ลงประกาศฟรี,โปรโมทเว็บไซต์ฟรี,ลงโฆษณาฟรี,ประชาสัมพันธ์สินค้า...ฟรีไม่มีลบ
งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ สร้างรายได้เสริม
หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน

ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่: ร้านค้าแนวใหม่ ไม่ต้องเซ็งร้าน ใช้รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง ทำเป็นร้านขายกาแฟ,ร้านฟาสฟู๊ดแบบไทยๆ,ร้านข้าวแกงเคลื่อนที่, ขายกล้วยทอดติดล้อ,เมนูด่วนบนครัวเคลื่อนที่,เคลื่อนย้ายเลือกทำเลค้าขายได้,ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกระดับ,จัดหาสินค้าตรงกับความต้องการของตลาด  ชมตัวอย่าง ...
เว็บนี้เป็นเว็บรวมประสบการณ์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยภาพ รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ จุดประสงค์ทำเพื่อสังคม แต่ละบทความจะเป็นภาพแสดงสิ่งที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน จะทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต

แว่นตาไม้ สร้างมูลค่าด้วยดีไซน์



ไอเดีย “แว่นตาไม้” ของสองหนุ่ม “วิศวะ วชิรมณีพันธุ์-ชลภัทร์ ทองใบ” เป็นอีกชิ้นงานที่เกิดจาก “ความคิดสร้าง สรรค์” ที่ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้ ทั้งนี้ กับ “งานเครื่องประดับ-ของใช้” ที่ทำจาก “วัสดุไม้” นั้น ถ้างานเด่น ฝีมือโดน ก็ยังใช้ทำเงินได้เรื่อย ๆ ซึ่งวันนี้ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ…


สองเจ้าของชิ้นงาน ที่ใช้ชื่อร้านว่า “Little Wood Sunglasses (ลิตเติ้ล วู้ด ซันกลาส)” เล่าว่า ด้วยความที่ทำงานจากวัสดุไม้อยู่แล้ว โดยเคยทำมาแล้วหลากหลายชิ้นงาน อาทิ โคมไฟ ของเล่น นาฬิกา ฯลฯ ต่อมาพบว่า เทรนด์ “แว่นตาทำจากไม้” กำลังมาแรง และกำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นมาก จึงสนใจและอยากลองทำแว่นตาจากวัสดุไม้ขึ้นมา โดยหลังจากทดลองทำอยู่ประมาณ 6 เดือน ก็ได้ชิ้นงานที่มีรูปแบบเป็นที่น่าพอใจในที่สุด ซึ่งเมื่อทำได้แล้ว จึงลองนำชิ้นงานโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ปรากฏกระแสตอบรับดี มีทั้งเพื่อนและคนทั่วไปต่างก็เข้ามาสอบถาม จึงทำขายเรื่อยมาจนวันนี้ก็ประมาณ 3 ปีแล้ว

“งานแว่นตาเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียด และมีกระบวนการทำที่ต้องใช้เวลาพอสมควร รวมถึงยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนในการทำค่อนข้างมาก” เจ้าของชิ้นงานกล่าว ซึ่งถึงแม้จะต้องอาศัยความตั้งใจ-ความอดทน แต่ถ้าทำได้ ก็สามารถทำขายได้ราคาดี เพราะงานแว่นตาไม้นี้กำลังเป็นที่นิยมมาก

ทั้งนี้ เจ้าของงานบอกว่า ขณะนี้ที่ร้านมีแว่นตาไม้ให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น แว่นแฟชั่น แว่นกันแดด รวมถึงแว่นสายตา ที่สามารถปรับเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะกับผู้สวมใส่ได้ นอกจากนั้น ยังมีรูปทรงและลวดลายให้เลือกทั้งหมด 9 แบบ โดยเป็นแบบที่ทางร้านคิดขึ้นเอง โดยเน้นการดีไซน์ที่แปลกใหม่ เพื่อให้ถูกใจและตรงใจกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

“นอกจากการคัดเลือกวัสดุที่นำมาทำและคุณภาพของแว่นตาแล้ว อีกจุดเด่นที่เป็นจุดขายคือ ลูกเล่นบวกดีไซน์ที่เราพยายามสร้างขึ้น จึงทำให้ชิ้นงานเป็นที่ถูกใจ และได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาตลอด ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความใส่ใจ ตั้งใจจะทำให้งานที่ทำออกมาดีที่สุด” เจ้าของงานกล่าว ซึ่ง “แนวคิด” นี้ ไม่เฉพาะกับงานทำแว่นตาไม้ กับงานฝีมือ งานแฮนด์เมดอื่นก็ใช้ได้

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 200,000 บาท ส่วนทุนวัสดุ ทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคา ซึ่งราคาขายเริ่มตั้งแต่ 990-6,000 บาทต่อชิ้น ขึ้นกับความยากง่ายของชิ้นงาน

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย ไม้สัก, เลื่อยฉลุ, เลื่อยสายพาน, เครื่องไสไม้, เครื่องเลเซอร์คัตหรือเครื่องซีเอ็นซี สำหรับตัดแพตเทิร์น, เลนส์แว่นตา, จิ๊กดัดไม้, กุญแจ, นอต, กาว, กระดาษทราย, หัวกรอ, เตาอบ, น้ำยาเคลือบเงา เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบแว่นตาไม้ โดยใช้โปรแกรมออกแบบในคอมพิวเตอร์ การออกแบบนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. แพตเทิร์นกรอบแว่นตา และ 2. แพตเทิร์นขาแว่นตา เมื่อออกแบบได้แล้ว นำไม้สักมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากับรูปทรงของแว่นตา นำแผ่นไม้สักที่ตัดเสร็จเข้าเครื่องซีเอ็นซี เพื่อตัดขึ้นรูปให้เป็นแพตเทิร์นของกรอบแว่นตากับขาแว่นตา

ต่อมาให้ใช้เลื่อยและเครื่องไสไม้ทำการเก็บรายละเอียดที่ผิวไม้ เสร็จแล้วนำกรอบและขาแว่นตาเข้าเตาอบ ซึ่งการอบนั้น จะใช้เวลานานหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความชื้นของไม้ หากไม้มีความชื้นมากก็จะใช้เวลาอบนานขึ้น หากไม้มีความชื้นน้อยจะใช้เวลาอบน้อยหน่อย เมื่ออบเสร็จแล้วใช้จิ๊กไม้ดัดกรอบและขาแว่นตาเพื่อให้เกิดรูปร่างโค้งงอ นำกรอบและขาแว่นตาเข้าเตาอบอีกครั้ง เพื่อให้ไม้ยืด จากนั้นรอให้ไม้เย็นลง ถอดกรอบและขาแว่นตาออกจากโมเดลทำกรอบ ก็จะได้กรอบและขาแว่นตาที่มีความโค้งสวยงาม

ขั้นตอนต่อมา ใช้หัวกรอเก็บรายละเอียดที่กรอบและขาแว่น เสร็จแล้วใช้กระดาษทรายขัดเพื่อให้ผิวเรียบเนียน แล้วจึงทำการประกอบกรอบและขาแว่นเข้าด้วยกัน ทากาวที่กรอบและขาแว่นตา เมื่อผ่านพ้นจากขั้นตอนนี้แล้ว ให้นำสปริงมายึดติดเข้าไประหว่างกรอบและขาแว่น ใช้สว่านเจาะเพื่อทำซองร่องเลนส์ เคลือบด้วยน้ำยาเพื่อทำให้แว่นตาเกิดความเงา ทำการประกอบเลนส์เข้าไป เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำแว่นตาจากวัสดุไม้

“การทำแว่นตาไม้ต้องคำนึงถึงรายละเอียดให้มาก การทำชิ้นงานต้องใจเย็น ๆ ควรทำด้วยความนุ่มนวล เพราะหากมือหนักมากเกินไป อาจทำให้แว่นตาไม้เกิดการแตกหักชำรุดเสียหายได้ ที่สำคัญ แค่ทำให้ชิ้นงานสวยไม่พอ แต่ยังต้องคิดถึงความสบายของผู้สวมใส่ด้วย เช่น ความบาลานซ์ของแว่นตา เพื่อให้ผู้สวมใส่ ใส่แล้วสบายตาที่สุด” ..เจ้าของชิ้นงานกล่าว พร้อมแนะนำ “หัวใจสำคัญ” ของงานประเภทนี้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่ทำเงินได้จากกระแสแฟชั่น

สนใจงาน “แว่นตาไม้” โทร. 06-1756-7017 หรือชมสินค้าได้ที่ www. facebook.com/little.wood.sunglasses หรืออินสตาแกรม ชื่อ littlewood sunglasses และทางไลน์ชื่อ littlewoodsunglasses ทั้งนี้นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์-งานฝีมือ ที่ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้.

สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน

credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/330856

Read More...


เสื้อปักเลื่อม แฟชั่นพั้งค์ร็อก..ทำเงิน!



“เทคนิคปักเลื่อม” เป็นอีกหนึ่งงานฝีมือที่ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้ แม้แต่กับสินค้ากลุ่มแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อย่างเช่นงาน “เสื้อปักเลื่อม” ที่ “สมชาย พงษ์สำราญ์” นำเทคนิคนี้มาใช้ตกแต่งชิ้นงาน จนกลายเป็นสินค้าขายดี ซึ่งวันนี้ทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ…

สมชาย เจ้าของชิ้นงาน ที่ใช้ชื่อร้านว่า “Fayrano (เฟย์ราโน่)” เล่าว่า สนใจทำเสื้อปักเลื่อม เพราะเป็นคนที่ติดตามค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่น เพื่อศึกษาว่ากระแสแฟชั่นแนวไหนกำลังมาแรงหรือฮิตในกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากกระแสแฟชั่นในประเทศไทยส่วนใหญ่ จะได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบแฟชั่นแนวพั้งค์ร็อก จึงสนใจเทคนิคการปักเลื่อม จึงเกิดความคิดที่จะทำธุรกิจเสื้อปักเลื่อม โดยใช้เวลาหัดทำอยู่ประมาณเดือนกว่า ๆ จึงได้ชิ้นงานเป็นที่พอใจ และได้ยึดอาชีพการทำ “เสื้อปักเลื่อม” นี้เรื่อยมา นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ทำมาได้ประมาณ 7-8 ปีแล้ว

เจ้าของชิ้นงานกล่าวว่า ในช่วงที่เริ่มต้นใหม่ ๆ ก่อนจะหันมาทำเสื้อปักเลื่อม ได้เริ่มจากการทำกางเกงยีนปักเลื่อมมาก่อน จากนั้นจึงได้พัฒนาให้ชิ้นงานมีความหลากหลายมากขึ้น จนแตกไลน์ออกมาเป็นงานกระเป๋า รองเท้า และเสื้อปักเลื่อมในที่สุด โดยเน้นการทำตามออร์เดอร์ของลูกค้า อย่างไรก็ดี ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในการทำชิ้นงานนี้ อยู่ที่การเลือกวัสดุที่จะใช้ทำ โดยก่อนหน้านี้เคยใช้วัสดุอย่างเพชรในการทำ แต่เนื่องจากเพชรมีต้นทุนสูง จึงเปลี่ยนใช้วัสดุอย่างเช่นเลื่อมแทน ซึ่งเลื่อมที่ใช้ทำจะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เพราะมีคุณภาพ มีความคงทน และเข้ากับชิ้นงานที่ทำมากที่สุด

“ที่ร้านมีเสื้อปักเลื่อมให้เลือกทุกขนาด ทุกแบบ อาทิ เสื้อยืด เสื้อยีน เสื้อกล้ามแขนสั้น เสื้อแขนยาว เสื้อแขนกุด ส่วนลายที่ทำก็มีตั้งแต่ ลายการ์ตูน ลายตัวอักษร ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงคนที่ชื่นชอบการแต่งตัวแฟชั่นแนวพั้งค์ร็อก หรือต้องชอบแต่งตัวเปรี้ยว ๆ จี๊ด ๆ” ...เจ้าของชิ้นงาน ระบุ ซึ่งการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เป็นแนวเฉพาะเจาะจงแบบนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้ได้ผลดี ในการเจาะตลาด-ในการโฟกัสสินค้าให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 บาท ทุน วัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคา ซึ่งราคาขายเริ่มตั้งแต่ 800-4,000 บาทต่อชิ้น ขึ้นกับความยากง่ายของชิ้นงาน

วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็น ประกอบด้วย กระดาษ, ดินสอ, ยางลบ, เสื้อรูปทรงตามต้องการ, เลื่อม, เข็ม, ด้าย, กรรไกร

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากการหาข้อมูลในอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับกระแสแฟชั่นว่า รูปแบบใดกำลังเป็นที่นิยมในตลาดวัยรุ่น เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการแล้ว จึงทำการร่างภาพเสื้อปักเลื่อมลงในกระดาษ เพื่อออกแบบลวดลาย โดยจะยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เนื่องจากบางคนชอบเสื้อปักเลื่อมเต็มตัว บางคนชอบแบบมีเลื่อมมีลายครึ่งตัว

จากนั้นทำการขึ้นแบบเสื้อปักเลื่อมด้วยการปัก โดยอาจเริ่มจะปักเลื่อมในส่วนที่เป็นแขนเสื้อก่อน ด้วยการนำเลื่อม 1 เม็ด ปักตามลายเสื้อจากด้านบนก่อน แล้วนำเลื่อมเม็ดที่สอง สาม และเม็ดต่อ ๆ ไปปักเพิ่มตามลงไปทีละ 1 เม็ดจากเลื่อมเม็ดแรก ทั้งนี้ ควรปักเรียงเป็นแนวตรงยาว และควรปักจากด้านบนลงด้านล่าง โดยให้ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนได้ตามแบบหรือลายที่ต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำเสื้อปักเลื่อม

ทั้งนี้ เจ้าของชิ้นงานเสื้อปักเลื่อมอย่าง สมชาย กล่าวว่า การเว้นช่องไฟในการปักเลื่อมนั้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการทำชิ้นงานชนิดนี้ โดยผู้ปักต้องใช้สายตากะระยะห่างเพื่อเว้นช่องไฟเอง ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องอาศัยความชำนาญพอสมควร และต้องมีสายตาที่ดี แม่นยำ เพื่อที่จะทำให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด ขณะที่การเลือกเลื่อมนั้นต้องดูว่าควรจะใช้เลื่อมสีไหน ขนาดเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะกับชิ้นงานที่จะทำ หรือบางครั้งอาจลองศึกษาจากหนังสือแฟชั่น หรือจากอินเทอร์เน็ตก่อนก็ได้

“การทำเสื้อปักเลื่อมต้องใจเย็น ๆ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดลออค่อนข้างมาก เพราะกว่าจะได้เสื้อปักเลื่อมสัก 1 ตัว ก็อาจต้องใช้เวลาในการทำในการปักไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ขึ้นกับความชำนาญของผู้ทำ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นชิ้นงานที่ต้องใช้ความอดทน และใช้เวลาในการผลิตมาก แต่เมื่อได้ชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ออกมาแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะชิ้นงานอย่างเสื้อปักเลื่อมนี้ ในตลาดมีคนทำขายน้อย มีคู่แข่งไม่มาก และสามารถขายได้ราคาดี” ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว พร้อมทั้งแนะนำข้อดีของชิ้นงานนี้ที่มีคู่แข่งขันในตลาดน้อย ซึ่งงานเสื้อปักเลื่อมนับว่าน่าสนใจ สำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” ซึ่งจะลองทำเป็นอาชีพเสริม ก็น่าสนใจ


สนใจงาน “เสื้อปักเลื่อม” โทร. 09-8464-0365, 08-6338-8260 หรือชมสินค้าได้ที่ ร้าน Fayrano ตลาดหลังการบินไทย วิภาวดี 22 ชูพลาซ่า ซอย 2 ห้อง E17 เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-17.00 น. หรืออิน สตาแกรม ชื่อ shopfayrano หรือทางไลน์ชื่อ fayrano และ kate_noz และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่ทำเงินได้จากกระแสแฟชั่น.


สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/327785

Read More...


‘ผ้าพิมพ์ลาย’ ลายเก๋+แบบเด่น..โดนใจ!


“งานพิมพ์ผ้า” ยังเป็นไอเดียทำเงินได้ เพราะนอกจากจะขายเฉพาะ “ผ้าพิมพ์ลาย” แล้ว ยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นสินค้าประเภทต่าง ๆ เพื่อขายได้อีกด้วย เช่น เสื้อผ้า ผ้าพันคอ กระเป๋าพิมพ์ลาย เป็นต้น ซึ่งถ้าหากลวดลายที่ออกแบบนั้น โดดเด่น หรือมีดีไซน์เก๋ ๆ ที่โดนใจกับกลุ่มเป้าหมายก็ไม่ยากที่จะยึดเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ทำเงิน ที่วันนี้ คอลัมน์นี้ก็มีข้อมูลมานำเสนอให้พิจารณากัน

อรุณโรจน์ บุญฉลอง-อารีนา ปิ่นมุข สองสาวเจ้าของชิ้นงานผ้าพิมพ์ลาย ที่ใช้ชื่อสินค้าว่า MAMAD เล่าว่า ก่อนหน้าจะมาผลิตชิ้นงานนี้ ได้เคยทำงานด้านการออกแบบมาก่อน ต่อมามีความคิดที่อยากจะทำธุรกิจของตนเองขึ้นมา จึงมองไปที่ความถนัดที่ทั้งคู่มีอยู่ โดยมองไปที่ “งานออกแบบลวดลาย” ซึ่งหลังจากลองผิดลองถูกอยู่ระยะหนึ่งก็มาลงตัวจนเกิดเป็นชิ้นงานผ้าพิมพ์ ลายอย่างที่เห็นนี้ และต่อยอดจนเกิดเป็นสินค้าหลายชนิดในปัจจุบัน ซึ่งชิ้นงานที่เราทำขึ้น อาจจะมีขั้นตอนมากกว่าการทำทั่วไป แต่ข้อดีคือ สินค้าที่ได้จะแปลกแตกต่างออกไปจากที่มีอยู่ในตลาด โดยหลังนำชิ้นงานออกขายปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยปัจจุบันชิ้นงานที่ผลิตขึ้นมี อาทิ เสื้อ, กระโปรง, ผ้าพันคอ, ผ้าคลุมไหล่, กระเป๋า ฯลฯ

“จุดเด่นของชิ้นงาน อยู่ที่ลวดลายและสีที่ใช้ จะแปลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะ เพราะลายทุกแบบที่คิดขึ้นจะพยายามใส่รายละเอียดให้แตกต่างจากตลาด เพื่อให้ลูกค้าจดจำชิ้นงานได้ ที่สำคัญจะเลือกใช้ผ้าที่เกรดสูงหน่อย และเน้นในเรื่องของคุณภาพการตัดเย็บ” ...เจ้าของชิ้นงานกล่าว พร้อมย้ำว่า ในเรื่องของ “การบริการ” ก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเน้นรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า จากนั้นจึงนำเอามาปรับใช้ในการผลิตชิ้นงาน เพื่อให้ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด

ทุนเบื้องต้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าพิมพ์ลายผ้า และค่าตัดเย็บ ทุนวัสดุ อยู่ที่ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 200-1,000 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ผ้า (ผ้าซิลค์นาโน ผ้าไหมอิตาลี หรือผ้าชนิดอื่น ๆ), คอมพิวเตอร์, เครื่องพรินเตอร์, จักรเย็บผ้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ เช่น ดินสอ กระดาษ ปากกาเมจิก เป็นต้น
ขั้นตอนการทำ การนำผ้าพิมพ์ลายตัดเป็นเสื้อผ้า มีขั้นตอนดังนี้ เริ่มจากการทำแพทเทิร์นเสื้อโดยวาดชิ้นส่วนของเสื้อที่จะใช้ลงบนกระดาษ ทำการตัดเพื่อให้ได้แพทเทิร์นของเสื้อ จากนั้นนำแพทเทิร์นที่ได้ไปทาบลงบนผ้าที่ได้เตรียมหรือเลือกไว้ ทำการตัดตามแบบ ทำการเย็บเพื่อทำเป็นเสื้อต้นแบบขึ้นมา
ขั้นตอนการออกแบบลายที่จะนำไปพิมพ์ลงบนเสื้อนั้น เริ่มจากออกแบบลวดลายที่ต้องการ โดยใช้ดินสอหรือปากกาวาดลายที่ต้องการลงบนแผ่นกระดาษ เมื่อได้ลวดลายที่ต้องการแล้ว นำไปจัดทำแบบและวางตำแหน่งของลวดลาย หรือองค์ประกอบบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการออกแบบช่วย จากนั้นเมื่อออกแบบตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเซฟไฟล์ที่ได้ออกแบบไว้นั้นลงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล นำส่งโรงพิมพ์พร้อมชิ้นผ้าที่ได้เลือกไว้ เพื่อทำการพิมพ์ลวดลาย เมื่อได้ผ้าที่พิมพ์ลายแล้ว จึงนำผ้าที่ได้เพื่อนำไปตัดเย็บเพื่อขึ้นตัวเสื้อตามที่ได้ออกแบบไว้

การทำผ้าพันคอและกระเป๋า มีขั้นตอนการผลิตคล้าย ๆ กันคือ เริ่มจากออก แบบลาย และนำไปวาดลงบนกระดาษ จากนั้นตกแต่งและจัดวางองค์ประกอบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์บนเครื่องคอมพิว เตอร์ จากนั้นส่งไปพิมพ์เพื่อพิมพ์ลาย และนำผ้าที่ได้เพื่อมาทำการตัดเย็บเป็นผ้าพันคอและกระเป๋า
“งานผ้าพิมพ์ลายนี้ ส่วนใหญ่ที่ร้านจะเน้นที่การออกแบบเป็นหลัก โดยจะตัดขั้นตอนการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการส่งไปผลิตอีกทีหนึ่ง ทั้งนี้ คนที่สนใจที่จะทำงานฝีมือทางด้านนี้ ควรมีทักษะทางศิลปะ เช่น การออกแบบ ความรู้เกี่ยวกับสีและองค์ประกอบของภาพ แต่ทั้งหมดนี้ก็สามารถที่จะฝึกฝนทดลองทำก่อนได้ ทั้งนี้ จุดสำคัญที่สุดก็คือ ไม่ควรก๊อบปี้งาน แต่ควรจะสร้างสรรค์ชิ้นงานและลวดลายจากความคิดของตัวเองจะดีที่สุด เพราะจะทำให้สินค้าที่ทำขึ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนกับใคร”...นี่เป็น คำแนะนำสำหรับคนที่คิดจะยึดงานฝีมือประเภทนี้ ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน”

งาน “ผ้าพิมพ์ลาย” โทร. 08-0952-9914 ทั้งนี้ เจ้าของชิ้นงานไม่มีหน้าร้าน แต่อาศัยการออกร้านตามตลาดนัดงานฝีมือ หากสนใจสามารถเข้าไปชมได้ที่ www.mamadshop.com หรือ www.facebook. com/mamashop88 และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่เกี่ยวกับงานผ้า ซึ่งยังทำเงินได้...ถ้าหากว่า
มีจุดเด่น-มีไอเดียโดน ๆ.
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 50,000 บาท
ทุนวัสดุ ประมาณ 50% จากราคา
รายได้ ราคา 200-1,000 บาท
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ไม่ต้องมีหน้าร้าน ขายออนไลน์
จุดน่าสนใจ สร้างจุดเด่นด้วยลายผ้า
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/248219/‘ผ้าพิมพ์ลาย’+ลายเก๋%2Bแบบเด่น..โดนใจ!

Read More...


