ทำให้บอทรู้จักเว็บเราง่ายขึ้น ถ้ามี Backlink เยอะ ก็ทำให้มันเจอเว็บเราบ่อยขึ้นด้วย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกมัน สร้างช่องทางให้มันไต่มาเจอเว็บเราเอง, ยิ่งมีช่องทางมาก ก็มีโอกาสมาก ทำให้เว็บเรามีคะแนนดี อันดับดีขึ้น ถ้าสร้าง Backlink โดยคัดลอกรหัส html ด้านล่างวางในเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ หากต้องการดูลิงก์ย้อนกลับของคุณ สามารถคลิกที่การเชื่อมโยงภาพจากเว็บไซต์ของคุณบล็อกหรือ และได้ url เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏในกล่อง Resent Backlinks Referrer หากผู้เข้าชมใด ๆคลิกที่ลิงค์ภาพนี้ได้จากเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ, URL ของคุณจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติใน database.Remeber ของเรา
เว็บนี้เป็นเว็บรวมประสบการณ์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยภาพ รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ จุดประสงค์ทำเพื่อสังคม แต่ละบทความจะเป็นภาพแสดงสิ่งที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน จะทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต
สร้างรายได้เสริม สร้างอาชีพเสริม
หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม
ดาวน์โหลดแคตตาล็อกรถกระบะและรถบรรทุกอีซูซุ ... ที่นี่
บทความงานฝีมือ สร้างรายได้ เพิ่มรายได้

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘นาฬิกาแฮนด์เมด’ จุดเด่นอยู่ที่..‘หน้าปัด’


“นาฬิกาข้อมือ” เครื่องมือใช้บอกเวลาธรรมดา แต่เมื่อถูกคนหัวดีนำมาดัดแปลง-ใส่ลูกเล่นเข้าไป ก็สามารถใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ เหมือนอย่างเช่น “ชวโรจน์ แปงหล้า” ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งนาฬิกาจากรูปภาพ ที่ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน แต่ยังใช้เป็นจุดขายด้วย ที่วันนี้ ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

****************

ชวโรจน์ เจ้าของชิ้นงาน เล่าว่า... ทำงานฝีมือเพื่อหารายได้เสริมมาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ ที่ถึงแม้จะเรียนจบทางด้านออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว ก็ยังยึดอาชีพผลิตชิ้นงานแบบนี้มาโดยตลอดซึ่งที่ผ่านมาผลิตชิ้นงานมาแล้วหลายชนิด อาทิ ทำเสื้อสกรีนลาย ทำตุ๊กตาพวงกุญแจ โดยตอนนี้เน้นไปที่การทำนาฬิกาแฮนด์เมด ซึ่งเน้นขายชิ้นงานผ่านทางอินเทอร์เน็ตและเฟซบุ๊กเป็นหลัก สำหรับยอดขายถือว่าพอไปได้ เพราะงานนาฬิกาแฮนด์เมดนี้ สามารถขายได้ทุกช่วงเทศกาล และทำขายได้เรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ ชวโรจน์ บอกว่า...ก่อนหน้าที่จะหันมาทำงานดังกล่าว ก็ต้องใช้เวลาศึกษาเกี่ยวกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของนาฬิกา กับต้องฝึกการถอดและประกอบตัวนาฬิกาอยู่นานประมาณ 1 เดือน ก่อนจะเริ่มชำนาญมากขึ้น โดยศึกษาจากวิดีโอคลิปทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นจึงเริ่มทำชิ้นงาน และลองขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า... ขายได้ และมีลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อให้ทำนาฬิกาโดยตลอด และสำหรับจุดเด่นของชิ้นงานที่ทำนั้น เขาบอกว่า... อยู่ที่ลูกเล่นที่ใช้กับ “ตัวหน้าปัด” ของนาฬิกา โดยจะเป็นรูปภาพที่ลูกค้าต้องการ หรือสั่งทำ โดยที่เมื่อทำเสร็จแล้วก็ยังสามารถที่จะใช้งานได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำขึ้นเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว...

’ลองผิดลองถูก ทดลองทำชิ้นงานมาเรื่อย เพื่อหาไอเดีย จนมาลงตัวกับงานนาฬิกาข้อมือนี้ เนื่องจากเป็นของที่ใช้งานได้จริง และทำขายได้เรื่อย ๆ โดยจุดเด่นของเราอยู่ที่การนำภาพเข้าไปติดแทนหน้าปัดเดิมของนาฬิกา“ ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว ซึ่งกว่าจะยึดอาชีพ “ทำนาฬิกาแฮนด์เมด” นี้ได้ก็ต้องหมั่นฝึกฝน และเรียนรู้อยู่นานพอสมควร

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 360 บาทต่อเรือน

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย นาฬิกา ข้อมือ โดยให้เลือกใช้นาฬิกา ที่มีหน้าปัดทรงกลมซึ่งสามารถแกะได้, เครื่องพรินเตอร์,  กระดาษสติกเกอร์, มีดสำหรับการตัดสติกเกอร์ และกรรไกร ที่เหลือนอกจากนั้นเป็น “อุปกรณ์ สำหรับแกะนาฬิกา” ที่เจ้าตัวประดิษฐ์และคิดขึ้นมาเพื่อใช้งานเอง...

ขั้นตอนการทำ เมื่อลูกค้าเลือกภาพหรือรูปแบบที่จะสั่งทำนาฬิกาได้แล้ว ให้นำรูปภาพที่ลูกค้าส่งมาให้ หรือที่ลูกค้าต้องการมาทำการตกแต่งภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยส่วนใหญ่ก็จะตกแต่งด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพยอดนิยมอย่าง “โฟโต้ช็อป” โดยจะแต่งภาพต้นฉบับของลูกค้าให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น จากนั้นจึงนำมาจัดวางองค์ประกอบให้เหมาะสมกับ “พื้นที่บนหน้าปัด” ของนาฬิกา เสร็จแล้วจึงพรินต์ภาพนั้นออกมา ด้วยกระดาษสติกเกอร์

จากนั้นนำนาฬิกามาทำการ “แกะ” โดยเริ่มจากการแกะฝาหลัง ถอดเม็ดมะยม และนำตัวเครื่องนาฬิกาออกจากตัวเรือน นำผ้ามาเช็ดทำความสะอาดกระจกนาฬิกาด้านใน ไม่ให้มีคราบ สิ่งสกปรก หรือฝุ่นละอองติดอยู่ ต่อมาจึงถอดเข็มนาฬิกาออกจากหน้าปัด โดยเมื่อ

ถอดเข็มออกเรียบร้อยแล้ว ให้ดูว่าบริเวณหน้าปัดเรียบหรือไม่ ถ้าผิวหน้าปัดไม่เรียบ ให้แก้ไขหน้าปัดนั้นเพื่อให้เรียบมากที่สุด เนื่องจากจะ

ต้องติดสติกเกอร์ลงบริเวณนี้ หากหน้าปัดไม่เรียบก็จะทำให้สติกเกอร์เป็นลอน หรือไม่เรียบ เสร็จแล้วให้นำภาพมาติดบนหน้าปัดนาฬิกา

ขณะติดภาพต้องทำการไล่อากาศออกไปด้วย จากนั้นใส่เข็มนาฬิกากลับเข้าไป จัดให้เข็มตรงตามตำแหน่ง ทำการประกอบเครื่องนาฬิกาเข้ากับตัวเรือนให้เรียบร้อย ตรวจสอบว่าเข็มนาฬิกาเดินตามปกติ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

สนใจงาน “นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมด” โทร. 08-1366-2495 หรือชมสินค้าที่ www.handmade-watch-me.com หรือที่ เฟซบุ๊ก HandmadeWatchMe ทั้งนี้ การทำนาฬิกาแฮนด์เมดนี้ ถือว่าเป็นอีกไอเดียหนึ่งในการสร้างจุดขาย-สร้างจุดเด่น ด้วยการเพิ่มลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปในชิ้นงาน เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” ที่จะใช้เพื่อเป็นงานเสริม...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : เรื่อง / วรัญญู เหมือนเดช : ภาพ

คู่มือลงทุน... นาฬิกาแฮนด์เมด

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 4,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 360 บาทต่อเรือน

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ขายออนไลน์ ตลาดนัดงานฝีมือ

จุดน่าสนใจ ทำเป็นอาชีพเสริมได้

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/264545/‘นาฬิกาแฮนด์เมด’+จุดเด่นอยู่ที่..‘หน้าปัด’
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘เพนท์หมวกกันน็อก’ ทำเงินได้จาก..ฝีมือ


“มีฝีมือ-มีทักษะ” ไม่ว่างานประเภทไหนก็ใช้ทำเงินได้ อย่างเช่นอาชีพ “เพนท์หมวกกันน็อก” ของ “ยุทธจักร ทั่งกลาง” ที่ใช้ความรู้ทางศิลป์ คิดประดิษฐ์-ต่อเติมจนทำให้หมวกกันน็อกเป็น “งานฝีมือ” มีคุณค่า-มีราคาขึ้นได้อย่างน่าสนใจ ที่วันนี้ ทีมคอลัมน์  “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

ยุทธจักร เจ้าของอาชีพเพนท์หมวกกันน็อก เล่าว่า... เรียนมาทางด้านศิลปะ และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ โดยพอเรียนจบก็เริ่มทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซน์อยู่ 1 ปี ก่อนบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้ได้พบเห็นและได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับงานศิลปะมากขึ้น เนื่องจากที่อังกฤษเปิดกว้างและมีงานศิลปะหลากหลายแนวทางให้ศึกษา หลังจากเรียนจบจึงเดินทางกลับไทย และทำงานด้านการวาดภาพ เพนท์รูป และเพนท์ลายเป็นอาชีพ โดยเริ่มจากการเพนท์เครื่องดนตรีอย่างอูคูเลเล่มาก่อน เนื่องจากตอนนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่คนไทยกำลังนิยม จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเพนท์หมวกกันน็อก ด้วยความชอบส่วนตัวที่ต้องการทำหมวกกันน็อกให้ไม่ซ้ำแบบใคร หลังจากเพนท์เสร็จจึงถ่ายภาพและโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนสนใจติดต่อเข้ามาหลายรายเพื่อให้เพนท์หมวกกันน็อก จึงรับจ้างเพนท์เรื่อยมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว

การเพนท์หมวกกันน็อกนี้ ยุทธจักรบอกว่า ลวดลายส่วนใหญ่เกิดจากไอเดียกับจินตนาการของตัวเอง โดยหากเป็นชิ้นงานที่ทำขึ้นเองก็จะลงขายผ่านทางเฟซบุ๊กที่  www.facebook.com/ppdesign.th ซึ่งสาเหตุที่เลือกขายผ่านช่องทางนี้เพราะติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดเวลา และไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพื่อเปิดร้าน โดยเน้นทำงานตามออร์เดอร์ ลูกค้าเป็นหลักไม่สต๊อกสินค้าไว้มาก หรือเป็นลักษณะทำมาขายไปมากกว่า...

’ข้อแตกต่างระหว่างการเพนท์หมวกกันน็อกกับการวาดบนกระดาษหรือผ้าใบนั้น หมวกกันน็อกจะมีลักษณะโค้งมน มีผิววัสดุที่เรียบมันมากกว่า การเพนท์จึงต้องใจเย็น ค่อย ๆ ทำทีละขั้นตอน“...เจ้าของงานกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการวาดภาพปกติกับการเพนท์หมวกกันน็อก   

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่จะทำธุรกิจนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ  2,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคาขาย ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 1,500-2,000 บาทต่อชิ้น โดยราคานี้จะเป็น “ค่าเพนท์” และไม่รวมกับค่าหมวกกันน็อก แต่ถ้าจะใช้หมวกกันน็อกของทางร้านก็จะคิดราคาเพิ่มอีก 500 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นประกอบด้วย หมวกกันน็อก, ปากกามาร์คเกอร์สีต่าง ๆ สำหรับลงเส้นหรือเพนท์ลาย, กระดาษทราย, แล็กเกอร์

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากเลือกรูปทรงหมวกกันน็อกที่ต้องการนำมาเพนท์ ส่วนใหญ่หมวกกันน็อกที่เหมาะสำหรับการเพนท์นั้น จะเป็นหมวกแบบเต็มใบปิดหน้าที่เรียกว่าหมวก 5 เป็ก เมื่อเลือกหมวกได้แล้ว ให้นำมาขัดสีเดิมของหมวกกันน็อกออกก่อนด้วยกระดาษทราย เพื่อที่จะได้ลงสีที่หมวกง่ายขึ้น หลังจากขัดสีออกเรียบร้อยแล้วนำมาทำความสะอาดด้วยกระดาษทรายอีกครั้ง ทำการเช็ดฝุ่นผงหรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ และเริ่มทำการเพนท์สีหรือเพนท์ลายลงบนหมวก เมื่อเพนท์เสร็จแล้วนำไปผึ่งลมให้สีแห้งสนิท

ขั้นตอนต่อมา นำหมวกกันน็อกที่สีแห้งแล้ว มาเคลือบเงาด้วยแล็กเกอร์ ซึ่งนอก จากจะทำให้หมวกกันน็อกมีความมันเงามากขึ้นแล้ว ยังทำให้สีสันหรือลวดลายที่อยู่บนหมวกไม่หลุดลอกง่ายอีกด้วย เท่านี้เป็นอันเสร็จขั้นตอนการเพนท์หมวกกันน็อก โดยหมวกกันน็อกที่เลือกมาเพนท์นั้น ควรเป็นหมวกที่มีสีพื้นอ่อน ที่ไม่เข้มเกินไป ยิ่งใช้ปากกามาร์คเกอร์สีดำก็จะยิ่งทำให้ลวดลายที่เพนท์โดดเด่นมากขึ้น

’การเพนท์หมวกกันน็อกนี้มีขั้นตอนไม่มาก แต่ต้องใช้ทักษะการวาดการเพนท์มากเป็นพิเศษ ซึ่งลวดลายที่ทำขึ้นนั้น หรือที่ใช้เพนท์นั้น แนะนำว่าไม่ควรก๊อบปี้ใครควรคิดขึ้นเอง เพื่อที่ชิ้นงานที่ทำขึ้นจะได้แตกต่างจากชิ้นงานอื่นในตลาด เพราะจุดขายของการทำงานนี้อยู่ที่ความไม่เหมือนใคร“...เป็น “เทคนิค” ในการนำเรื่องของ “การสร้างจุดเด่น” มาใช้เป็น “จุดขาย” ที่น่าสนใจอีกชิ้นงานหนึ่ง

สนใจงาน “หมวกกันน็อกเพนท์ลาย” โทร. 08-6393-6413, 08-3081-9741 หรือชมรูปแบบสินค้าได้ตามช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้งานเพนท์หมวกกันน็อกเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มี “ทักษะทางศิลป์” ที่จะใช้สร้างรายได้-ทำเป็นอาชีพ...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

............................................................................................

