอะไหล่รถบรรทุกใหญ่อีซูซุ

อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์เดย์ไลท์ ผ่อนสบาย 4,990 บาท/เดือน..... click here to popup

รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



วิธีรักษา สุขภาพ,ออกกำลังกาย,เคล็ดอายุยืน,สุขภาพดี



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer



ผลไม้,ผักและสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ



อะไรแปลกๆ ไม่เหมือนใคร



อ่านแล้วชอบมากและนำมาใช้ใน blog นี้



ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง

รวมบทความการดูแลรักษารถยนต์
การดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว ปกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ต้องการอ่่านรายละเอียดหรือดาวน์โหลด... ReadMore

ต้นไม้ที่คนไทยโบราณเชื่อว่า ปลูกไว้ในบ้านเพื่อเป็นมงคล
- ต้นมะยม เพราะจะทำให้คนนิยม ชมชอบ
- ต้นขนุน เพราะจะทำให้มีผู้สนับสนุน
- ต้นมะขาม เพราะจะทำให้ผู้คนเกรงขาม
- ต้นพุทธรักษา เพระปลูกแล้วพุทธานุภาพจะคุ้มครองบ้านนั้น
ต้นไม้ที่คนไทยโบราณไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
- ต้นลั่นทม เพราะชื่อต้นไม้พ้องกับคำว่าระทม
- ต้นมะไฟ เพราะมีคำว่า ไฟจะทำให้เดือดร้อนเหมือนไฟ
- ต้นพุทธา เพราะออกเสียงคำว่า ซา หมายถึงความร่วงโรย
- ต้นโพธิ์ เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่รากอาจชอนไชทำให้บ้านเสียหายได้
- ต้นโศก เพราะมีความหมายถึง ความเศร้าโศก
- ต้นไทรหรือต้นสำโรง เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ เกรงว่าจะมีวิญญาณ มาสิงต้นไม้
- ต้นกระทุ่ม เพราะเสียงพ้องกับคำว่า ทุ่ม หรือขว้างปา
- ต้นมะขามเทศหรือต้นหวาย เพราะเป็นต้นไม้ที่มีถือว่าจะทำให้เกิด อุปสรรคต่าง ๆ
- ต้นเพกา เพราะมีฝักที่ปลายแหลมคมเหมือนหอกหรือดาบ
- ต้นกล้วยตานี เพราะเกรงว่าจะมีนางไม้ที่ชื่อนางตานีมาอาศัยอยู่
- ต้นมะรุม เพราะมีชื่อพ้องกับ รุม จะมีคนมารุมข่มเหงได้... ReadMore

Facebook bot last visit time powered by Myip.ms
 
Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks

รวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้
รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
อ่านรวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้... click banner

ธุรกิจติดล้อสู่ AEC,รวยติดล้อไม่ง้อทำเล
รถขายอาหาร,Food Truck หรือครัวเคลื่อนที่


ปัจจุบัน การดัดแปลงรถกระบะให้เป็นร้านค้าเคลื่อนที่ด้วยรถยนต์ เริ่มมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญร้านค้าเหล่านั้นมีการตกแต่งตามสไตล์ของเจ้าของร้าน จนเป็นที่ดึงดูดสายตาให้ลูกค้าเข้าร้านมากยิ่งขึ้น รถดัดแปลงเพื่อการค้าขายหรือการนำเสนอสินค้า ต่างๆ กลายเป็นอาวุธสำคัญของธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และนี่คือเบื้องหลังของความแรงเหล่านั้น ดัดแปลงเป็นร้านค้าต่างๆ เช่น ขายเบเกอรี่, ต้นไม้, ข้าวราดแกง-ข้าวไข่เจียว ตลอดจนขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม เป็นจุดขายที่แตกต่าง สร้างกำไรคุ้มค่าให้คุณ รถขายของเอนกประสงค์ มีความหลากหลายทุกธุรกิจ ไม่ต้องขายอยู่กับที่ ขับไปขายที่ไหนก็ได้สะดวกสบายหรือนำ
ตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ปลดระวางแล้วมักนิยมนำมาใช้ในการสร้างบ้านหรือสร้าง สำนักงานขนาดเล็ก แต่จะมีใครรู้บ้างว่าตู้คอนเทนเนอร์เก่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า นั้น โดยสามารถนำมาใช้สร้างร้านกาแฟขนาดเล็ก ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนในการเปิดร้าน และยังเป็นไอเดียใหม่ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย ...ขอเชิญอ่านบทความและตัวอย่างได้ที่นี่ ... click banner

   อาชีพเสริม รายได้เสริม :รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จนอยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
ขอเชิญแวะชมเวปบทความอาชีพเสริม รายได้เสริม
Do it your self,handmade,HandiCraft,งานฝีมือ,อาชีพเสริม,ช่องทางทำเงิน บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.