ตุ๊กตาแฮนด์เมด จากเศษไม้

ตุ๊กตาไม้แฮนด์เมด จากเฟรมกรอบรูป ลงสีสันวาดเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ ขายเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นอย่างดี


การทำเฟรมกรอบรูปของนักศึกษาที่เรียนด้านจิตรกรรมเวลาตัดไม้ทำเฟรมจะเหลือเศษไม้ที่เป็นชิ้นเล็กที่ไม่สามารถใช้ทำเฟรมได้ ส่วนใหญ่จะถูกทิ้งเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าแต่ก็มีบางคนที่นำมาทำให้เกิดมูลค่า ได้ด้วยการประดิษฐ์เป็น ตุ๊กตาไม้แฮนด์เมด ลงสีสันวาดเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ กลายเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางทำกิน

จิ๊บ-เบญจมาศโพธิ์สุวรรณเจ้าของผลงาน ตุ๊กตาไม้แฮนด์เมด เล่าว่าผลงานชิ้นนี้ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนโดยตอนเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเพาะช่างด้านจิตรกรรมเกี่ยวกับการวาดภาพ การเรียนวาดภาพนั้นนักศึกษาส่วนใหญ่มักจะทำเฟรมสำหรับวาดภาพกันเองและการทำเฟรมผ้านั้นจะต้องใช้ไม้เป็นโครงหลังจากที่ตัดไม้ทำกรอบเฟรมมักจะเหลือเศษไม้ชิ้นเล็กซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะถูกทิ้งไม่ได้นำไปทำให้เกิดประโยชน์อะไร แต่ตนเองเห็นว่าเศษไม้ที่เหลือจากการทำเฟรมผ้าใบนั้นน่าจะ ใช้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ได้จึงเก็บรวบรวมไว้

ตอนแรกก็คิดว่าจะนำมาขัดให้เรียบแล้วเก็บไปให้หลานๆที่บ้านต่อเล่นกันแต่ เราก็นำมาต่อเล่นด้วยพอทำไปทำมาเลยทดลองต่อเป็นตุ๊กตาแล้วลงสีสันให้เป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ ทดลองนำไปวางจำหน่ายดูปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี จึงทำตุ๊กตางานแฮนด์เมดขายมาโดยตลอดตุ๊กตาที่ทำช่วงแรกนั้นจะเป็นตัว เหลี่ยมๆดูแล้วมันแข็งๆต่อมาจึงเริ่มดัดแปลงทำให้ตุ๊กตามีความอ่อนลงตัว เพรียวลงให้ดูมีมูฟเมนต์มากขึ้นและก็ทำเป็นการ์ตูนรูปแบบต่างๆให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้มีแบบเลือกเยอะขึ้น

ภายหลังเรียนจบทำงานประจำจิ๊บก็ยังทำตุ๊กตาไม้ขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลัง จากนำผลงานตุ๊กตาไม้ลงประกาศขายในอินเทอร์เน็ตก็มีออร์เดอร์สั่งเข้ามา เรื่อยๆจนสามารถทำขายสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี


สำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำตุ๊กตาไม้หลักๆมีดังนี้คือ ไม้,สีอะคริลิ ก,พู่กัน,กาวร้อน,เลื่อย,เชือก,แม่เหล็ก,ดินสอ,กระดุมสีต่างๆ,ลูกตาสำหรับทำ ตาตุ๊กตา,กระดาษทราย,แล็กเกอร์เป็นต้น

ไม้ที่ใช้นั้นเป็นไม้ทำกรอบเฟรมหรือไม้ทุเรียนเป็นไม้ที่เบาและมีราคาไม่สูงมาก ส่วนขนาดหน้ากว้างของไม้ที่ใช้แล้วแต่ความต้องการ ส่วนเลื่อยที่ใช้เลื่อยนั้นจะเป็นเลื่อยฉลุก็ได้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตัดไม้ที่มีราคาสูง แต่เลื่อยฉลุจะมีข้อเสียอยู่ที่เวลาตัดไม้จะไม่ตรงเหมือนเครื่องตัดเวลาตัดจึงต้องใช้ความประณีตเป็นพิเศษ

ขั้นตอนการทำตุ๊กตาไม้แฮนด์เมด

เริ่มจาก ตัดไม้เพื่อทำเป็นส่วนหัวของตุ๊กตาก่อนเป็นอันดับแรกโดยตัดเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดตามความต้อง การ จากนั้นก็มาทำการตัดส่วนตัวโดยตัดให้เป็นรูปลักษณะสี่เหลี่ยมคางหมูหรือประมาณรูปสามเหลี่ยมตัดหัวโดยขนาดนั้นให้เล็กกว่าส่วนหัวแล้วก็ตัดส่วนแขน

หลังจากที่ทำการตัดไม้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็นำไม้ที่ตัดไว้มาทำการขัดด้วยกระดาษทรายทำการลบเสี้ยนไม้และทำให้ผิวไม้เรียบเมื่อขัดเสร็จก็ใช้ผ้าเช็ดเศษผงไม้ให้สะอาด จากนั้นก็ประกอบส่วนหัวกับส่วนตัวเข้าด้วยกันโดยให้นำส่วนตัวด้านที่เล็กติดกับส่วนหัวใช้กาวร้อนทายึดติดให้แน่นหนาแล้วจึงติดแขนทั้งสองข้าง

รอจนกาวแห้งสนิทก็ใช้สีขาวทำการทาเป็นสีรองพื้นให้ทั่วพอสีแห้ง ก็ให้ใช้กระดาษทรายขัดเบาๆอีกครั้งให้ผิวเรียบ ขั้นตอนต่อไปก็ใช้ดินสอทำการร่างแบบที่เราต้องการจะทำลงไปบนตุ๊กตาไม้ จากนั้นก็ทำการลงสีตามต้องการเมื่อลงสีรอบ แรกเสร็จแล้วก็รอให้สีแห้งแล้วก็ทำการลงสีทับอีกครั้งเพื่อให้ได้สีที่สดเข้มขึ้นทิ้งไว้รอสีแห้งแล้วก็ทำการพ่นแล็กเกอร์เคลือบเพิ่มความเงา

สุดท้ายเป็นการตกแต่งโดยจะใช้กระดุมที่มีสีสันต่างๆติดลงไปก่อน ขนาดของกระดุมจะใช้เล็กหรือใหญ่ก็ได้ให้ดูความเหมาะสม จากนั้นก็ติดลูกตาติดลงไปบนกระดุมอีกครั้งยึดให้แน่นด้วยกาวร้อน(กระดุมนั้นจะทำให้ตุ๊กตาไม้ดูออกแนวหน้าตลกๆน่ารักๆ)

หรือถ้าจะทำเป็นพวงกุญแจก็ใช้ตัวแขวนที่มีลักษณะด้านบนเป็นห่วงแล้วมีส่วนแกนที่แหลมยื่นออกมา ทำการเจาะลงกึ่งกลางหัวใช้เชือกร้อยเป็นที่แขวนพวงกุญแจ หรือถ้าจะทำเป็นแม็คเน็ตติดตู้เย็นก็นำแม่เหล็กมาติดไว้ที่ด้านหลังของ ตุ๊กตาเท่านี้ก็เรียบร้อย


ตุ๊กตาไม้แฮนด์เมดผลงานของจิ๊บนั้นมีหลากหลายรูปแบบทั้งตัวการ์ตูนต่างๆเป็น ชุดพยาบาลชุดรับปริญญา ชุดทหาร ฯลฯ โดยตุ๊กตาจะมี 3 ขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ ราคาขายก็ มีตั้งแต่39-59-69บาท
ผลงาน ตุ๊กตาไม้แฮนด์เมด ของจิ๊บ-เบญจมาศมีจำหน่ายที่ ร้านพชร13/2 ถนนบริพัตร ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ตรงข้ามโรงเรียนวัดจันทราวาส และยังสร้างรายได้ เพิ่มได้จากการรับสั่งออร์เดอร์รับสั่งทำตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ใครต้องการติดต่อกับจิ๊บก็ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์08-0981-9794
ที่มา : เดลินิวส์

Read More...