คู่มือลงทุน...เพนท์หมวกกันน็อก

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัสดุ ประมาณ 60% จากราคา

รายได้ 1,500-2,000 บาท/ชิ้น

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด คนขี่จักรยานยนต์

จุดน่าสนใจ ทำอาชีพเสริม ขายออนไลน์

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/262926/‘เพนท์หมวกกันน็อก’+ทำเงินได้จาก..ฝีมือ
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ 'นาฬิกากระป๋อง' เพิ่มค่า..วัสดุเหลือใช้



 ไอเดียผลิตชิ้นงานจากวัสดุเหลือใช้ นอกจากจะสร้างมูลค่าแล้ว ยังถือว่าเป็นสินค้าเกาะกับ “กระแสกอนุรักษ์-การลดการใช้ทรัพยากร” ที่น่าชื่นชม อย่างเช่นไอเดีย “นาฬิกากระป๋อง” จากกระป๋องเครื่องดื่ม ที่ “ชัยยุทธ อัครภูวดล” นำมาใช้สร้างงาน-สร้างเงินได้อย่างน่าสนใจ ที่วันนี้ ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

ชัยยุทธ เจ้าของชิ้นงานเล่าว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่คือการขายเสื้อผ้า โดยขายประจำอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร สำหรับนาฬิกากระป๋องนี้ทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ สำหรับชิ้นงานดังกล่าวมีคนรู้จักแนะนำให้ลองทำ พอดีมีเวลาว่างจึงลองหัดทำและทำชิ้นงานเก็บสะสมมาเรื่อย ๆ จนได้ชิ้นงานจำนวนหนึ่ง จึงลองนำมาวางขายที่ร้านเสื้อผ้าของตน ปรากฏว่าขายได้ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงทำต่อเนื่องเรื่อย ๆ มา

“ตอนแรกแค่ลองหัดทำเล่น ๆ ไม่ได้คิดว่าจะทำขาย ลองผิดลองถูกอยู่เป็นสัปดาห์ พอทำได้ชิ้นหนึ่งก็ทำเรื่อย ๆ มา จึงตัดสินใจเอามาลองวางขายที่หน้าร้าน ปรากฏว่าลูกค้าต่างชาติชอบ คิดว่าน่าจะทำเป็นรายได้เสริมอีกทางจากการขายเสื้อผ้าที่ทำอยู่ ที่สำคัญใช้เงินทุนไม่สูงมากนัก แต่ทำกำไรได้ถึงหลายเท่าตัว”

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่สนใจทำงานนาฬิกาจากกระป๋อง ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 20% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ชิ้นละ 130-150 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบนาฬิกา

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย กระป๋องน้ำอัดลม หรือกระป๋องเครื่องดื่ม, ตัวเรือนนาฬิกา, น็อต, ลวด, สายยางสีต่าง ๆ, คีม, คัตเตอร์, กรรไกร, ตาไก่, ค้อน, กาวร้อน, ตะปู, กระดาษ, กระดาษกาว2หน้า

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำกระป๋องมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ตัดกระดาษเป็นวงกลม ให้ขนาดวงกลมใหญ่บังตัวเรือนนาฬิกา หลังจากได้กระดาษวงกลมแล้ว นำมาวางทาบลงบนกระป๋องที่ต้องการทำเป็นนาฬิกา วางให้ตำแหน่งของกระดาษวงกลมตรงกับโลโก้กระป๋องเพื่อความสวยงาม จากนั้นใช้คัตเตอร์ตัดตามแบบที่ทาบไว้ทั้ง 2 ด้านของกระป๋อง

เมื่อได้แผ่นวงกลมที่ตัดออกมาจากกระป๋องแล้ว ให้เลือกใช้ด้านที่เป็นโลโก้ของกระป๋องรีดให้เรียบเตรียมไว้ จากนั้นใช้ตะปูเจาะรูกระป๋องที่ตัดไว้

ขั้นตอนต่อมา เมื่อเจาะรูทั้งหมดแล้ว ให้นำสายยางสีที่เลือกไว้ ทำการใส่ที่ขอบของกระป๋องที่ตัดไว้จนรอบ จากนั้นใส่สายยางสีกับแผ่นวงกลมที่ตัดออกมาจากตัวกระป๋องให้สวยงาม และเพื่อกันความคมจากขอบของกระป๋อง

สำหรับการตกแต่งกระป๋องให้ดูเหมือนหุ่นยนต์นั้น เริ่มจากการเจาะรูด้านบนกระป๋องไว้ จากนั้นนำน็อตใส่ลงไปในรูนั้น เพื่อใช้ทำเป็นลูกตา ส่วนรูด้านข้างอีก 2 รูนั้น ใช้สำหรับทำเป็นแขน โดยให้นำลวดใส่เข้าไปในสายยางสี จากนั้นนำไปพันเข้ากับดินสอ จากนั้นรูดสายยางสีออกมาจากดินสอ ก็จะได้สายยางสีเป็นเส้นเกลียว ติดตัวหนีบไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง ขณะที่อีกด้านหนึ่งให้ติดน๊อตสำหรับไว้ยึดติดกับกระป๋อง ส่วน2 รูด้านล่างที่เหลือ ให้นำฝาจีบน้ำอัดลมหรือฝากระป๋องมาทำการเจาะรูตรงกลาง แล้วนำมายึดเข้ากับน็อตไว้ด้านล่าง เพื่อใช้ทำเป็นขาหุ่นยนต์

นำแผ่นวงกลมที่ตัดไว้มาเจาะรูตรงกลางด้วยตาไก่ ให้รูมีขนาดพอดีสำหรับติดตั้งแกนเข็มนาฬิกา เพื่อทำเป็นหน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อเจาะรูเสร็จแล้ว นำตัวเรือนนาฬิกามาประกอบ ใช้กระดาษกาว2 หน้า ยึดติดแผ่นวงกลมเข้ากับตัวเรือนนาฬิกา และประกอบเข็มนาฬิกาเข้าไป เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาประกบกับกระป๋อง ยึดติดด้วยกาวให้แน่น เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

“สำหรับไอเดียทำนาฬิกาจากกระป๋องที่เป็นวัสดุเหลือใช้นี้ ถือว่าเป็นงานฝีมือที่ลูกค้าต่างชาติจะชอบมาก เพราะนอกจากเป็นงานฝีมือที่ขายไอเดียแล้ว ชิ้นงานที่ทำขึ้นยังสามารถนำไปใช้งานได้จริง ๆ ไม่ได้มีไว้เพื่อตั้งโชว์เก๋ ๆ อย่างเดียว ซึ่งงานทำนาฬิกากระป๋องนี้ มีวัสดุอุปกรณ์ และขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากและซับซ้อน รวมถึงใช้เงินลงทุนน้อย ขอแค่ตั้งใจ พยายามทำให้ชิ้นงานมีคุณภาพก็สามาารถที่จะทำเป็นอาชีพได้” ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว นี่ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียงานฝีมือจาก “วัสดุเหลือใช้” ที่ทำเป็น “ช่องทางทำกิน” ได้

********************

สนใจงาน “นาฬิกากระป๋อง” โทร.08-1843-7846 หรือชมได้ที่ตลาดนัดจตุจักร โครงการ 12 ซอย 21/3 ห้อง 160-162 ซึ่งชิ้นงานดังกล่าวเป็นงานฝีมือที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก และมีวิธีทำไม่ยุ่งยากซับซ้อน ถือว่าเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะทำเป็นงานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

คู่มือลงทุน...นาฬิกากระป๋อง

ทุนเบื้องต้นประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัสดุ ประมาณ 20% จากราคา

รายได้ 130-150 บาท/ชิ้น

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ขายตามแหล่งท่องเที่ยว

จุดน่าสนใจทุนต่ำ ทำเป็นอาชีพเสริม

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/261220/_นาฬิกากระป๋อง_+เพิ่มค่า..วัสดุเหลือใช้
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘รองเท้าแตะดีไซน์’ ตกแต่งดี..ยิ่งทำเงิน


“การตกแต่ง” ยังเป็นเทคนิคที่สามารถนำมาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างดี อย่างเช่น “จาริน เติมเพ็ชร” ที่ตกแต่ง “รองเท้าแตะ” ที่ดูธรรมดา ๆ ให้กลายมาเป็นสินค้าแปลกใหม่น่าสนใจ และไม่เพียงจะทำให้สินค้าดูโดดเด่น แต่ยังทำให้ขายชิ้นงานได้มากขึ้น ที่วันนี้ ทีมคอลัมน์  “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

จาริน เจ้าของชิ้นงาน เล่าว่า ชอบงานประดิษฐ์มาก ก่อนหน้าที่จะยึดอาชีพทำรองเท้าแตะที่นำเทคนิคการตกแต่งแบบผสมผสานเข้ามาใช้ ก็ได้เคยยึดอาชีพทำตุ๊กตาการบูรขายมาก่อน แต่เริ่มหันมาสนใจงานตกแต่งรองเท้าแตะนี้ หลังจากที่ซื้อรองเท้ามาสวมใส่ก็ได้เกิดความคิดขึ้นว่าน่าจะสามารถต่อยอดหรือพัฒนา โดยนำเทคนิคการตกแต่งมาใช้เพื่อผลิตเป็นสินค้าได้ จึงได้เริ่มออกแบบชิ้นงานขึ้นมา และทดลองทำจากวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วจากการทำตุ๊กตาการบูรที่ได้ทำอยู่ จนเกิดเป็นงานรองเท้าแตะดีไซน์

’ตอนแรก ๆ ไม่คิดว่าจะทำเป็นรองเท้าแตะดีไซน์ แต่เมื่อเห็นว่ามีวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานตุ๊กตาการบูรอยู่ จึงทดลองนำมาตกแต่งเข้ากับรองเท้าแตะ เริ่มจากการเอาไหมพรมหรือริบบิ้นมาพันรอบ ๆ หูรองเท้าแตะ จากนั้นจึงติดวัสดุตกแต่งที่ดูน่ารักเพิ่มเข้าไป โดยทดลองวางขายที่ร้าน ซึ่งปรากฏว่าลูกค้าชอบกันมาก จากนั้นจึงพัฒนารูปแบบของรองเท้าแตะออกมาเรื่อย ๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน“ ...เจ้าของงานรองเท้าแตะดีไซน์กล่าว

เธอบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่นิยม “รองเท้าแตะดีไซน์” จะมีตั้งแต่ วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยกลางคน คือมีลูกค้าตั้งแต่อายุ 14 -45 ปีโดยประมาณ สำหรับการออกแบบรองเท้าแตะนั้น ต้องศึกษาและติดตาม “เทรนด์แฟชั่น” ของลูกค้าในแต่ละช่วง รวมถึงต้องออกแบบให้ตรงกับวัยของลูกค้าด้วย ซึ่งนอกจากรูปแบบที่ต้องเด่นกับสะดุดตาแล้ว ในเรื่องของการใช้งานก็ยังเน้นการสวมใส่ที่ต้องสบายอีกด้วย โดยตอนนี้รองเท้าแตะที่นำมาตกแต่งนั้น มีอยู่ 2 ชนิด คือแบบหูหนีบและแบบสวม

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่จะทำธุรกิจนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคาขาย ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 159-259 บาท ขึ้นกับความยากง่ายและรายละเอียดของชิ้นงาน

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย รองเท้าแตะ, ผ้าสีสันต่าง ๆ, ริบบิ้น, ไหมพรม, ตุ๊กตา, ปืนยิงกาว, กาวซิลิโคน, และอุปกรณ์สำหรับใช้ในการถอดหูรองเท้าแตะ