งานประดิษฐ์ กะลามะพร้าว

งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ อย่างเช่น งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว จะมีมานานแล้ว แต่ก็มีคนต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าคนทำรู้จักวิเคราะห์ตลาด ปรับรูปแบบ ตั้งราคาให้เหมาะสม ชิ้นงานก็จะยิ่งได้รับความสนใจ


แม้งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติอย่างเช่น งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว จะมีมานานแล้ว แต่ก็มีคนต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าคนทำรู้จักวิเคราะห์ตลาด ปรับรูปแบบ ตั้งราคาให้เหมาะสม ชิ้นงานก็จะยิ่งได้รับความสนใจ อย่างรายที่ ช่องทางทำกิน จะนำเสนอวันนี้…

เดชา สนธินุช เป็นเจ้าของงานจากกะลามะพร้าวหลากหลายไอเดีย เจ้าของผลงานเล่าว่า เดิมทำอาชีพเป็นช่างจิวเวลรี่นานกว่า 15 ปี ต่อมาเริ่มรู้สึกเบื่อ อิ่มตัว อยากจะทำจับธุรกิจเล็ก ๆ สักอย่าง โดยมองไป ที่งานประดิษฐ์ ของตกแต่ง เนื่องจากมีความชำนาญด้านงานช่าง-งานฝีมืออยู่แล้ว และก็สนใจชิ้นงานจากวัสดุ กะลามะพร้าว เพราะมองว่าเป็นวัสดุที่มีราคาถูก หาง่าย มีอยู่ทั่วไป จึงเริ่มทดลองทำมาตั้งแต่ ปี 2548

ระยะแรกผลงานของเขาจะเน้นไปที่ชิ้นงานขนาดใหญ่ เน้นความเป็นศิลปะไทย อาทิ งานรูปสัตว์ป่าหิมพานต์, พระพุทธรูป ต่อมาคิดว่าน่าจะทำงานที่มีขนาดเล็กลงมา และมีรูปแบบน่ารัก มีสไตล์การ์ตูนนิด ๆ ให้ดูน่ารัก เพื่อตามใจตลาดดูบ้าง อาทิ ตุ๊กตากบ, หนอน, ปลาทอง และงานโมบาย รวมถึงงานโคมไฟ ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และแบบแขวนห้อยเพดาน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ลดขนาดชิ้นงานก็คือ เพื่อลดระยะเวลาในการผลิตงานให้น้อยลง เนื่องจากงานชิ้นใหญ่บางชิ้นต้องใช้เวลาในการทำไม่น้อยกว่า 5 เดือน

งานชิ้นใหญ่มีรายละเอียดซับซ้อน ต่อมาคิดว่าน่าจะเพิ่มสินค้าสไตล์อื่นดูบ้าง เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น และลดขนาดชิ้นงานให้เล็กลงมา เพื่อที่จะสามารถขายงานได้มากชิ้นขึ้น จึงกลายเป็นรูปแบบในปัจจุบัน คือเปลี่ยนจากงานเน้นรายละเอียด มาเป็นงานตลาดดูบ้าง ก็ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น โดยสินค้าจะขายดีมากในช่วงปลายปี หรือใกล้ปีใหม่ แต่โดยรวมก็สามารถขายได้ทั้งปี เพราะแหล่งที่ขายประจำอยู่ที่ตลาดบางน้ำผึ้ง พระประแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เจ้าของผลงานกล่าว

รูปแบบของสินค้า เขาบอกว่าสามารถต่อยอดทำไปได้ เรื่อย ๆ ไม่มีตัน โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำนั้นมีอยู่มากมายหลายสิบแบบ โดยที่ขายดีที่สุดจะเป็นงานประเภทตุ๊กตาตั้งโต๊ะ และ งานโมบายสำหรับแขวน โดยราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 120 บาท จนถึง 30,000 บาท ขึ้นกับขนาด ความยากง่าย และรายละเอียดของชิ้นงาน
ทุนเบื้องต้นสำหรับการทำงานประเภทนี้ ใช้เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 10,000 บาท โดยต้นทุนจะลดลงอีกหากผู้ทำมีอุปกรณ์บางชิ้นอยู่แล้ว ส่วนทุนวัสดุต่อชิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 40% ของราคาที่ตั้งขาย

อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็น

มีสว่านไฟฟ้า, เลื่อยฉลุ, เลื่อยแท่น, เครื่องขัดเจีย, ปืนยิงกาวร้อน และอุปกรณ์สำหรับงานไม้ ส่วนวัสดุที่ต้องใช้หลัก ๆ ก็มี กะลามะพร้าว, ไม้สนนอก, กาวร้อน, กระดาษทราย

ขั้นตอนการทำ

เริ่มที่เตรียมกะลามะพร้าว เริ่มจากนำมะพร้าวมาปอกเปลือก และเจาะเอาน้ำด้านในออกให้หมด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 วันให้เนื้อด้านในล่อน จึงใช้มีดแคะออกมา การเลือกกะลาที่เหมาะจะนำมาใช้งานนั้น ให้เลือกใช้กะลาที่มีความหนาพอสมควร เลือกที่มีความโค้งไม่มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน
เมื่อได้กะลาที่มีขนาดและรูปทรงตามต้องการแล้ว ลำดับต่อมาให้นำกะลามะพร้าวที่ได้มาทำการขัดผิวให้เรียบด้วยเครื่องขัดหรือ เครื่องเจีย จากนั้นสำรวจและจัดการให้เรียบร้อยอีกทีด้วยกระดาษทราย เพื่อขจัดเศษเสี้ยน จากนั้นนำกะลามาผ่าซีกหรือตัดให้ได้ตามชิ้นส่วนของแบบที่เลือกไว้ โดยอาจจะตัดเป็นชิ้นส่วนไว้ทีเดียวพร้อมกัน แล้วจึงค่อยนำมาประกอบภายหลัง

เมื่อได้ส่วนประกอบแล้ว ก็ให้นำไม้สนนอกมาเหลาเพื่อทำเป็น “สลักยึด” ใช้แทนตะปู โดยอาจทำไว้ทีเดียวหลาย ๆ ขนาดเหมือนกับขั้นตอนการทำชิ้นส่วน จากนั้นเมื่อได้ส่วนประกอบและสลักยึดครบแล้วก็นำมาประกอบ ขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ เริ่มจากส่วนฐานและลำตัวก่อน โดยใช้กาวร้อนและไม้สนนอกที่เหลาเป็นสลักเป็นตัวยึด และเชื่อมในส่วนต่าง ๆ หากต้องการตกแต่งก็อาจใช้เศษกะลาที่เหลือตกแต่ง จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท เมื่อแห้งสนิทดีแล้วก็ทำการลงแล็กเกอร์เคลือบผิว ปล่อยทิ้งให้แห้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอน

ใครสนใจ งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว ของเดชา ติดต่อได้ที่ เลขที่ 57 หมู่ 10 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โทร.08-6076-1638 ส่วนใครที่สนใจอยากจะฝึกหัดทำ หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามกับเจ้าของงานได้โดยตรง.
ที่มา : เดลินิวส์

Read More...


‘กิ๊บโบแฮนด์เมด’ สีสันสดใสซื้อง่ายขายลื่น *

งานฝีมือ-งานประดิษฐ์-งานแฮนด์เมด ต้องสร้างจุดเด่นชูจุดขายให้กับสินค้าที่ผลิตออกสู่ตลาด ยิ่งผลิตชิ้นงานได้ตรงจุดโดนใจลูกค้ามากเท่าไหร่โอกาสจะพบกับความสำเร็จก็มี เพิ่มขึ้นเท่านั้น อย่าง ’กิ๊บโบแฮนด์เมด“ ที่มีจุดเด่นตรงลวดลายผ้าสีสันสดใสน่ารัก มีความหลากหลาย โดนใจลูกค้าทั้งไทยและเทศ นี่ก็ถือเป็น ’ช่องทางทำกิน“ ที่น่าสนใจ...