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบรองเท้าแตะที่จะทำการตกแต่ง จากนั้นทำการตกแต่ง ซึ่งหากเป็น “รองเท้าแตะแบบหูหนีบ” ให้นำรองเท้าแตะมาทำการถอดหูรองเท้าออกทั้งสองข้างก่อน จากนั้นใช้ริบบิ้น ไหมพรม หรือวัสดุตกแต่งที่ต้องการทำการพันให้รอบหูรองเท้าแตะที่ได้ถอดออกมาให้รอบ

เมื่อพันหูรองเท้าแตะจนรอบ หรือตามที่ได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว นำวัสดุตกแต่งที่เตรียมหรือได้เลือกไว้ อาทิ  ตุ๊กตาหรือดอกไม้มาทำการตกแต่งที่หูรองเท้าแตะ ทำการยึดวัสดุตกแต่งกับหูรองเท้าแตะด้วยกาวซิลิโคนให้ติดกัน จากนั้นนำหูรองเท้าแตะที่ได้ทำการตกแต่งแล้วนั้น ประกอบหรือใส่เข้ากับตัวรองเท้าแตะ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการตกแต่งรองเท้าแตะแบบหูหนีบ

ส่วน “รองเท้าแตะแบบสวม” ขั้นตอนการทำ เริ่มจากถอดหูรองเท้าออกจากตัวรองเท้าแตะเสียก่อน โดยหูรองเท้าแตะที่ถอดออกมานั้นจะไม่ใช้แล้ว แต่จะใช้ผ้าสีทำเป็นหูของรองเท้าแตะแทน โดยการทำหูรองเท้าแตะนั้น ให้นำผ้าสี 4 ชิ้น มาทำการเย็บตรงกลางให้ผ้าทั้ง 4 ชิ้นติดกัน นำปลายผ้าสอดเข้าที่รูของตัวรองเท้าแตะ จากนั้นทำการมัดปมที่ปลายของผ้าสีให้ครบทั้ง 4 รู โดยเมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้นำวัสดุสำหรับตกแต่ง หรือวัสดุตามต้องการมาติดลงบนหูรองเท้าให้สวยงาม ตามแต่ไอเดียการตกแต่ง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการตกแต่งรองเท้าแตะแบบสวม

’รองเท้าแตะดีไซน์ทำไม่ยาก สามารถที่จะฝึกฝนหรือหัดทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับคนที่สนใจอยากจะลองเริ่มต้นหัดทำงานนี้ หากมีทักษะการเย็บปักถักร้อยมาแล้วบ้างก็จะยิ่งง่ายขึ้น และถึงแม้จะมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ขั้นตอนต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องอาศัยความละเอียดและความประณีตสูง ต้องไม่ใจร้อน ต้องใจเย็น ๆ“ ...เป็นคำแนะนำจากเจ้าของชิ้นงาน “รองเท้าแตะดีไซน์” ซึ่งคนที่สนใจนั้น สามารถที่จะฝึกหัดทดลองทำ เพื่อใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้ไม่ยาก

สนใจงาน “รองเท้าแตะดีไซน์” โทร. 08-6405-9748,  08-6521-0021 หรือชมได้ที่ร้านvintage wax and spa ใกล้กับมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ งานตกแต่งรองเท้านั้น ถือเป็น “ช่องทางทำกิน” และใช้ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าได้ ไม่ว่าจะทำเป็นงานเสริมหรืองานหลัก...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

..............................................................................................

คู่มือลงทุน...รองเท้าแตะดีไซน์

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 159-259 บาท /คู่

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด กลุ่มของใช้ ขายออนไลน์

จุดน่าสนใจ ลงทุนต่ำ ใช้อุปกรณ์ไม่มาก

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/259594/‘รองเท้าแตะดีไซน์’+ตกแต่งดี..ยิ่งทำเงิน
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘กระเป๋าผ้าสกรีนลาย’ งานเด่น+วัสดุดี..ทำเงิน


งานแฮนด์เมดและงานประดิษฐ์ ยังคงมีช่องทางทำเงินได้ เพียงแต่ต้องรู้จักพัฒนา และต้องสร้างงานออกมาไม่ซ้ำใคร อย่างเช่น “กระเป๋าผ้าสกรีนลาย” ของ “โกสินทร์ ฉัตรปราการ-จรัญญา พวงนาค” หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่สร้างจุดเด่นให้กับชิ้นงานด้วยการออกแบบกับนำเทคนิคการสกรีนลายผ้าเข้ามาใช้ จนเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน กลายเป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ ที่วันนี้ คอลัมน์นี้มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณา...

โกสินทร์และจรัญญา เจ้าของชิ้นงาน เล่าว่า สนใจทำงานกระเป๋าผ้า เนื่องจากครอบครัวเคยทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้า ต่อมาได้เลิกกิจการไป แต่เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ยังคงอยู่ ด้วยความเสียดายจึงมีความคิดที่จะนำมาใช้ โดยมองไปที่กระเป๋าผ้า เพราะเห็นว่าน่าจะทำตลาดได้ เพียงแต่ต้องเน้นเรื่องของ “การออกแบบ” และ “การเลือกใช้วัสดุ” ให้ดี จึงเริ่มผลิตชิ้นงานดังกล่าวใช้ชื่อว่า adagio โดยขายอยู่ที่ตลาดนัดรถโบราณ เดอะวอล์ค (ถนนเกษตร- นวมินทร์) กับตามตลาดนัดงานฝีมือทั่วไป นอกจากนั้นก็ยังขายผ่านเฟซบุ๊ก ที่ www.facebook.com/adagioซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่ากระเป๋าผ้าสกรีนลายที่ผลิตมีผลตอบรับค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม กว่าจะผลิตชิ้นงานจนกลายเป็นผลงานอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ เจ้าของชิ้นงาน กล่าวว่า ต้องทดลองหัดทำเพื่อหาจุดลงตัวอยู่กว่า 3 เดือน จึงออกมาเป็นผลงานกระเป๋าผ้าอย่างที่เห็นนี้ โดยต้องคิดแบบและลวดลายใหม่ ๆ ให้กับงานกระเป๋าผ้าตลอดเวลา เพื่อให้หลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ชื่นชอบงานกระเป๋าผ้าสกรีนลายนี้

’นอกจากแบบและลวดลายที่เป็นจุดเด่นแล้ว จุดขายอีกอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกก็คือ การใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เพื่อทำให้ชิ้นงานมีความน่าสนใจ สามารถทำราคาขายได้เพิ่มขึ้น“ เจ้าของชิ้นงานกล่าว และนี่ก็เป็นอีก “เทคนิค” ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานกระเป๋าผ้า ที่งานฝีมือประเภทอื่นก็สามารถนำไปปรับใช้ได้

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 280 บาทขึ้นไป

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย จักรเย็บผ้า, ผ้าแคนวาสชนิด 16 ออนซ์, เข็มและด้าย, กรรไกร, กระดาษแข็ง สำหรับใช้ทำแพทเทิร์น, บล็อกสกรีน, สีสกรีน

’สาเหตุที่เลือกใช้ผ้าแคนวาสชนิด 16 ออนซ์มาทำกระเป๋านี้ เนื่องจากผ้าชนิดนี้มีคุณภาพ แข็งแรง สามารถรับนํ้าหนักได้มาก อีกทั้งเนื้อผ้าเมื่อใช้งานไป หรือผ่านการซักทำความสะอาดจะไม่ยืดหรือย้วย ไม่เสียทรง จึงได้เลือกผ้าชนิดนี้เพื่อมาทำกระเป๋า“ เจ้าของงานกระเป๋าผ้าสกรีนลาย ระบุถึงสาเหตุที่ต้องใช้ผ้าชนิดดังกล่าว

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบรูปทรงของกระเป๋าผ้า เมื่อได้แบบกระเป๋าหรือได้รูปทรงตามที่ต้องการแล้ว ให้วาดแบบกระเป๋าหรือแพทเทิร์นบนกระดาษแข็ง จากนั้นใช้กรรไกรตัดตามแบบที่ได้วาดไว้ โดยหลังจากได้แบบกระเป๋าหรือแพทเทิร์นแล้ว ก็จะนำไปให้ร้านรับตัดผ้าเพื่อขึ้นบล็อกแบบกระเป๋า สำหรับใช้ตัดผ้าที่จะนำมาเย็บเป็นกระเป๋า ทั้งนี้ เจ้าของชิ้นงานได้อธิบายว่า สาเหตุที่นำไปให้ร้านตัดผ้าช่วยทำแทนนั้น นอกจากช่วยประหยัดเวลา ได้ผ้าทำกระเป๋าจำนวนมากแล้ว ก็ยังทำให้ได้กระเป๋ามีขนาดที่เท่า ๆ กันอีกด้วย

ขั้นตอนต่อมา เมื่อได้ชิ้นส่วนของกระเป๋าทั้งหมดแล้ว ให้นำมาเย็บ โดยเย็บจากด้านในกระเป๋า และทำการกลับ

ด้านเมื่อเย็บเสร็จก็จะได้ตัวกระเป๋าผ้า หลังจากที่ได้เย็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มทำบล็อกสกรีน สำหรับใช้ในการสกรีนลายลงบนกระเป๋าผ้า โดยเริ่มจากคัดเลือกลายที่ต้องการจะสกรีนเสียก่อน  จากนั้นทำการขึ้นบล็อกสกรีน

หลังจากที่ได้บล็อกสกรีนแล้วให้นำมาทาบวางลงบนกระเป๋าผ้า ใช้สีสำหรับงานสกรีนทำการปาดลงบล็อก สกรีนลายลงบนกระเป๋าเสร็จแล้ว ทิ้งไว้รอให้สีแห้ง หรือหากต้องการความรวดเร็วก็อาจจะใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าก็จะทำให้สีที่สกรีนไว้แห้งเร็วขึ้น แต่วิธีนี้จะทำให้สีที่สกรีนลงกระเป๋าผ้าดูจืดจางลงกว่าการทิ้งไว้ให้แห้งเอง...นี่ก็เป็นขั้นตอนการทำ “กระเป๋าผ้าสกรีนลาย” ที่มีขั้นตอนไม่มาก แต่ต้องใช้ความประณีตพอสมควร

สนใจงาน “กระเป๋าผ้าสกรีนลาย” โทร. 09-8832-9101 ทั้งนี้ งานกระเป๋าผ้านั้น คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” ได้เคยนำเสนอมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีคนทำออกมาขายได้เรื่อย ๆ เพราะถือเป็นงานฝีมือที่ไม่มีรูปแบบตายตัว สามารถพลิกแพลงพัฒนาเพื่อทำเป็น ’ช่องทางทำกิน“ กันได้ตลอด เหมือนอย่างเช่นผู้ผลิตชิ้นงานรายนี้.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

คู่มือลงทุน...กระเป๋าผ้าสกรีนลาย

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 50,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา 280 บาทขึ้นไป

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด กลุ่มของใช้ ขายออนไลน์

จุดน่าสนใจ ทำเป็นอาชีพเสริมได้

credit by :http://www.dailynews.co.th/Content/Article/258009/‘กระเป๋าผ้าสกรีนลาย’+งานเด่น%2Bวัสดุดี..ทำเงิน
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘โคมไฟ+งานปั้นจิ๋ว’ เพิ่มไอเดีย..เติมมูลค่า


“การ ต่อยอด” เป็นเทคนิคอีกอย่างที่ใช้ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าประเภทงานฝีมือได้อย่างดี ยิ่งเป็นสินค้าที่มีคู่แข่งขันในตลาดมาก เทคนิคนี้ยิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงจะทำให้เกิดความแตกต่างกับสินค้า แต่ยังช่วยสร้างความแปลกใหม่ได้ด้วย อย่างเช่นงาน “โคมไฟตกแต่งด้วยงานปั้นจิ๋ว” ของ “สุชิน หิรัญประเสริฐสุข” รายนี้

ที่วันนี้ คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา

สุ ชิน เจ้าของชิ้นงาน เล่าว่า ปัจจุบันมีอาชีพหลักเป็นช่างภาพ ส่วนงานโคมไฟที่ทำอยู่นี้ทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ โดยทำมาตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก หลังจากบริษัทที่เคยทำงานอยู่ได้รับผลกระทบ จนทำให้ตนเองต้องออกจากงาน จึงหันมายึดอาชีพค้าขายตามตลาดนัด จนได้ไปเห็นงานปั้นของจิ๋วเข้าก็เกิดความสนใจ จึงตัดสินใจไปเรียนการปั้น ที่ศูนย์ฝึกอาชีพเขตบางแคของกรุงเทพ มหานครอยู่ 3 เดือน ก่อนจะนำความรู้นั้นมาทำสินค้าเพื่อขาย ซึ่งก็ได้ต่อยอด-ดัดแปลงชิ้นงานอยู่เรื่อย ๆ จนต่อมาได้เปิดร้านขึ้นมาเพื่อจำหน่ายผลงานที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ก่อนที่จะหันมาเน้นขายชิ้นงานผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างเดียว คือที่ www.facebook.com/minihappybox  และที่นี่เองที่ทำให้เกิดไอเดียในการนำ “งานปั้นของจิ๋ว” มาดัดแปลงเข้ากับ “โคมไฟ” จนเป็นผลงานอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

’ไอเดียนี้เกิดขึ้นตอนที่มาเปิด ร้าน โดยทำเลร้านอยู่ติดกับร้านกล้วยไม้ ทำให้ได้เห็นลังใส่กล้วยไม้ซึ่งรู้สึกว่าสวยดี และน่าจะนำมาดัดแปลงให้เข้ากับงานที่ทำอยู่ได้ จึงลองทำดู แต่เมื่อทำเสร็จแล้วยังคิดว่าไม่โดดเด่น จึงได้นำหลอดไฟมาติด ปรากฏว่าลูกค้าชอบ หลังจากนั้นเลยทำเป็นชิ้นงานเรื่อยมา โดยปัจจุบันเปลี่ยนจากการใช้ลังกล้วยไม้มาเป็นไม้อัดแทน เพื่อความแข็งแรงคงทนของชิ้นงาน และทำให้ชิ้นงานดูดี มีมูลค่าเพิ่มขื้นด้วย“ ...เป็น “เทคนิคเพิ่มมูลค่า” ที่เจ้าของชิ้นงานได้แนะนำไว้

ทุนเบื้องต้น สำหรับผู้ที่สนใจอาชีพนี้ สุชินบอกว่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 บาท ก็ผลิตงานออกมาเพื่อจำหน่ายได้แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ตั้งแต่ 1,500-3,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่รูปแบบและความยากง่ายของชิ้นงาน

วัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ประกอบด้วย ดินสำหรับงานปั้น, ไม้อัดแผ่น, ไม้แท่งสี่เหลี่ยม สำหรับใช้ค้ำชิ้นงาน, สีอะคริลิก, ค้อนและตะปู, กาวร้อน, กรรไกร, มีดคัตเตอร์, กระดาษแข็ง, กระดาษทราย และชุดไฟ (สายไฟกับหลอดไฟ)

ขั้น ตอนการทำ เริ่มจากออกแบบโคมไฟว่าต้องการทำเป็นร้านอะไร โดยก่อนออกแบบ ให้ศึกษาและกำหนดก่อนว่าภายในร้านจำลองนั้น ต้องมีสิ่งของหรือของตกแต่งอะไรบ้าง จากนั้นให้ทำการปั้นส่วนประกอบต่าง ๆ ที่จะใช้ตกแต่ง

ขั้นตอนต่อมาเป็นการขึ้นโครงกล่องที่จะทำเป็นร้าน จำลอง โดยเริ่มจากการนำไม้อัดมาวัดขนาด จากนั้นตัดตามแบบซึ่งชิ้นงาน 1 ชิ้น จะต้องใช้ไม้อัดประมาณ 5 แผ่น แบ่งเป็นใช้ทำพื้นร้าน 1 แผ่น ฝาผนัง 3 แผ่น และอีก 1 แผ่นใช้ทำหลังคา เมื่อได้ไม้แล้วให้ทำการขัดผิวให้เรียบ จากนั้นจึงทาสีตามที่ออกแบบไว้

เมื่อสีที่ทาไว้แห้งดีแล้ว นำไม้อัดที่ใช้ขึ้นโครงร้านมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยใช้กาวร้อนเป็นตัวยึด และให้ตอกตะปูย้ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความคงทนแข็งแรงของชิ้นงาน โดยเมื่อประกอบเสร็จก็จะได้โครงสร้างที่เป็นกล่อง ให้นำไม้แท่งสี่เหลี่ยมมาทำการยึดติดไว้ที่มุมของกล่อง เพื่อค้ำยันให้กล่องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทำการเจาะรูด้านบนสำหรับติดตั้งชุดไฟ

หลังจากนั้นให้ทำการตกแต่งภาย ในกล่องด้วยงานปั้นของจิ๋วที่ได้ทำเตรียมไว้ ทำการตกแต่งตามแบบ โดยใช้กาวร้อนช่วยยึดงานปั้นของจิ๋วให้ติดแน่น  จากนั้นทำการติดตั้งชุดไฟเข้าไปในกล่องตามรูที่ได้เจาะทิ้งไว้ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

’สำหรับคนที่สนใจ ตอนที่เริ่มหัดทำใหม่ ๆ หากไม่ต้องการลงทุนมากอาจเริ่มจากการใช้กระดาษแข็งทดลองทำเป็นกล่องแทนไม้ อัดไปก่อนก็ได้ หรือจะใช้วัสดุดังกล่าวแทนไม้อัดก็จะลดต้นทุนการทำลงได้มาก แต่ชิ้นงานจะแข็งแรงคงทนน้อยกว่าวัสดุอย่างไม้อัด“ เจ้าของชิ้นงาน กล่าวแนะนำ

สนใจงาน ’โคมไฟตกแต่งด้วยงานปั้นจิ๋ว“ โทร. 08-1314-5301 และนี่ก็เป็นอีกชิ้นงานจากการ “พลิกแพลง-ต่อยอด” เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า จนกลายเป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

...............................................................................................

คู่มือลงทุน...โคมไฟ+งานปั้นจิ๋ว

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 2,000 บาท

ทุนวัสดุ ประมาณ 40% จากราคา

รายได้ ราคา 1,500-3,000 บาท

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ของตกแต่งบ้าน

จุดน่าสนใจ เพิ่มมูลค่า ทำเป็นอาชีพเสริม

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/256423/‘โคมไฟ%2Bงานปั้นจิ๋ว’+เพิ่มไอเดีย..เติมมูลค่า
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘พ่อค้ายีน’ อาชีพไม่มีวันเบื่อ ความสุขทางใจคนคอเดียวกัน


ความ ที่เป็นคนหัวใจใส่ “ยีน” หลงใหลความเซอร์สุดจิตสุดใจ ทำให้ “กร-อำนวย แช่ม” หนุ่มนครศรีธรรมราช วัย 41 ปี ยอมเปลี่ยนลุคจากนายธนาคารนั่งโต๊ะใส่สูท ผูกเนกไทในห้องแอร์ไปเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้ายีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน “งานค้นคน คนค้นงาน” เสาร์นี้จะพาไปพูดคุยกับเจ้าตัวถึงแรงบันดาลใจในเรื่องนี้

“กร” เล่าว่าหลังเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจสาขาการเงินการธนาคาร จากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็มีโอกาสเข้าไปทำงานในแวดวงการเงินอยู่สักพัก แต่เมื่อทำแล้วไม่ใช่แนวของตัวเองจึงตัดสินใจลาออกมาเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า ยีน ช่วงแรกเปิดร้านขายย่านแฟลตคลองจั่นบ้าง สะพานพุทธบ้าง ตลาดเปิดท้ายบ้าง สุดท้ายได้ย้ายมาขายที่ตลาดปัฐวิกรณ์จนถึงปัจจุบัน ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และมีร้านประจำอยู่ฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา ใกล้กับร้านนวดแผนโบราณจะเปิดร้านตั้งแต่เวลา 12.00-20.00 น. รวมถึงการขายผ่านเว็บไซต์ Thaivintage.com ด้วย

กร บอกว่า เมื่อก่อนเขาก็เคยเป็นผู้ซื้อมาก่อน ตั้งแต่สมัยอยู่ที่นครศรีธรรมราช เห็นพ่อค้ายีนแล้วก็หวังว่าสักวันจะต้องเป็นพ่อค้าให้ได้เพราะหลายคนที่เรา รู้จักก็มีอาชีพนี้ ร้านของเขาเป็นร้านขายยีนเล็ก ๆ ขายสินค้าจำพวกกางเกงยีนมือสองของแท้ หลากหลายยี่ห้อ นอกจากนี้ยังมีแจ๊กเกตยีน เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต และรองเท้าผ้าใบ สินค้าส่วนใหญ่ เป็นของมือสองของแท้จากอเมริกาและญี่ปุ่น โดยแหล่งซื้อสินค้าเพื่อนำมาขายต่อก็มาจากคลองแงะ ตลาดโรงเกลือ หรือมีคนเอามาขายให้ที่บ้าน ราคาของที่ขายก็มีตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท

“ผมหาความ รู้เพิ่มเติมมาเรื่อย ๆ เพราะจะขายของต้องดูของให้เป็นและประเมินราคาให้ขาด ไม่งั้นขาดทุนแน่นอน ผมชอบพวกยีนเก่า เสื้อยืดเก่าเพราะว่าใส่เองด้วย  สะสมด้วย  การทำอาชีพนี้เพราะใจรักและชอบจริง ๆ ผมไม่ได้ทำเพราะแค่หารายได้ แต่ทำแล้วมีความสุข รู้สึกตื่นเต้นที่ไปหาของมาขายเพราะเราจะลุ้นตลอดว่าจะเจออะไรบ้าง เจอรุ่นเก่าหายากหรือเปล่า เป็นอาชีพที่คุณไม่มีวันเบื่อ ถ้าคุณมีใจรักอาชีพนี้จริง ๆ” กรเล่าถึงอาชีพพ่อค้ายีน

ทุกอาชีพย่อม ต้องพบเจอกับอุปสรรค อาชีพพ่อค้าขายยีนอย่าง “กร” ก็หลีกไม่พ้นเช่นกัน เขาบอกว่า ปัญหาหลักที่พบในอาชีพของเขาคือ สินค้าขาดตลาด มีราคาแพง หรือหายาก เพราะของมือสองจะหายากกว่าสินค้าอื่น ๆ ราคาก็แพง และต้องแย่งกับพ่อค้าคนอื่นอีกโดยเฉพาะ ยีนรุ่นเก่าจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก เวลาซื้อของจึงต้องมองให้ขาดไม่งั้นขาดทุนแน่นอน ถ้าไม่แน่ใจก็จะไม่เสี่ยงซื้อ และการแก้ปัญหาข้อนี้ต้องปรับตัวตามราคาให้ทัน หรือหาแหล่งซื้อของใหม่ ๆ บ้างเผื่อเจอของถูก อาจปรับราคาขึ้นบ้างตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ขณะ เดียวกันก็มีปัญหาขายของยากขึ้น ขายไม่ได้ราคา ซึ่งต้องแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนสินค้าที่ราคาถูกกว่ามาขายแทน หรืออาจมีโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม มาใช้เพื่อดึงดูดลูกค้า และสภาพอากาศ ถ้าเป็นหน้าฝนจะลำบากจริง ๆ บางทีต้องรอจนเย็นจรดค่ำกว่าจะได้ขาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาค่าเช่าแพงขึ้น รวมทั้งความนิยมในตัวสินค้า จะต้องตามกระแสความนิยมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ให้ทันเพราะความนิยมจะเปลี่ยนไปเรื่อย  เช่น กางเกงเดี่ยวชอบใส่ขาม้า เปลี่ยนเป็นขากระบอก ขาเดฟ เราต้องมีสินค้าหลากหลายให้ลูกค้าเลือก มาแล้วต้องโดนใจสักตัว

“ผมมองว่าปัญหาอุปสรรคคือ ประสบการณ์ ที่สอนเราให้ผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งกำลังใจจากครอบครัวและพวกพ้องเป็นสิ่งสำคัญ ยามเราท้อแท้หมดกำลังใจ พวกเขาช่วยเหลือเราได้เสมอ ไม่เคยทิ้งเราให้สู้เพียงลำพัง เขาเคยมีประสบการณ์ที่เกิดกับตนเองมาแล้วก็ช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้จนถึง วันนี้”

กรบอกทิ้งท้ายว่า อาชีพพ่อค้ากางเกงยีนนอกจากช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง ยังให้ประสบการณ์ชีวิต ทำให้เรารู้จักการแก้ปัญหา เมื่อเกิดความยากลำบากในอาชีพเกิดขึ้น และทำให้เกิดมิตรภาพใหม่อยู่ตลอดเพราะเจอคนมากมายหลากวัยหลายอาชีพ ทำให้ทุกวันนี้เขามีเพื่อนมากมาย บางคนสนิทกันมากคอยช่วยเหลือกันมาหลายปีและสิ่งสำคัญคือการได้ให้ความสุขกับ ทั้งคนซื้อคนขาย คนซื้อก็ได้ของที่เขาต้องการ บางคนหาซื้อมานานกว่าจะได้ บางคนก็เอาไปเก็บสะสม เหมือนเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เราเห็นลูกค้ามีความสุขเราก็ดีใจ

“ผมไม่ได้ดีใจที่ได้เงิน แต่ดีใจที่เห็นคนคอเดียวกัน มีความสุขได้ของที่ใช่ ที่เค้าชอบ อาชีพนี้ให้มากกว่ารายได้คือมิตรภาพ”

นี่แหละครับ การได้ทำงานในสิ่งที่รักที่ชอบ คำตอบที่ได้จากงาน คือความสุขที่ไม่ธรรมดา สนใจโทรฯ สอบถามได้ที่ โทร. 08-1489-4617.

“จ๊อบแมน”

credit  by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/253301/‘พ่อค้ายีน’+อาชีพไม่มีวันเบื่อ+ความสุขทางใจคนคอเดียวกัน
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘ทำกรอบรูป’ ฝึกทำขาย...รายได้ดี!



ถึงแม้ “อาชีพทำกรอบรูป” จะต้องใช้ความชำนาญและทักษะเฉพาะทาง แต่ถ้าใครสนใจจริงก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก อย่างเช่น “สัญญา ศรีวิเชียร” เจ้าของธุรกิจรับทำกรอบรูป ที่ได้เรียนรู้และฝึกหัดด้วยตนเองจนเกิดความชำนาญ และสามารถเปิดร้านทำเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับตนเองได้เป็นอย่างดี
ที่วันนี้ คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณา...