จริญญา สุขใจ และ วีรวุตต์ วิศาล เป็นผู้ที่ผลิตชิ้นงาน “กิ๊บโบติดผมแฮนด์เมด” ออกจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี โดยจริญญาเล่าว่า จริง ๆ แล้วทั้ง 2 คนก็ไม่ได้ยึดอาชีพค้าขายมาตั้งแต่ต้น แต่เริ่มจากการเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานอยู่ประมาณ 5-6 ปี พอมีลูกจริญญาก็ออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน โดยแฟนยังทำงานประจำอยู่ ซึ่งช่วงที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกนั้นก็พยายามมองหาอาชีพเสริมเพื่อเป็นการหาราย ได้เพิ่ม ก็รับของพวกของกิฟต์ช็อปต่าง ๆ ไปขายตามตลาดนัดมหาวิทยาลัย ตระเวนขายไปเรื่อย ๆ ขายอยู่ได้ประมาณ 4-5 ปี ก็เริ่มมองว่างานที่รับมาขายนั้นจะเหมือนไปซ้ำกับเจ้าอื่น ๆ เยอะมาก เพราะเป็นงานที่รับมาขายเหมือนกัน จึงมองหาสินค้าใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำกับใครเพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับตัวเอง จนที่สุดก็มาลงเอยที่การทำ “กิ๊บโบติดผมแฮนด์เมด”



งานกิ๊บโบติดผมนี้ เริ่มมาจากการที่มักจะทำให้ลูกใช้ติดอยู่แล้ว เดิมก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทำเป็นสินค้าจำหน่าย แต่ลูกใช้ติดผมไปโรงเรียนแล้วมีผู้ปกครองหลายคนเห็นแล้วชอบ มาสั่งซื้อ ก็เลยทำขาย พอเห็นว่าขายได้จึงเริ่มทำออกมาจำหน่ายอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซึ่งแรกเริ่มนั้นทำออกมาเพียงแค่ 10 ลาย และก็ไปขายตามตลาดนัดมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม

หลังจากที่ทำออกจำหน่ายตามตลาดนัดได้ระยะหนึ่ง ตลาดก็เริ่มตัน กลุ่มลูกค้าไม่หลากหลาย จึงมีความคิดที่จะเริ่มมองหาตลาดใหม่ที่มีกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากขึ้น จนได้มาขายอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ มากขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบงานจะเป็นชาวต่างชาติประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นคนไทย

จริญญากล่าวต่อว่า กิ๊บที่ทำออกมาจำหน่ายทุกชิ้นจะทำแบบตั้งใจ งานต้องเรียบร้อย แข็งแรง วัสดุที่นำมาใช้จะต้องใช้ที่มีคุณภาพซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อจะชอบทดลอง ดึงโบที่ติดดู ถ้าทำไม่แข็งแรงก็จะหลุด ลูกค้าก็ไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของสินค้า นอกจากนี้การเลือกลวดลายผ้าและสีผ้าที่นำมาทำก็ต้องให้มีความหลากหลาย พยายามสังเกตว่าลูกค้าชอบสีสันไหน ถ้าลวดลายสีสันนั้น ๆ ขายออกได้เยอะก็ทำออกมาเยอะ ซึ่งส่วนใหญ่โบที่มีสีสันสดใสจะขายดีกว่าสีที่ดูจืด ซึ่งการขายกิ๊บโบแฮนด์เมดก็จะต้องพยายามนำสินค้ามาเติมหน้าร้านให้เต็มอยู่ ตลอด เพื่อให้ดูสะดุดตาลูกค้า

นอกเหนือจากนั้น ทางร้านยังสร้างจุดขายให้กับร้านเพิ่มเติมอีกโดยการนำเศษผ้าที่เหลือจากการ ทำโบมาเย็บติดทำเป็นหูหิ้วบนแพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าหลาย ๆ ชิ้น และนอกจากจะมีกิ๊บติดผมเป็นสินค้าแล้วตอนนี้ก็ยังทำเป็นยางรัดผมเพิ่มขึ้นมา เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าอีกชิ้นงานหนึ่ง

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำกิ๊บโบติดผมแฮนด์เมด หลัก ๆ มีดังนี้คือ...กิ๊บติดผม, ผ้าคอตตอน 100%, ริบบิ้น (สายก้างปลา), ปืนยิงกาวร้อน, แท่งกาวร้อน, ด้าย, กรรไกร

สำหรับกิ๊บติดผมสำเร็จรูปนั้นไปหาซื้อได้ที่ตลาดสำเพ็ง ส่วนผ้านั้นหาซื้อได้ที่ตลาดพาหุรัด โดยต้องเลือกซื้อผ้าหลากหลายสีหลากหลายลวดลาย ซื้อลายละประมาณ 1 เมตร โดยผ้า 1 เมตรสามารถทำโบได้ประมาณ 50 ชิ้น ซึ่งการซื้อผ้านั้นจะต้องไปเลือกซื้อทุกสัปดาห์เพราะผ้านี้มักจะมีแบบมีลวด ลายใหม่ ๆ ออกมาเรื่อยอยู่ ๆ...

ขั้นตอนการทำเริ่มจาก...นำผ้ามาทำการรีดให้ผ้านั้นเรียบก่อน จากนั้นก็ทำการตัดผ้าตามขนาดที่ต้องการ โดยการตัดผ้าจะตัดครั้งเดียวทั้งหมด ผ้ามีกี่ชิ้นกี่ลายก็ต้องตัดเตรียมไว้
ทีเดียวก่อน ซึ่งจะตัดผ้าให้ได้ขนาดประมาณ กว้าง 12 ซม. ยาว 14 ซม. โดยเวลาพับเป็นโบออกมาแล้วจะได้โบขนาดความยาวประมาณ 7 ซม.

หลังจากที่ทำการตัดผ้าเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการพับผ้าเป็นโบ จับจีบให้สวยงาม ใช้ด้ายมัดตรงกลางโบให้แน่น แล้วก็ใช้ริบบิ้นพันทับด้ายให้เรียบร้อย ใช้ปืนยิงกาวร้อนยิงยึดติดให้แน่นหนา โดยต้องใช้กาวให้พอดี ต้องไม่มากเกินไปเพราะจะทำให้งานออกมาดูไม่สวย พอทำโบเสร็จแล้วก็นำมายึดติดกับกิ๊บติดผม ยึดติดด้วยกาวให้แน่น เท่านี้ก็พร้อมวางจำหน่าย

ตอนนี้กิ๊บโบแฮนด์เมด และยางรัดผมโบแฮนด์เมด ของจริญญาและวีรวุตต์ มีหลากหลายสีสัน และหลากหลายลาย ราคาขายอยู่ที่ชิ้นละ 10 บาท แต่ถ้าใครสั่ง 100 ชิ้นขึ้นไปจะได้ในราคาส่งคือชิ้นละประมาณ 6 บาท

ใครสนใจ ’กิ๊บโบแฮนด์เมด“ และยางรัดผมโบที่เป็นงานแฮนด์เมด ซึ่งเป็นกรณีศึกษา ’ช่องทางทำกิน“ ในวันนี้ ร้านของจริญญาและวีรวุตต์ตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ขายอยู่โซนทางเท้า จุดสังเกตคือร้านจะอยู่ตรงข้ามกับกรมการขนส่งฯ ขายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ หรือใครต้องการสั่งออร์เดอร์ก็โทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามได้ที่ โทร. 08-7912-5760.
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน / วรพรรณ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ

แนะนำเวบรวมบทความ blog

Read More...