สัญญา ศรีวิเชียร เจ้าของร้านรับทำกรอบรูป เล่าว่า ยึดอาชีพนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการศึกษาเรียนรู้วิชาชีพแขนงนี้ด้วยตนเอง ก่อนที่จะยึดเป็นอาชีพ และสามารถเปิดร้านรับทำกรอบรูปของตัวเองได้ในที่สุด ทั้งนี้ เขาบอกว่า แรงบันดาลใจที่จะยึดอาชีพนี้ เริ่มขึ้นหลังจากที่เรียนจบชั้น ม.6 และตั้งใจว่าจะออกมาทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว ซึ่งตอนแรก ๆ ก็ยังไม่รู้ว่าจะประกอบอาชีพอะไร จนได้มาเห็นพี่คนหนึ่งที่ยึดอาชีพวาดภาพขาย ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า อุปกรณ์อย่างเฟรมผ้าใบและกรอบรูปเป็นสิ่งของที่ทั้งศิลปินที่วาดภาพขาย รวมถึงคนทั่วไปต้องใช้ จึงเกิดไอเดียที่จะเปิดร้านทำกรอบรูปขึ้น จากคนที่ไม่มีพื้นฐานการทำกรอบรูปมาก่อนเลย แต่สุดท้ายก็สามารถที่จะพัฒนาฝีมือ จนทำเป็นอาชีพได้...

’ตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องการทำกรอบรูปเลย แต่ก็ตัดสินใจไปซื้อเครื่องตัดไม้สำหรับทำกรอบรูป จากนั้นจึงกลับมา ทดลองฝึกหัดทำด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกอยู่ 1 ปี จนฝีมือเริ่มเข้าที่ก็ตัดสินใจทำขาย โดยเริ่มจากการทำกรอบรูปขนาดเล็ก ๆ ก่อนที่จะพัฒนาชิ้นงานให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และมีรายละเอียดที่มากขึ้น ซึ่งก็ทำเรื่อย ๆ มาจนถึงปัจจุบัน“ เจ้าของร้านทำกรอบรูปกล่าว

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่จะเปิดร้านทำกรอบรูป สัญญาบอกว่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 100,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุ ทุนวัสดุ อยู่ที่ 50% จากราคา ซึ่งราคาขาย “กรอบรูป” อยู่ที่ตั้งแต่ 80-9,000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุ หรือขนาดของกรอบรูป รวมถึงความยากง่ายของชิ้นงานเป็นสำคัญ ส่วนถ้าเป็น “กระจกเงา” ราคาอยู่ที่ตั้งแต่ 150-15,000 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ประกอบด้วย เครื่องตัดไม้แบบใช้เท้าเหยียบ, เครื่องตัดไม้แบบใช้มือผลักสไลด์, เครื่องประกอบมุม, ปั๊มลม, ปืนยิงลิ่มหลัง, ไขควง, มีดตัดกระจก, มีดคัตเตอร์, ไม้เส้นกรอบรูป, กระจก, ไม้ฝาหลัง, หูแขวน, ลวดสลิง กระดาษกาว ฯลฯ

ขั้นตอนการทำ “กรอบรูป” เริ่มจากการวัดไซซ์รูปภาพที่ต้องการจะนำมาใส่ในกรอบรูปก่อน หลังจากได้ไซซ์รูปแล้วให้นำไม้เส้นกรอบรูปที่ลูกค้าเลือกไว้ไปทำการตัดด้วย เครื่องตัดไม้แบบใช้เท้าเหยียบ หรือกรณีที่เป็นไม้เส้นกรอบรูปที่มีหน้ากว้าง ก็ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องตัดไม้แบบใช้มือผลักสไลด์ ก่อนตัดให้ทำการตั้งค่าที่เครื่องตัดไม้ก่อน เพื่อให้ได้ขนาดและความยาวที่ต้องการ โดยทำแบบนี้จนได้ไม้เส้นกรอบรูปครบทั้ง 4 ด้าน

หลังจากที่ได้ไม้เส้นกรอบรูปครบแล้ว นำไปเข้าเครื่องประกอบมุม โดยทำการเข้ามุมทีละมุมจนครบทั้ง 4 มุมก็จะได้กรอบรูป จากนั้นทำการวัดกระจกใส และใช้มีดตัดกระจกให้มีขนาดพอดีกับกรอบรูป ทำการตัดไม้ฝาหลังให้เท่ากับแผ่นกระจก เมื่อได้แล้วให้นำกระจกมาวาง ใส่รูปภาพเข้าไปในกรอบรูป และใช้ไม้ฝาหลังปิดด้านหลังกรอบรูป จากนั้นใช้ปืนยิงลิ่มยิงอัดแผ่นไม้ด้านหลังกรอบรูปให้แน่น ติดกระดาษกาวที่ขอบของกรอบรูป ประกอบชุดหูสำหรับแขวนกรอบรูป หรือกรณีเป็น กรอบรูปที่มีขนาดใหญ่และมีนํ้าหนักมาก อาจเปลี่ยนมาใช้ลวดสลิงแทน เพราะรับนํ้าหนักได้มากกว่าการใช้หูแขวนกรอบรูป เป็นอันเสร็จขั้นตอน

การทำ “กรอบกระจกเงา” ก็มีขั้นตอนคล้ายกันกับการทำกรอบรูป โดยเมื่อได้กรอบรูปแล้ว ให้ทำการตัดแผ่นกระจกเงาให้ได้ขนาดกับกรอบรูป จากนั้นทำการติดลงบนกรอบรูป และใช้ไม้ฝาหลังปิดด้านหลังกรอบรูป ซึ่งความแตกต่าง ระหว่างการทำกรอบกระจกเงาและการทำกรอบรูปนั้น จะอยู่ตรงที่การยึดด้านหลัง โดยการทำกรอบกระจกเงาจะใช้ปืนลมยิงตัวแม็คยิงเพื่อยึดไม้แผ่นด้านหลังกรอบ ก่อน จากนั้นตามด้วยการใช้ปืนกาวซิลิโคนยิงยึดขอบกรอบกระจกเงาอีกชั้น เพื่อความคงทนแข็งแรง และป้องกันไม่ให้แผ่นกระจกเงาขยับไปมา ทำการปิดกระดาษกาวทับ

’คนที่เริ่มหัดทำใหม่ ๆ อาจเริ่มจากการนำเศษไม้ มาทดลองทำดูก่อนก็ได้ โดยอาจเริ่มจากการทำกรอบรูปขนาดเล็ก ๆ จนเมื่อฝีมือชำนาญมากขึ้น ถึงจะค่อยนำไม้จริง ๆ มาลองทำ“  เจ้าของร้านทำกรอบรูปได้แนะนำไว้ เผื่อจะมีคนสนใจอาชีพ “ทำกรอบรูป” นี้ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่น่าพิจารณาไม่น้อย

สนใจงาน ’กรอบรูป“ หรือกระจกเงา ไปชมได้ที่ ร้านศิลปชัย ตลาดนัดจตุจักรพลาซ่า โซน C ซอย 3 ห้อง 112 (โทร. 08-5065-5009) และกับอาชีพทำกรอบรูป ที่หลายคนมองว่าทำยากหรือต้องมีทักษะ ความจริงแล้วหากตั้งใจก็สามารถทำเป็นอาชีพได้ไม่ยาก ขอเพียงมีความมุ่งมั่น-ตั้งใจที่จะทำกินจริง ๆ อาชีพทำกรอบรูปนี้ ก็สามารถใช้ทำเป็น ’ช่องทางทำกิน“ ได้แน่นอน...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน
คู่มือลงทุน...เปิดร้านกรอบรูป
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 100,000 บาท
ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา
รายได้ 80-9,000 บาท
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด งานศิลปะ ของตกแต่ง
จุดน่าสนใจ ทำขายได้ตลอดทั้งปี

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/254851/‘ทำกรอบรูป’+ฝึกทำขาย...รายได้ดี!
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ “น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ


       ท่ามกลางความมืดสนิทของคืนเดือนมืด “ทีมพรานล่าผึ้ง” ของ เฉลิม กาญจนพิทักษ์ ผู้ นำชุมชนเก้ากอ เดินเท้าขึ้นไปบนภูเขาบ้านเก้ากอ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เป้าหมายคือรังผึ้งหลวงขนาดใหญ่บนต้นยายพัด ต้นไม้เก่าแก่ 4 คนโอบ สูงร่วม 30 เมตร ยืนต้นตระหง่านมานานอย่างน้อย 2-3 ช่วงอายุคนแล้ว
       
       รังผึ้งหลวงบนต้นยายพัดต้นนี้ได้ถูกหมายตาไว้เป็นแรมเดือนแล้ว หลังจากผึ้งป่าหรือที่รู้จักกันในชื่อผึ้งหลวงได้ “จับรัง” สร้างสะสมน้ำผึ้ง เมื่อถึงคราวเดือน 5 น้ำผึ้งป่าจะหอมหวานดังคำเปรียบเปรย “หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า” นั่นเป็นเรื่องจริง อย่างน้อยการล่าครั้งนี้จะต้องได้น้ำผึ้งป่าหอมหวานมาครองให้ได้ 9-10 ขวด

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ

       “วิถีพรานล่าผึ้ง” ของชาวชุมชนแห่งนี้สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเทือกเขาหลวง 
       
       คบไฟสำหรับก่อให้เกิดควันไล่ผึ้งหลวงตัวใหญ่มีเหล็กในที่มีพิษถูกทำด้วย “เปลือกไม้สามแก้ว” เป็นไม้พิษชนิดหนึ่งที่พบมากบนเทือกเขาหลวง แต่ไม่มีพิษกับคน ถูกเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม พร้อมทั้ง “ทอย” ที่ ถูกทำขึ้นจากไม้ไผ่ตงเหลาจนแหลมคม สำหรับตอกเข้าไปในเนื้อต้นไม้เพื่อเป็นทางสำหรับป่ายปีนไปให้ถึงรังผึ้งที่ หมายตาสูงไปกว่า 20 เมตรจากพื้นดิน ทุกอย่างถูกดำเนินการจนเสร็จสิ้นตามขั้นตอน

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ

       พรานผึ้งลงมาจากต้นไม้รอท่าให้ “เดือนตก” จะได้เวลาที่มืดสนิทเป็นเวลาที่จะเข้าตีรังผึ้งให้ได้อย่างปลอดภัย โดยที่ไม่ถูกตอบโต้
       
       เมื่อได้เวลาหลังจากพรานผึ้งเอ่ยปากเอ่ยคำขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง และขอรังผึ้ง น้ำผึ้งไปเลี้ยงชีวิตตามความเชื่อแล้ว จึงปีนขึ้นไปบนทอยไม้อย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ช่วยคอยจุดคบไฟโยงขึ้นไปให้ พร้อมทั้ง “แสก” สำหรับใส่ “หัวน้ำผึ้ง” และรังผึ้งที่เต็มไปด้วยตัวอ่อนโยงกลับลงมาบนพื้นดิน เพื่อเข้าสู่กรรมวิธีบีบน้ำผึ้งเช่นเดียวกับทุกฤดูกาล
       
       “วิธีเก็บน้ำผึ้งป่ามีหลายแบบ แบบนี้เรียกว่าตอกทอยขึ้นไปบนต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ และผูกกับไม้ไผ่ขึ้นไปจนถึงรังผึ้ง หลังจากนั้นจะใช้คบไฟที่ทำจากเปลือกไม่สามแก้ว ที่เมื่อจุดแล้วจะมีควันเป็นหลัก ใช้สำหรับไล่ผึ้งออกจากรัง คบไม่มีเปลวไฟ มีเพียงสะเก็ดที่หลุดออกมาจากคบเป็นตัวล่อให้ผึ้งบินตาม” เฉลิม กาญจนพิทักษ์ อธิบาย

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ 

       เช่นที่เฉลิมอธิบาย พลันที่พรานผึ้งเริ่มปฏิบัติการท่ามกลางความมืด เห็นได้แค่ละอองสะเก็ดไฟจากเปลือกไม้สามแก้วกระจายเป็นสายลงมาจากคาคบไม้สูง พร้อมกับเสียงผึ้งแตกรังมาเป็นระลอกๆ ทุกคนที่อยู่ด้านล่างต้องปิดไฟฉาย หรือแหล่งกำเนิดแสงไฟใดๆ ก็แล้วแต่ นั่นหมายถึงว่าหากมีแสงไฟผึ้งที่แตกรังจะพุ่งเข้ามาโจมตีทันที
       
       เพียงไม่ถึง 5 นาทีขั้นตอนทุกอย่างจบลง รังผึ้งถูกบรรจงโยงลงมาถึงพื้นดิน โดยมีผู้ช่วยรอรับ แล้วจึงนำไปจัดการเก็บใส่ขวดรักษาคุณภาพ
       
“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ 

       แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การเก็บรังผึ้งแต่ละครั้งรังทั้งหมดจะถูกทำลายอย่างย่อยยับ การเก็บเอาประโยชน์จากผึ้งเหล่านี้ พรานผึ้งที่นี่ต่างรู้ดีว่าความคงยั่งยืนจะเกิดขึ้นหากช่วยกันรักษา วิธีการเก็บจึงบรรจงใช้มีดปาดเอาแค่ “หัวน้ำผึ้ง” ที่อยู่บนรวงผึ้งเท่านั้น และเหลือไว้ส่วนหนึ่งพร้อมทั้งตัวอ่อน เพื่อให้พวกมันได้ซ่อมแซมรังและออกลูกออกหลานได้ต่อไป
        
       จึงไม่แปลกที่ต้นไม้ใหญ่แทบทุกต้นที่มีผึ้งป่ามาจับรัง เมื่อถึงฤดูกาลลูกหลานของผึ้งจะมาทำรังที่เดิมอย่างน่าเหลือเชื่อ ชาวชุมชนที่นี่จึงมีน้ำผึ้งป่าเก็บออกจำหน่ายได้ทุกปี

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ 

       หลังจากได้รังผึ้งและรวงผึ้งมาแล้ว ขั้นตอนของการเก็บแยกเอาน้ำผึ้งจึงเริ่มขึ้น รวงผึ้งที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งถูกแยกออกไว้เฉพาะ แล้วจึงทำการบีบคั้น ก่อนกรองเฉพาะน้ำผึ้ง แยกสิ่งที่ไม่ต้องการออก แล้วจึงบรรจุขวด ส่วนรังตัวอ่อนและไขผึ้ง พร้อมทั้งนมผึ้ง คือสารอาหารสำคัญที่มีคุณค่าสูง และนับเป็นสมุนไพรชั้นดีเยี่ยมถูกเก็บไว้ต่างหาก
       
       ตัวอ่อนผึ้งมีกรรมวิธีการรับประทานตามแต่ถนัด บ้างรับประทานสดพร้อมกับน้ำผึ้ง หรือไปประกอบอาหารเพิ่มความเผ็ดร้อนตามพอใจ

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ 

       เฉลิม กาญจนพิทักษ์ ยังบอกอีกว่า ปีนี้เป็นปีทองของวงการผึ้งใน ต.ทอนหงส์ทีเดียว จากความแห้งแล้งยาวนานกว่าทุกปี ชาวบ้านได้จัดทีมเก็บน้ำผึ้งป่าที่มีเป็นจำนวนมากกว่า 20 ทีม เท่าที่สำรวจในขณะนี้มีการเก็บน้ำผึ้งได้แล้วมากกว่า 7 พันขวด จำหน่ายขวดละ 500-1,000 บาท สร้างรายได้ให้อย่างเป็นประวัติการณ์ ขณะนี้มีเม็ดเงินเข้ามาในพื้นที่แล้วกว่า 3.5-4 ล้านบาท 
       
       “ที่สำคัญหลังจากฤดูแล้งแล้วจะมีช่วงที่ชาวบ้านออกหาน้ำผึ้งป่า อีกช่วงคือ เดือน 7-8 ช่วงนี้ในวงการน้ำผึ้งจะรู้ว่าเป็นน้ำผึ้งที่หายาก และมีคุณค่าสูงสำหรับสรรพคุณทางยาคือ ‘น้ำผึ้งขม’ ซึ่งจะเป็นน้ำผึ้งที่มีรสชาติขม อันเกิดจากผึ้งเก็บเอาเกสรดอกไม้และน้ำหวานจากดอกไม้ที่มีรสขม เช่น บอระเพ็ด และพืชที่เป็นสมุนไพรหลายอย่าง น้ำผึ้งประเภทนี้จะมีราคาสูงถึงขวดละกว่า 1 พันบาท และเป็นที่ต้องการสูงมากของตลาด” หัวหน้าทีมล่าผึ้งเล่าให้ฟัง

“น้ำผึ้งป่า” คุณภาพเยี่ยม แต่หายากจากฝีมือ “พรานล่าผึ้ง” เมืองนครฯ

       เกรียงศักดิ์ รักษ์ศรีทอง นายอำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ออกสำรวจความเป็นผู้ของชุมชนที่เขาดูแล และติดตามทีมพรานผึ้งไปดูถึงวิถีชีวิตคนกับป่าที่ผสมกันได้อย่างกลมกลืน เขาบอกว่าอำเภอได้มีการเก็บข้อมูลการหาน้ำผึ้งป่าของชาวบ้าน พบว่า ในฤดูกาลนี้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวสูงมาก ที่สำคัญได้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างน่าพอใจ และต่างช่วยกันอนุรักษ์แบบพึ่งพาอาศัยกันจนมีความยั่งยืน 
       
       ชาวบ้านต่างดูแลกันและกัน ระมัดระวังกันเองเรื่องคุณภาพของสินค้าที่หามาได้ ไม่มีการปลอมปน ทุกขวดที่บรรจุน้ำผึ้งป่าออกไปขายจะเป็นน้ำผึ้งแท้ทั้งหมด หากใครปลอมปนเจือปนออกมาเขาก็จะล้มละลายในอาชีพหาน้ำผึ้งไปเลย ขณะที่ทางราชการนั้นได้ช่วยส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติมีความยั่งยืน ชุมชนมีความสุข” นายอำเภอพรหมคีรีกล่าวทิ้งท้าย
       
       สนใจลองติดต่อไปยัง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
       
       เรื่อง/ภาพโดย…กฤษณะ  ทิวัตถ์สิริกุล
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ธุรกิจคาร์แคร์ สุดยอดกิจการน่าลงทุน ...แจกฟรีโปรแกรมบริหารธุรกิจคาร์แคร์


             คาร์แคร์นับเป็นธุรกิจที่น่าใจมากใน ปัจจุบัน ถ้านับจากตัวเลขของผู้ใช้รถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วจะเป็นตัวเลขที่ สวนทางกับเวลาว่างที่ผู้ใช้รถที่นับวันจะยิ่งมีน้อยลงไปทุกที ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เสียเวลาไปกับรถติดบนท้องถนน การใช้เวลากับครอบครัว เวลาว่างที่ผู้ใช้รถจะหันมาดูแลรถของตัวเองก็ยิ่งเหลือน้อยกรอปกับอ่อนเพลีย จากการทำงานหนักจึงเป็นสาเหตุให้คนใช้รถส่วนใหญ่เริ่มหันไปใช้บริการ Car Care เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

ขอบคุณภาพจากคาร์แคร์ ซ.รามคำแหง52/2
ขอบคุณภาพจากคาร์แคร์ ซ.รามคำแหง52/2

         ธุรกิจคาร์แคร์ คืออะไร? คาร์แคร์เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์มีหลายระดับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น position and target segmentator ทุนทรัพย์ ทำเลยที่ตั้ง มีตั้งแต่ดูแลแบบง่ายภายนอก ล้าง ขัด เคลือบ จนกระทั่งถึงการดูแลแบบครบวงจรซึ่งอาจต้องใช้ความรู้ เครื่องมือที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปอีกระดับ รวมไปถึงธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องการจัดจำหน่ายสินค้า อุปกรณ์ วัสดุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์

 “ในปัจจุบันแม้จะมีธุรกิจคาร์แคร์ออกมา หลากหลายรูปแบบพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ก็ยังมีโอกาสสำหรับผู้ที่อยากจะทำธุรกิจคาร์แคร์นี้ เพราะปัจจัยของความสำเร็จ (key of success) ยังเป็นเรื่องของคุณภาพ งานบริการและทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ เป็นธุรกิจที่กลุ่มลูกค้านั้นมี Brand Loyalty สูง หากลูกค้าพอใจ ลูกค้ามีโอกาสที่จะกลับมาใช้บริการซ้ำในอัตราที่สูงมากทีเดียว”

 คาร์แคร์ต้องเริ่มอย่างไร? จะเริ่มคาร์แคร์จะเรียกว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายามครับ
       1. รู้จักตัวเราเองก่อน การรู้จักตัวเองไม่ได้หมายถึงรู้ตัวเองทางกายภาพหรือเรื่องส่วนตัวทั่วไป การรู้จักตัวเองคือการวิเคราะห์ตัวเอง เช่น “ความพยายาม” ไม่มีความรู้ไม่เป็นไรความรู้ขวนขวายหามาได้เสมอ “มีวินัย” ไม่ว่าจะเป็นกองทัพในยุคไหนก็ตามหากขาดวินัยก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ “ทุนทรัพย์” แม้เสบียงจะเหลือน้อยเพียงไรก็สามารถจัดการบริหารได้เสมอ สำคัญคือต้องกำหนดขอบเขตทุกอย่างเป็นรูปแบบ การทำอะไรเกินตัวโดยไม่มีการวางแผนสุดท้ายก็จะเป็นการทำลายตัวเอง

       2. ทำเลที่ตั้ง ทำเลที่ตั้งดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง โดย Business model หลักของธุรกิจคาร์แคร์เป็นการดึงให้ลูกค้ามาหาเรา มาใช้บริการกับเรา ลูกค้าต้องเดินทางมาเอง ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกค้าตั้งใจมาใช้บริการหรือเป็น ทางผ่าน ลูกค้าก็มี Cost เสมอ ทั้งต้นทุนที่จับต้องได้ (Tangible Costs) เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าจิปาถะ หรือต้นทุนที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Costs) ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย สภาพจิตใจที่ต้องเจอภาวะบนท้องถนน เป็นต้น การที่เราอยู่ทำเลที่ตั้งดีลูกค้าก็ให้ใจเรามาครึ่งหนึ่งแล้วครับ
Recommended Tip : ทำเลที่เหมาะสมสำหรับคาร์แคร์ควรเป็นทำเลที่รถผ่านง่าย สะดวก ทำเลที่อาจใช้เป็นจุดผักผ่อนระหว่างรถติด ทำเลที่อยู่ใกล้สถานที่ที่ต้องใช้เวลาในการทำธุระ เช่นระหว่างการซื้อสินค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ปั้มน้ำมัน ปั้มแก๊ส เป็นต้น

       3. คู่แข่งขัน การวิเคราะห์แค่ตัวเรานั้นยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จในธุรกิจคาร์แคร์ การซื้อใจลูกค้าได้เราต้อง “รู้ทั้งเขา รู้ทั้งเรา” สิ่งที่เราพอจะรู้ของเขาได้นั้นสามารถแยกวิเคราะห์เป็น รูปแบบธุรกิจของเขาว่ากลุ่มลูกค้าหลักเป็นใคร รถยนต์ที่นำมาใช้ในระดับไหน การบริการของเขามีอะไรบ้าง คุณภาพของวัสดุ วัตถุดิบที่นำมาใช้ เป็นต้น ซึ่งการจะรู้เขาได้นั้นเราต้องเป็นลูกค้าไปใช้บริการของเขาเลยจะดีที่สุด แล้วค่อยมากำหนดตัวเราต่อไปว่าจะชนกับเขาได้ไหมหรือเลี่ยงเขาไปกลุ่มเป้า หมายอื่นหรือทำเลอื่น

       4. ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคาร์แคร์ให้มากที่สุด ทั้งความรู้เบื้องต้นเช่นการล้าง เคลือบ ไปจนถึงความรู้ เทคนิคต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งตอนนี้มีธุรกิจเกี่ยวกับคาร์แคร์ออกมามากมายไม่ว่าทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ การหาความรู้ทั้งเก่าและใหม่ เทคโนโลยี่ต่างๆ ที่หาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เช่นจากใน youtube ก็หาพวกคำว่า “how to car wash” “car care tips” “car care products” มีมากมายแต่ส่วนใหญ่ให้ลองหาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เทคโลโนยีจะมากกว่าในไทยพอสมควร พยายามคิดวางกรอบจำลอง (Simulator) ในการให้บริการ-ใช้บริการหลายๆ รูปแบบเพื่อกำหนดงานบริการของเราได้อย่างมีเป้าหมาย

       5. กำหนดแผนธุรกิจให้รัดกุม กลุ่มลูกค้าหลัก ลูกค้ารอง ทำไมต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าด้วยนั้นหลายๆ คนอาจจะสับสนกับเรื่องที่ลูกค้าทุกคนเข้ามาใช้บริการนั้นก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องทำให้ยุ่งยากด้วย ขออธิบายอย่างนี้ครับ การกำหนดกลุ่มลูกค้าหลัก กลุ่มลูกค้ารอง เป็นการกำหนดเพื่อให้ “เราสามารถวางกลยุทธเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของเราได้ตรง จุดมากที่สุดและทันท่วงทีต่อการแข่งขันกับคู่แข่ง” การว่านแหไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อาจจะใช้ไม่ได้กับยุคของการแข่งขันใน ปัจจุบันเสียแล้ว

Recommended Tip : การทำจุดพักผ่อนแบบครบวงจร เป็นตัวเสริมจุดขายที่แข็งแกร่งมาก ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย อาหาร เครื่องดื่ม เทคโนโลยี มุมหรืออุปกรณ์สำหรับเด็ก เป็นต้น

ขอบคุณภาพจากสามเหลี่ยมคาร์แคร์
ขอบคุณภาพจากสามเหลี่ยมคาร์แคร์

       6. ทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้อย่างถึงที่สุดของงานบริการทุกชนิด คาร์แคร์ก็เป็นงานบริการรูปแบบหนึ่งที่ต้องใช้คน ใช้พนักงานที่ต้องการความใส่ใจกับงานบริการที่ตัวเองทำ ซึ่งจะขัดแย้งกับอัตราการเข้าออกของพนักงานที่มีอยู่เสมอแต่ไม่ใช่ปัญหาที่ เลี่ยงไม่ได้ การซื้อใจและควบคุมคุณภาพของพนักงานก็เป็นความสำคัญดังเช่นกองทัพที่ไม่อาจ สู้ศึกใหญ่ได้ถ้าภายในยังเกิดปัญหา
แต่ในปัจจุบันมีรูปแบบธุรกิจคาร์แคร์ง่ายกว่านั้นขึ้นมากโดยที่แยกกับต้น ทุนที่สูงขึ้นตามมาก เช่น ทัั้งที่ขายแฟรนไชส์คารแคร์ครบวงจนชื่อดังต่างๆ การรับออกแบบวางระบบคาร์แคร์ตั้งแต่ศูนย์ การรับเป็นที่ปรึกษาการทำธุรกิจคาร์แคร์ การอบรมคารแคร์ หรือพวกแฟรนไชส์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคาร์แคร์ แม้กระทั่งแฟรนไชส์ Car Care on side service บริการกันถึงที่ก็เริ่มมีกันบ้างแล้ว หากใช้บริการของหน่วยงานเหล่านี้ สิ่งที่เราจะได้โดยแลกกับต้นทุนที่เสียไปคือ ความรู้ในการทำคาร์แคร์ (Know-How) ระบบการทำงานของธุรกิจ (Besiness Model) ชื่อเสียง (Brand) เวลา (Time) ซึ่งมีตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้าน