วิธีทำงานพับกระดาษรูปหงส์

         

งานประดิษฐ์ของเดือนนี้ หากใครมีกระดาษสวยงามต่างๆ  หรือแม้แต่กระดาษห่อของขวัญที่ไม่ได้ใช้แล้ว อย่าทิ้งนะคะ คุณๆสามารถนำกระดาษมาตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาพับประกอบกันเป็นตัวหงส์เพื่อใช้ใส่ของ หรือถ้าใครทำได้สวยงามมากๆ ก็นำไปเป็นของชำร่วยได้เลยค่ะ     งานนี้อาจจะต้องใช้ฝีมือและความพยายามสักหน่อยนะคะ แต่ทีมงานเราก็เชื่อว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของทุกท่านไปได้   มาดูขั้นตอนและวิธีทำกันเลยค่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียม



1.กระดาษห่อของขวัญแบบละสีต่างๆ
2.กาวลาเท็กซ์
3.ไม้บรรทัด
4.กรรไกร คัตเตอร์
5.ลูกตาพลาสติก 1 คู่
6.ดินสอ
7.ไม้ไอติม


ขั้นตอนการทำ         (คลิกหัวข้อที่ต้องการเพื่อไปที่หัวข้อนั้นอย่างรวดเร็ว)
1.ขั้นตอนการประกอบตัวหงส์
2.ขั้นตอนการเข้าอกหงส์
3.ขั้นตอนการเข้าปีกหงส์
4.ขั้นตอนการเข้าหางหงส์
5.ขั้นตอนการเข้าคอหงส์
6.ขั้นตอนการเข้าปากและติดตาหงส์
         

วิธีทำ







1. นำไม้บรรทัดมาวัดความกว้างและความยาวของกระดาษแต่ละชิ้นให้ได้ 3 x 5.5 ซม.







2.ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ตัดกระดาษแต่ละชิ้นออกมา (กระดาษ 1 แผ่น ตัดเป็นชิ้นเล็กๆได้ 207 ชิ้น หงส์หนึ่งตัวใช้กระดาษในการพับทั้งสิ้น 297 ชิ้น)








3. พับกระดาษตามยาวลงมาครึ่งหนึ่งรีดกระดาษให้เรียบ








4. พับกระดาษเข้าหากันรีดกระดาษให้เรียบ







5. พับกระดาษด้านซ้ายให้อยู่ตรงกลางรีดกระดาษให้เรียบ







6. พับกระดาษด้านขวาให้อยู่ตรงกลางรีดกระดาษให้เรียบ







7. กลับกระดาษอีกด้าน







8. พับมุมกระดาษด้านขวารีดให้เรียบ







9. พับมุมกระดาษด้านซ้ายรีดให้เรียบ







10. พับกระดาษด้านขวาเข้าหากันรีดให้เรียบ







11. พับกระดาษด้านซ้ายเข้าหากันรีดให้เรียบ







12. พับกระดาษด้านขวาและซ้ายเข้าหากันก็จะได้ดังภาพ คือ ด้าน A







13. พับกระดาษด้านขวาและซ้ายเข้าหากันก็จะได้ดังภาพ คือ ด้าน B







14. สรุปขั้นตอนการพับหงส์กระดาษ







15. พับกระดาษเสร็จแล้วนำมาเสียบกระดาษต่อ ๆ กันดังภาพ







16. 1 แถว ใช้กระดาษพับแล้ว 24 ชิ้น





1. ขั้นตอนการประกอบตัวหงส์







1. นำกระดาษที่พับเสร็จแล้วเอาด้าน A มา 2 ชิ้น







2. นำกระดาษอีก 1 ชิ้นทากาวเข้าไปในช่องทั้ง 2 ด้าน








3. นำกระดาษที่ทากาวเสร็จแล้วมาเสียบกระดาษตรงกลางด้าน A 2 ชิ้น เข้าหากัน








4. นำกระดาษอีก 1 ชิ้นจับคู่กันดังภาพ







5. นำกระดาษที่ทากาวเสร็จแล้วมาเสียบตรงกลางเข้าหากัน







6. ทำอย่างนี้เหมือนกันจนครบ 2 ชั้น
ชั้นที่ 1 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
ชั้นที่ 2 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
ก็จะได้ฐานของลำตัวหงษ์ ด้าน A 2 ชั้น








7. ชั้นที่ 3 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น นำกระดาษด้าน B ทากาวเสียบสับหว่างให้ครบชั้น







8. ชั้นที่ 4 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น นำกระดาษด้าน B ทากาวเสียบสับหว่างให้ครบชั้น







9. ชั้นที่ 5 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
ชั้นที่ 6 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
ชั้นที่ 7 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
ชั้นที่ 8 ใช้กระดาษ 24 ชิ้น
นำกระดาษด้าน B ทากาวเสียบสับหว่างให้ครบชั้น








10. เสร็จแล้วค่ะชั้นที่ 8 ก็จะได้ขั้นตอนประกอบตัวหงส์ดังภาพ





2. ขั้นตอนการเข้าอกหงส์







1. ชั้นที่ 1 ใช้กระดาษ 8 ชิ้น นำกระดาษด้าน B ทากาวเสียบสับหว่างให้ครบชั้น







2. ชั้นที่ 2 ใช้กระดาษ 7 ชิ้น
ชั้นที่ 3 ใช้กระดาษ 6 ชิ้น
ชั้นที่ 4 ใช้กระดาษ 5 ชิ้น
ชั้นที่ 5 ใช้กระดาษ 4 ชิ้น
ชั้นที่ 6 ใช้กระดาษ 3 ชิ้น
ชั้นที่ 7 ใช้กระดาษ 2 ชิ้น
ชั้นที่ 8 ใช้กระดาษ 1 ชิ้น
นำกระดาษด้าน B ทากาวเสียบสับหว่างให้ครบชั้นเสร็จแล้วค่ะขั้นตอนการเข้าอกหงส์






3. ขั้นตอนการเข้าปีกหงส์







1. ชั้นที่ 1 ใช้กระดาษข้างละ 4 ชิ้น (ขวา) และ (ซ้าย)
ชั้นที่ 2 ใช้กระดาษข้างละ 3 ชิ้น (ขวา) และ (ซ้าย)
ชั้นที่ 3 ใช้กระดาษข้างละ 2 ชิ้น (ขวา) และ (ซ้าย)
ชั้นที่ 4 ใช้กระดาษข้างละ 1 ชิ้น (ขวา) และ (ซ้าย)
นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบสับหว่างต่อจากชั้นแรกของการเข้าอกให้ครบชั้นทำเหมือนกันทั้งปีกซ้ายและปีกขวา








2. เสร็จแล้วค่ะขั้นตอนการเข้าปีกหงส์





4. ขั้นตอนการเข้าหางหงส์







1. ชั้นที่ 1 ใช้กระดาษ 6 ชิ้น
ชั้นที่ 2 ใช้กระดาษ 5 ชิ้น
ชั้นที่ 3 ใช้กระดาษ 4 ชิ้น
ชั้นที่ 4 ใช้กระดาษ 3 ชิ้น
ชั้นที่ 5 ใช้กระดาษ 2 ชิ้น
ชั้นที่ 6 ใช้กระดาษ 1 ชิ้น
นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบสับหว่างต่อจากชั้นแรกของการเข้าปีกให้ครบชั้น








2. เสร็จแล้วค่ะขั้นตอนการเข้าหางหงส์





5. ขั้นตอนการเข้าคอหงส์







1. นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบตรงกลางอก
ชั้นที่ 1 ใช้กระดาษ 1 ชิ้น








2. นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบตรงกลางด้านซ้าย
ชั้นที่ 2 ด้านซ้าย ใช้กระดาษ 1 ชิ้น
 








3. นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบตรงกลางด้านขวา
ชั้นที่ 2 ด้านขวา ใช้กระดาษ 1 ชิ้น








4. นำกระดาษด้าน A ทากาวเสียบตรงกลาง







5. ทำตามขั้นตอนที่ 1-3 จนครบ 9 ชั้น ใช้กระดาษ 27 ชิ้นในการเข้าคอ แล้วบิดให้โค้งเสร็จแล้วค่ะขั้นตอนการเข้าคอหงส์





6. ขั้นตอนการเข้าปากและติดตาหงส์







1. นำกระดาษสีขาวด้าน B 1 ชิ้นทากาวในช่องเสียบเข้าไปที่ส่วนปาก







2เสร็จแล้วค่ะขั้นตอนการเข้าปากหงส์ดังภาพ








3. ติดลูกตาทากาว ทั้ง 2 ข้าง








4. ดูตำแหน่งลูกตาให้ตรงกันทั้ง 2 ข้าง







5. ตัดกระดาษให้ได้ขนาดของฐานตัวหงส์ทากาวให้ทั่ว







6. ปิดที่ฐานตัวหงส์ให้แนบสนิท







7. เสร็จแล้วค่ะ...เราอาจจะหาแท่นวางสวย ๆ ที่มีขายตามร้านวัสดุอุปกรณ์งานประดิษฐ์ แล้วนำหงส์มาตั้งโชว์ จะดูดีสวยงามมากขึ้นไปอีกค่ะ



ข้อแนะนำ
  • ในการเสียบกระดาษเพื่อประกอบเป็นตัวหงส์นั้น แนะนำให้ทากาวในช่องสำหรับเสียบทุกชิ้น
  • ในขั้นตอนของการเข้าีก เข้าหาง และเข้าคอหงส์ต้องใช้ความระมัดระวังในการดัด เพื่อให้ได้ความโค้งงอ แลดูเป็นธรรมชาติ และควรทำในขณะที่กาวยังไม่แห้งดี

    credit : http://www.archeep.com/ 

Read More...