เตือนใจสักนิดก่อนทำธุรกิจ: การลงทุนทำธุรกิจทุกรูปแบบมีความเสี่ยง แต่เป็นความเสี่ยงที่สามารถศึกษาหาความรู้ ควบคุม วิเคราะห์ และประเมิณได้

แจกฟรีโปรแกรมบริหารธุรกิจคาร์แคร์ 

CarCare Genius (โปรแกรมบริหารงานร้านคาร์แคร์ ล้างรถ เคลือบสี) โปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจคาร์แคร์ Carcare Genius ระบบเพิ่ม ศักยภาพให้กับธุรกิจคาร์แคร์ของคุณ ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ครอบคลุมการทำงาน ตอบโจทย์ของผู้ประกอบการธุรกิจคาร์แคร์

Download : http://software.thaiware.com/download.php?id=11538


CarCare Management Systems (โปรแกรมคาร์แคร์ บริหารงาน ธุรกิจคาร์แคร์) ระบบบริหารจัดการ สำหรับ ธุรกิจคาร์แคร์ ใครที่ทำธุรกิจล้างรถ เคลือบสี ล้างภายนอก ภายใน เก็บประวัติลูกค้า ทำรายงานให้ได้ แจกฟรี

Download : http://software.thaiware.com/download.php?id=11172
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ ‘ปลูกถั่ว’ ชนิดต่างๆ สร้างรายได้เสริมน่าสน


อาชีพเกษตรกรชาวนา ในประเทศไทยมักประสบปัญหาต่าง ๆ หลากหลาย ภาวะภัยแล้งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลถึงเกษตรกร ดังนั้นการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น พวกพืชตระกูล “ถั่ว” ทั้ง ’ถั่วลิสง-ถั่วเขียว-ถั่วเหลือง“ เพื่อเป็นรายได้เสริมจึงน่าพิจารณา เพราะเป็นพืชที่การปลูกนั้นลงทุนน้อย ปลูกได้ทั้งแบบใช้น้ำและไม่ต้องใช้น้ำ โดยให้ผลผลิตที่สูง ขั้นตอนการปลูก การดูแลก็ง่าย ซึ่งกับข้อมูลการปลูกถั่วสร้างรายได้ให้เกษตรกรนี้ ทาง สุขสันต์ สุทธิผลไพบูลย์ หรือที่ใช้นามปากกาว่า “เกษตรกร 1074” ซึ่งระบุว่า ตนเองเป็นอดีตผู้ตรวจฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มาให้ข้อมูลผ่านทีม ’ช่องทางทำกิน“ ทั้งแบบที่ใช้น้ำและไม่ใช้น้ำปลูก วันนี้ ณ ที่นี้ก็ได้นำมาบอกต่อ เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ที่ทำอาชีพเกษตร...

สุขสันต์ บอกว่า ได้ทดสอบจัดระบบปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียวผิวมัน ถั่วเขียวผิวดำ ถั่วเขียวผิวแดง ถั่วนิ้วนางแดง ถั่วพุ่มแดง ทั้งก่อนนาปีและหลังนาปี ทั้งที่ใช้-ไม่ใช้น้ำ ซึ่งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557 กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ปีที่แล้วฝนแล้ง ประชาชนควรเก็บกักน้ำไว้ ส่วนทางชลประทานก็ไม่ค่อยมีน้ำให้ทำนาปรัง วันที่ 2 พฤษภาคมจึงไปที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ประศุก ได้ข้อมูลจาก สาธิต อินทรทุต หมอดินอาสาหมู่ 8 ฝ่ายเกษตร อบต. กับ สมนึก อยู่วัตร หมอดินอาสาหมู่ 4 โดยทั้ง 2 คน เล่าว่า ปกติเกษตรกรหมู่ 4-6 ต.ประศุก ปลูกถั่วลิสงขายฝักสดมานานแล้ว โดยจะปลูกช่วงเดือนพฤศจิกายน หลังเกี่ยวข้าวนาปี ซึ่งเป็นการปลูกถั่วลิสงแบบไม่อาศัยน้ำ

ทั้งนี้ การปลูกถั่วลิสงแบบไม่ใช้น้ำ นั้น จะอาศัยความชื้นที่เหลือในดิน
ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการปลูกถั่วลิสง แจกแจงต่อไร่ได้ดังนี้... การเตรียมดินโดยใช้รถไถทำการไถเตรียมดินให้พร้อมในการปลูก ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท หลังจากที่เตรียมดินเรียบร้อยแล้วก็นำเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงลงปลูก โดยหยอดหลุมละประมาณ 3-4 เมล็ด ค่าเมล็ดพันธุ์ประมาณ 3,700 บาท นอกจากนั้นก็เป็นค่าสารกำจัดแมลงและฮอร์โมน ประมาณ 2,500 บาท ส่วนค่าจ้างถอนต้นถั่วปลิดฝัก ประมาณ 3,400 บาท รวมค่าใช้จ่ายต่อไร่ในการปลูกถั่วลิสงแบบไม่ใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 10,600 บาท

...ผลผลิตถั่วลิสงต่อไร่ ได้ฝักสดทั้งเปลือกประมาณ 1,700 กิโลกรัม ขายได้ราคากิโลกรัมละประมาณ 20 บาท ได้เป็นเงินประมาณ 34,000 บาท เกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสงจะมีรายได้ขั้นต้นหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 23,400 บาท ต่อไร่...

หลังจากเก็บถั่วลิสงไปแล้ว ก็หันมา ปลูกถั่วเขียวพันธุ์กำแพงแสน 2 มีค่าใช้จ่ายในการปลูกดังนี้... สูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกครั้งเดียว มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันดีเซลประมาณ 100 บาทต่อไร่ จากนั้นทำการไถด้วยรถไถ 1 ครั้ง นำถั่วเขียวพันธุ์กำแพงแสน 2 หว่านในพื้นที่ปลูกให้ทั่ว ซึ่งจะใช้เมล็ดพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 7 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้เมล็ดพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 315 บาท หลังจากที่ทำการหว่านเมล็ดพันธุ์แล้วก็ใช้โรตารี่กลบ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 400 บาท การดูแลถ้ามีหนอนม้วนใบให้ใช้สารกำจัด ซึ่งค่าสารกำจัดแมลงประมาณ 70 บาทต่อไร่ เมื่อถึงเวลาเก็บผลผลิตก็มีค่าจ้างรถเกี่ยวนวดเสร็จ ประมาณ 500 บาท รวมรายจ่ายที่ใช้ในการปลูกถั่วเขียวอยู่ที่ประมาณ 1,385 บาทต่อไร่
...ได้ผลผลิตประมาณ 150 กิโลกรัมต่อไร่ ขายได้ในราคากิโลกรัมละประมาณ 24 บาท จะได้เงินประมาณ 3,600 บาท เพราะฉะนั้น เกษตรกรที่ปลูกถั่วเขียวจะมีรายได้ขั้นต้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วอยู่ที่ ประมาณ 2,215 บาทต่อไร่...

สำหรับการ ปลูกถั่วเหลืองในพื้นที่นาหลังนาปี มีกรณีตัวอย่างที่ อ.สรรพยา โดยได้ทาง อรรัมภา เรืองทับ และ ประนอม ชื่นจันทร์ เกษตรกรที่ปลูกถั่วเหลืองมานานแล้วให้ข้อมูล โดยเกษตรกรทั้ง 2 อธิบายไว้ว่า หลังปลูกข้าวนาปี  ก็ให้ใช้รถเล็กไถพื้นที่นา 2 รอบ มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อไร่ หลังจากที่ไถปรับเตรียมที่นาเรียบร้อยก็นำเมล็ดพันธุ์ ถั่วเหลืองพันธุ์นครสวรรค์ 1 หว่านให้ทั่ว ใช้ประมาณ 15 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นเงินค่าเมล็ดพันธุ์ประมาณ 450 บาทต่อไร่ แต่ถ้าใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสม เบอร์ 3 ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่อไร่ประมาณ 1,500 บาท (พันธุ์ลูกผสม เบอร์ 3 ให้ผลผลิตดี รสอร่อย ทยอยตัดได้นานวัน)

หลังจากที่ทำการหว่านเมล็ดพันธุ์เสร็จแล้ว จะใช้คอซังฟางข้าวคลุม หรือจะไม่คลุมพื้นที่ปลูกก็ได้ สำหรับการดูแล การให้น้ำจะให้น้ำทุก ๆ 15-20 วัน เป็นจำนวนประมาณ 5 ครั้ง ส่วนปุ๋ยใช้สูตร 15-15-15 โดยต่อไร่ใช้ปุ๋ยอยู่ที่ประมาณ 16 กิโลกรัม คิดเป็นค่าปุ๋ยประมาณ 300 บาทต่อไร่ ค่าสารกำจัดแมลง ประมาณ 500 บาท หลังจากปลูกได้ 75 วันก็สามารถเก็บผลผลิตได้  โดยมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าจ้างตัดต้นริบใบอยู่ที่ประมาณ  2,400 บาท รวมค่าใช้จ่ายการปลูกต่อไร่ประมาณ 3,850-4,900 บาท
...ผลผลิตต่อไร่ จะได้ประมาณ 1,200 กิโลกรัม ขายได้เงินประมาณ 20,000 บาท เพราะฉะนั้น เกษตรกรผู้ปลูกจะมีรายได้ขั้นต้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ  15,100-16,150 บาทต่อไร่...
ทั้งนี้  ทาง สุขสันต์ สุทธิผลไพบูลย์ หรือ “เกษตรกร 1074” บอกไว้อีกว่า หลังจากปลูกถั่วแล้ว พอถึงฤดูฝนก็ทำนาปีต่อ ซึ่งสำหรับถั่วเขียวผิวมันนั้นสามารถปลูกในช่วงนาปีได้ โดยการหว่านเมล็ดปลูกบนคันนา คันคลองส่งน้ำ-ระบายน้ำ เป็นต้น

นี่ก็เป็นกรณีศึกษา การ ปลูกถั่วชนิดต่าง ๆ หลังนาปี  ทั้งแบบใช้และไม่ใช้น้ำในช่วงที่น้ำแล้ง ที่ไม่สามารถปลูกข้าวหรือพืชอื่น ๆ ได้ ซึ่งจากที่ว่ามา การปลูกถั่วก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ’ช่องทางทำกิน“ ให้กับผู้ที่มีอาชีพด้านเกษตร เพราะสามารถจะสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี ลงทุนน้อย ไม่ต้องการน้ำ ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก...ณ ที่นี้ก็นำข้อมูลมาให้ลองพิจารณากันดู.
............................................................
คู่มือลงทุน...ปลูกถั่วเสริมรายได้
ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการมีพื้นที่
ทุนปลูก 1,385-10,600 บาทต่อ 1 ไร่
รายได้ 2,215 -23,400 บาทต่อ 1 ไร่
แรงงาน ขึ้นกับขนาดพื้นที่ที่ใช้ปลูก
ตลาด ติดต่อพ่อค้ามารับซื้อถึงที่
จุดน่าสนใจ เสริมรายได้จากอาชีพหลัก
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/253228/‘ปลูกถั่ว’+ชนิดต่างๆ+สร้างรายได้เสริมน่าสน
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม

งานฝีมือ สร้างรายได้ งานประดิษฐ์  งานฝีมือสร้างรายได้เสริม อาชีพเสริมทำเงิน งานประดิษฐ 'เกลือขัดผิวสมุนไพร' เสริมความงามสร้างเงิน



“เกลือ” ในความเข้าใจทั่วไป คือ เครื่องปรุงรสสำหรับการประกอบอาหารชนิดหนึ่งที่ให้รสเค็ม แต่ความจริงแล้ว เกลือสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง อาทิ ล้างผลไม้, ทำความสะอาดร่างกาย และสิ่งของ,ถนอมอาหาร, ป้องกันยุง, รักษาความสดของดอกไม้, กำจัดเชื้อรา รวมไปถึงเป็นส่วนประกอบหลักของ “เกลือขัดผิวสมุนไพร” และ “สบู่ดอกเกลือ” โดยทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...
           
นัทธมน  สิทธิประสาท หรือ “จอย” เจ้าของ “นัทธมน เกลือขัดผิวสมุนไพรพิเศษ” หรือ Natthamon  HERBAL SALT SCRUB  เล่าว่า เพิ่งหันมาผลิตเกลือขัดผิวสมุนไพร และสบู่ดอกเกลือเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนหน้านี้ ตนทำงานเป็นพนักงานบริษัทมานาน ต่อมาเห็นว่ากิจการสามีซึ่งทำเกลือส่งตามโรงงานอุตสาหกรรมน่าจะแตกยอดไปทำ ผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้ และตัวเองก็สนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ขัดผิว และบำรุงผิวจากสมุนไพรมานานแล้ว เจอที่ไหนก็ต้องซื้อมาลองใช้ จึงคิดว่าในเมื่อที่บ้านก็มีเกลือของตัวเองน่าจะมาทำสินค้าใหม่ ๆ ได้ จึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมุนไพรหลาย ๆ ชนิด รวมทั้งไปเรียนการทำผงขัดผิวสมุนไพรกับชมรมอนุรักษ์สมุนไพรไทย และนำสมุนไพรมาผสมผสานดัดแปลงให้เข้ากันกับเกลือที่มีอยู่

“จุดเด่นของเกลือขัดผิวสมุนไพร คือ ใช้เกลือเม็ดละเอียดเกิดจากการฆ่าเชื้อหรือที่เรียกว่าสตุ แล้วจึงนำมาโม่จนเนื้อละเอียดเหมือนแป้ง ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังไม่ว่าจะใช้กับตัวหรือผิวหน้า รวมทั้งไม่ใส่สารกันบูด โดยจะผลิตแบบแห้ง ไม่ชื้น  ลูกค้าสามารถนำมาผสมกับน้ำ กับนม หรือน้ำผึ้ง ได้ตามต้องการ ที่สำคัญผสมสมุนไพรมากถึง 8 ชนิดเข้าด้วยกันทำให้มั่นใจว่าจะถูกใจลูกค้าที่รักสวยรักงามแน่นอน” นัทธมนกล่าว

อุปกรณ์ ในการทำเกลือขัดผิวสมุนไพร และ สบู่ดอกเกลือ หลัก ๆ มี กระทะไฟฟ้า, เตาแก๊ส, ครก-สาก, กะละมังผสม. เครื่องโม่, หม้อตุ๋น, ทัพพี, เหยือกพลาสติกตวง, ช้อนคนสบู่, แม่พิมพ์สบู่ และภาชนะใส่ส่วนผสมขนาดต่าง ๆ

ส่วนประกอบ เกลือขัดผิวสมุนไพร มี เกลือทะเล(สตุ) 1 กก., ขมิ้นชันผง 10 กรัม, ไพลผง 5 กรัม, ว่านนางคำผง 30 กรัม, ลิ้นทะเลผง 50 กรัม, สารส้ม(สตุ) 25 กรัม, พิมเสนผง 2.5 กรัม, ทานาคาผง 100 กรัม และเมนทอล 2.5 กรัม ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดนี้ซื้อได้ที่ร้านเวชพงศ์ หรือร้านเจ้ากรมเป๋อ ย่านแยกจักรวรรดิ

นัทธมน บอกว่า การสตุ คือ การนำเกลือทะเลเม็ดที่ผ่านการโม่เป็นเกลือละเอียดแล้ว หรือสารส้ม มาคั่วในกระทะเหล็ก หรือกระทะไฟฟ้า เพื่อทำการไล่ความชื้นให้หมดไป ซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อโรคไปในตัว
อย่างไรก็ตาม สำหรับเกลือที่นำมาสตุจนได้ที่แล้ว ให้นำไปร่อนให้ได้ผงเกลือที่ละเอียด เพื่อให้เหลือเกลือที่เนื้อละเอียดเหมือนแป้ง ซึ่งจะไม่ระคายเคืองเวลานำไปใช้

วิธีทำ เกลือขัดผิวสมุนไพร นำพิมเสน และสารส้ม มาตำให้ละเอียดแล้วเทลงในกะละมังผสม จากนั้นนำส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดค่อย ๆ เทลงไปในกะละมังผสม ใช้ทัพพีค่อย ๆ คน ผสมให้เข้ากันจนสมุนไพรและเกลือรวมเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสังเกตได้จากสีของเกลือขัดผิวสมุนไพรจะมีสีเหลืองอ่อน ไม่มีสีขาวของเกลือให้เห็น เสร็จแล้วนำลงบรรจุในบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส ขนาด 100 กรัม และ 200 กรัม ขายในราคาขวดละ 90 บาท และ120 บาทตามลำดับ

นอกจากนี้ นัทธมน ยังได้บอกสูตร “สบู่ดอกเกลือ” เพิ่มเติมมาอีกด้วย โดยเจ้าตัวอธิบายว่า  ดอกเกลือ เป็นผงเล็ก ๆ มีสีสันขาวเป็นประกายแวววาว ลอยจับตัวกันเป็นแพอยู่เหนือน้ำบนผืนนาเกลือ ชาวนาเกลือจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อรีบช้อนดอกเกลือ ก่อนที่แดด และสายลมจะทำให้ดอกเกลือจมลงด้านล่าง ดอกเกลือ ที่เก็บได้ในเวลาเช้านี้มีไอโอดีนสูง และเป็นดอกเกลือที่สะอาด ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดิน หรือตากลมตากฝุ่นอยู่นาน นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่สำคัญต่อร่างกายสูงมาก จึงมีคุณภาพสูง ด้วยเหตุที่มีปริมาณน้อย ราคาจึงค่อนข้างแพง

ส่วนผสมของสบู่ดอกเกลือ ประกอบด้วย กรีเซอรีน (หรือก้อนสบู่ธรรมชาติ มีสีขาว มีขายสำเร็จรูปตามโรงเรียนสอนทำสบู่ทั่วไป) 500 กรัม, ขมิ้นผง และทานาคา 1/4 ช้อนชา ผสมกับน้ำเล็กน้อย, หัวน้ำหอม(กลิ่นน้ำนมข้าว) 10 มิลลิกรัม และดอกเกลือละลายน้ำอีก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ สบู่ดอกเกลือ นำส่วนผสมของกรีเซอรีนลงไปตุ๋นในหม้อด้วยความร้อน  80 องศาเซลเซียส รอจนกระทั่งกรีเซอรีนละลายเป็นน้ำเสร็จแล้วปิดไฟ จากนั้นเทกรีเซอรีนที่ละลายเป็นน้ำแล้วลงในกระบอกตวงพลาสติก เทส่วนผสมของขมิ้นผงและทานาคาที่ละลายน้ำผสมแล้วลงไป ตามด้วยหัวน้ำหอม(กลิ่นน้ำนมข้าว) และดอกเกลือละลายน้ำ แล้วคนผสมให้เข้ากัน สังเกตได้ว่าเนื้อสบู่จะมีสีเหลืองอ่อน และส่งกลิ่นหอม  เทส่วนผสมของสบู่ลงในแม่พิมพ์สบู่ที่เตรียมไว้จนครบ ปล่อยทิ้งไว้  30 นาที สบู่จะเย็น ให้แกะออกมาจากพิมพ์ นำไปซีลด้วยพลาสติกใสให้เรียบร้อย

โดยนัทธมน บอกว่า สบู่ 1 ก้อน จะมีน้ำหนัก 70 กรัม และ90 กรัม ขายในราคาก้อนละ 30-35 บาท และ 40-50 บาท ตามลำดับ

ใครสนใจ เกลือขัดผิวสมุนไพร และ สบู่ดอกเกลือ ติดต่อ นัทธมน  สิทธิประสาท เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-1793-6142.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :รายงาน
สุนิสา ธนพันธสกุล :ภาพ
................................................................................................
คู่มือลงทุน...เกลือขัดผิวสมุนไพร
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 40-50% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 90-120 บาท/100-200 กรัม
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, งานออกร้าน, ร้านสปา
จุดน่าสนใจ เป็นการต่อยอดวัตถุดิบเพิ่มมูลค่า

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/251741/_เกลือขัดผิวสมุนไพร_+เสริมความงามสร้างเงิน
Continue reading ...

บทความงานฝีมือ สร้างรายได้เสริม


You might aslo like :
อะไรแปลกๆ ไม่เหมือนใคร:
อาชีพแปลกๆ, ที่คาดไม่ถึง, เก็บตกอาชีพแปลกๆ, ทั้งในประเทศในต่างประเทศมาให้อ่านกัน, ที่ทำไปก็เพราะมีเหตุจำเป็น, เพราะคนเราเกิดมาเลือกที่จะประกอบอาชีพที่แตกต่างกันออกไป...อ่านรายละเอียดเพิ่ม


บทความงานฝีมืออาชีพเสริมเพิ่มรายได้
อะไหล่อีซูซุแท้ - รถบรรทุก 6-10-12 ล้อ
ศูนย์บริการและอะไหล่อีซูซุชัยนาท-อุทัยธานี

ต้นไม้ที่คนไทยโบราณเชื่อว่า ปลูกไว้ในบ้านเพื่อเป็นมงคล
- ต้นมะยม เพราะจะทำให้คนนิยม ชมชอบ
- ต้นขนุน เพราะจะทำให้มีผู้สนับสนุน
- ต้นมะขาม เพราะจะทำให้ผู้คนเกรงขาม
- ต้นพุทธรักษา เพระปลูกแล้วพุทธานุภาพจะคุ้มครองบ้านนั้น
ต้นไม้ที่คนไทยโบราณไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
- ต้นลั่นทม เพราะชื่อต้นไม้พ้องกับคำว่าระทม
- ต้นมะไฟ เพราะมีคำว่า ไฟจะทำให้เดือดร้อนเหมือนไฟ
- ต้นพุทธา เพราะออกเสียงคำว่า ซา หมายถึงความร่วงโรย
- ต้นโพธิ์ เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่รากอาจชอนไชทำให้บ้านเสียหายได้
- ต้นโศก เพราะมีความหมายถึง ความเศร้าโศก
- ต้นไทรหรือต้นสำโรง เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ เกรงว่าจะมีวิญญาณ มาสิงต้นไม้
- ต้นกระทุ่ม เพราะเสียงพ้องกับคำว่า ทุ่ม หรือขว้างปา
- ต้นมะขามเทศหรือต้นหวาย เพราะเป็นต้นไม้ที่มีถือว่าจะทำให้เกิด อุปสรรคต่าง ๆ
- ต้นเพกา เพราะมีฝักที่ปลายแหลมคมเหมือนหอกหรือดาบ
- ต้นกล้วยตานี เพราะเกรงว่าจะมีนางไม้ที่ชื่อนางตานีมาอาศัยอยู่
- ต้นมะรุม เพราะมีชื่อพ้องกับ รุม จะมีคนมารุมข่มเหงได้... ReadMore

อโกด้า (Agoda) คือ บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพักทางออนไลน์ สำหรับโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเป็นหลัก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์และมีสำนักงานดำเนินการหลักอยู่ที่กรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว ซิดนีย์ ฮ่องกงและบูดาเปสต์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานย่อยในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา" จองโรงแรมราคาพิเศษมากกว่า 396100 โรงแรมทั่วโลก ด้วยระบบ Real time บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวดเร็ว ปลอดภัย รับประกันราคาถูกสุด โดย Agoda!! โรงแรมในกรุงเทพ-โรงแรมในพัทยา-โรงแรมในหัวหิน-โรงแรมในเชียงใหม่-โรงแรมในภูเก็ต-โรงแรมในสมุย-โรงแรมในหาดใหญ่-ข้อเสนอและส่วนลดพิเศษ


รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



วิธีรักษา สุขภาพ,ออกกำลังกาย,เคล็ดอายุยืน,สุขภาพดี



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer



ผลไม้,ผักและสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ



อะไรแปลกๆ ไม่เหมือนใคร



อ่านแล้วชอบมากและนำมาใช้ใน blog นี้



ประกาศซื้อ-ขาย ฟรี  ลงประกาศสินค้า โปรโมทสินค้าฟรี โพสประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี ขายสินค้าฟรี โปรโมทเว็บไซต์ฟรี ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป

backlink Tool

ทำให้บอทรู้จักเว็บเราง่ายขึ้น ถ้ามี backlink เยอะ ก็ทำให้มันเจอเว็บเราบ่อยขึ้นด้วย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกมัน สร้างช่องทางให้มันไต่มาเจอเว็บเราเอง, ยิ่งมีช่องทางมาก ก็มีโอกาสมาก ทำให้เว็บเรามีคะแนนดี อันดับดีขึ้น ถ้าสร้าง backlink คัดลอกรหัส html ด้านล่างวางในเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ หากต้องการดูลิงก์ย้อนกลับของคุณ สามารถคลิกที่การเชื่อมโยงภาพจากเว็บไซต์ของคุณบล็อกหรือ และได้ url เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏในกล่อง resent backlinks referrer หากผู้เข้าชมใด ๆคลิกที่ลิงค์ภาพนี้ได้จากเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ, url ของคุณจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติใน database.remeber ของเรา

Copy the html code below, paste in your website or blog.
To view your backlink you can click the image link from your website
or blog. And your website url are listed in last references. If any visitors
click this image link from your website or blog, your url will be create
automatically on our database.Remeber if you remove the code from
your site you link are removed from our database.



Optionally use this Widget installer to add this link to your blogger blog.



Submit your link Free ::: Free Auto Backlinks SEO will automatically ping your link every day
Porn or Adult site/URL is not allowed.

Facebook bot last visit time powered by Myip.ms
 
   อาชีพเสริม รายได้เสริม :รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงาน
ฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน
อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ   ขอเชิญแวะชมเวปบทความอาชีพเสริม รายได้เสริม