บทความทั้งหมดของงานฝีมือ


งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ สร้างรายได้เสริม
ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่ ร้านค้าแนวใหม่
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  รวมรุ่นรถบรรทุกอีซูซุ
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  ศูนย์บริการและอะไหล่รถบรรทุกใหญ่อีซูซุ


รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



วิธีรักษา สุขภาพ,ออกกำลังกาย,เคล็ดอายุยืน,สุขภาพดี



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer



ผลไม้,ผักและสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ



อะไรแปลกๆ ไม่เหมือนใคร



อ่านแล้วชอบมากและนำมาใช้ใน blog นี้



รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ




ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุถูกออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่นอุปกรณ์ต่างๆ ก็ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน ...คลิ้กแวะชมเวบไซต์ที่มีข้อมูลของรถอีซูซุซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงจากตรีเพชรอย่างต่อเนื่อง

รวมบทความการดูแลรักษารถยนต์
การดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว ปกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ต้องการอ่่านรายละเอียดหรือดาวน์โหลด... ReadMore

ต้นไม้ที่คนไทยโบราณเชื่อว่า ปลูกไว้ในบ้านเพื่อเป็นมงคล
- ต้นมะยม เพราะจะทำให้คนนิยม ชมชอบ
- ต้นขนุน เพราะจะทำให้มีผู้สนับสนุน
- ต้นมะขาม เพราะจะทำให้ผู้คนเกรงขาม
- ต้นพุทธรักษา เพระปลูกแล้วพุทธานุภาพจะคุ้มครองบ้านนั้น
ต้นไม้ที่คนไทยโบราณไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
- ต้นลั่นทม เพราะชื่อต้นไม้พ้องกับคำว่าระทม
- ต้นมะไฟ เพราะมีคำว่า ไฟจะทำให้เดือดร้อนเหมือนไฟ
- ต้นพุทธา เพราะออกเสียงคำว่า ซา หมายถึงความร่วงโรย
- ต้นโพธิ์ เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่รากอาจชอนไชทำให้บ้านเสียหายได้
- ต้นโศก เพราะมีความหมายถึง ความเศร้าโศก
- ต้นไทรหรือต้นสำโรง เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ เกรงว่าจะมีวิญญาณ มาสิงต้นไม้
- ต้นกระทุ่ม เพราะเสียงพ้องกับคำว่า ทุ่ม หรือขว้างปา
- ต้นมะขามเทศหรือต้นหวาย เพราะเป็นต้นไม้ที่มีถือว่าจะทำให้เกิด อุปสรรคต่าง ๆ
- ต้นเพกา เพราะมีฝักที่ปลายแหลมคมเหมือนหอกหรือดาบ
- ต้นกล้วยตานี เพราะเกรงว่าจะมีนางไม้ที่ชื่อนางตานีมาอาศัยอยู่
- ต้นมะรุม เพราะมีชื่อพ้องกับ รุม จะมีคนมารุมข่มเหงได้... ReadMore


































































Google+ Followers

Facebook bot last visit time powered by Myip.ms
 
Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks

ธุรกิจติดล้อสู่ AEC,รวยติดล้อไม่ง้อทำเล
รถขายอาหาร,Food Truck หรือครัวเคลื่อนที่


ปัจจุบัน การดัดแปลงรถกระบะให้เป็นร้านค้าเคลื่อนที่ด้วยรถยนต์ เริ่มมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญร้านค้าเหล่านั้นมีการตกแต่งตามสไตล์ของเจ้าของร้าน จนเป็นที่ดึงดูดสายตาให้ลูกค้าเข้าร้านมากยิ่งขึ้น รถดัดแปลงเพื่อการค้าขายหรือการนำเสนอสินค้า ต่างๆ กลายเป็นอาวุธสำคัญของธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และนี่คือเบื้องหลังของความแรงเหล่านั้น ดัดแปลงเป็นร้านค้าต่างๆ เช่น ขายเบเกอรี่, ต้นไม้, ข้าวราดแกง-ข้าวไข่เจียว ตลอดจนขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม เป็นจุดขายที่แตกต่าง สร้างกำไรคุ้มค่าให้คุณ รถขายของเอนกประสงค์ มีความหลากหลายทุกธุรกิจ ไม่ต้องขายอยู่กับที่ ขับไปขายที่ไหนก็ได้สะดวกสบายหรือนำ
ตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ปลดระวางแล้วมักนิยมนำมาใช้ในการสร้างบ้านหรือสร้าง สำนักงานขนาดเล็ก แต่จะมีใครรู้บ้างว่าตู้คอนเทนเนอร์เก่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า นั้น โดยสามารถนำมาใช้สร้างร้านกาแฟขนาดเล็ก ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนในการเปิดร้าน และยังเป็นไอเดียใหม่ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย ...ขอเชิญอ่านบทความและตัวอย่างได้ที่นี่ ... click banner

บทความงานฝีมือ
งานประดิษฐ์,งานฝีมือสร้างรายได้เสริม,อาชีพเสริมทำเงิน,อาชีพเสริมจากงานฝีมืองานประดิษฐ์,รายได้เสริมกับงานฝีมือ,หารายได้เสริมกับงานฝีมือ
click banner...แวะเยี่ยมเวบบทความงานฝีมือ

รวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้
รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
อ่านรวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้... click banner

มาตรฐานศูนย์บริการ(Service Center Standard)
ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ ออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน และยังเหนือกว่าอู่ทั่วไปด้วยเครื่องมือวินิจฉัยอัจฉริยะ(GIDSS, TECH-2) ซึ่งช่วยวิเคราะห์ปัญหารถที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างอีซูซุด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์อย่างแม่นยำด้วยอุปกรณ์ที่ครบครันและได้มาตรฐานทั้งหมดนี้ ช่วยให้งานซ่อมที่อีซูซุมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และสามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดระหว่างงานซ่อม
การควบคุมคุณภาพงานซ่อม
เพื่องานซ่อมที่ได้คุณภาพยิ่งกว่า นอกจากขั้นตอนการซ่อมตามมาตรฐานแล้ว อีซูซุได้เพิ่มขั้นตอนก่อนและหลังการซ่อม เพื่อควบคุมคุณภาพงานซ่อมให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการตรวจสภาพรถเบื้องต้นก่อนรับบริการโดยที่ปรึกษางานบริการ และการตรวจสอบคุณภาพงานซ่อมก่อนส่งมอบรถคืนโดยหัวหน้าช่าง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้งานซ่อมได้มาตรฐาน ปลอดภัย และคุ้มค่ายิ่งกว่า
ช่างอีซูซุ
ช่างอีซูซุได้รับการฝึกอบรมช่างจากสถาบันฝึกอบรมตรีเพชร อีซูซุกว่า 500 ชั่วโมง และยังมีการแข่งขันทักษะฝีมือช่างระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มทักษะและยกระดับความเชี่ยวชาญ...แวะเยี่ยมเวบ isuzu chainat service

   อาชีพเสริม รายได้เสริม :รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จนอยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
ขอเชิญแวะชมเวปบทความอาชีพเสริม รายได้เสริม
Do it your self,handmade,HandiCraft,งานฝีมือ,อาชีพเสริม,ช่องทางทำเงิน บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.