บทความที่ได้รับความนิยม


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

แฮปปี้บอกซ์ กล่องความสุข...สร้างเงิน

'แฮปปี้บอกซ์' กล่องความสุข...สร้างเงิน

















ความถนัด ความชอบ ความสนใจส่วนตัวหลายคน สามารถใช้สิ่งนี้ผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
หลายคนสามารถใช้สิ่งนี้สร้างอาชีพได้ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีอีกหนึ่งกรณีศึกษามานำเสนอ
กับการผลิต “แฮปปี้บอกซ์ กล่องเก็บความสุข” จำหน่าย โดยมีที่มาจากความชอบเป็นทุนเดิม...

เบลล์-ปีติภัทร ปัญญาสุขศิริ เป็นเจ้าของร้านบีเบลล์ (BeBelle) ขายเครื่องประดับ ของขวัญแฮนด์เมด
เป็นผู้ประยุกต์งานเดคูพาจ-การผนึกภาพลงบนวัตถุ โดยใช้ “ภาพถ่าย” แทนการใช้กระดาษห่อของขวัญ
กระดาษนิตยสาร หรือกระดาษทิซชูลวดลาย ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิม โดยทำจำหน่ายมาเกือบ 1 ปีแล้ว

เจ้าตัวเล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชน
และระหว่างศึกษาต่อปริญญาโท ได้เริ่มทำเครื่องประดับแฮนด์เมดขายตามออฟฟิศและทางอินเทอร์เน็ต
หลังแต่งงานแล้วก็ยังคงชอบงานประดิษฐ์ และงานถ่ายภาพด้วย
จึงคิดประยุกต์งานกับวัสดุและสินค้าในร้านขายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว

ด้วยความที่ชอบประดิษฐ์ “กล่อง” สำหรับเก็บภาพประทับใจ และของสะสมของตนเอง
จึงเป็นที่มาของ “แฮปปี้บอกซ์ กล่องเก็บความสุข” ซึ่งเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เป็นของโหล
โดยคุณค่าอยู่ที่การผลิตจำนวนน้อยชิ้นหรือส่วนใหญ่เป็นชิ้นเดียว และมีการทำเป็นลายเฉพาะตามความต้องการลูกค้า

จากการที่ชอบถ่ายรูปด้วย จึงมีอุปกรณ์ซึ่งเป็นต้นทุนหลักอยู่แล้ว คือ กล้อง คอมพิวเตอร์ เครื่องโฟโต้พริ้นเตอร์
และกระดาษสำหรับพิมพ์ภาพถ่าย จึงทดลองทำกล่องต้นฉบับใบแรกจากรูปศิลปินคนโปรด
ลองผิดลองถูกกับเรื่องการเลือกชนิดของกระดาษสำหรับพิมพ์ภาพถ่าย การใช้กาวผนึกภาพถ่ายและการเคลือบ
อยู่หลายรูปแบบ จึงมาลงตัวที่การเคลือบด้วยน้ำมันเคลือบแข็งโพลียูริเทน
ซึ่งทำให้กล่องแข็งแรงเหมือนไม้อัด ทำความสะอาดได้ง่าย เงางามคล้ายเรซิ่น
ต่างจากการใช้แล็กเกอร์ซึ่งให้ความเงาเล็กน้อยและไม่คงทนแข็งแรง

สำหรับการทำแฮปปี้บอกซ์ มีขั้นตอนหลักๆ คือเริ่มที่เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ มีกระดาษแข็งเบอร์ 32,
กาวลาเท็กซ์, คัตเตอร์, กรรไกร, แผ่นรองตัด, น้ำยาเคลือบ (ยูริเทน), พู่กัน, มือจับ, ตัวล็อก, บานพับ,
เกลียวปล่อย, ไขควง และกระดาษภาพถ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้ว ตามความชอบ


'แฮปปี้บอกซ์' กล่องความสุข...สร้างเงิน-1









วิธีทำ
เริ่มที่ตัดกระดาษตามขนาดกล่องที่ต้องการ โดยส่วนตัวกล่อง แบ่งเป็นกระดาษของตัวกล่อง ใช้กระดาษแข็ง
โดยชิ้นด้านก้นกล่องขนาด 15X17 ซม. 1 ชิ้น, ฝากล่องด้านกว้าง 8X14.4 ซม. 2 ชิ้น,
ฝากล่องด้านยาว 8X17 ซม. 2 ชิ้น ส่วนด้านฝากล่อง ตัดแบ่งกระดาษตามขนาดคือ ฝากล่อง 15X17 ซม. 1 ชิ้น,
ฝากล่องด้านกว้าง ขนาด 3X14 ซม. 2 ชิ้น และกระดาษฝากล่องด้านยาว 3X17 ซม. 2 ชิ้น

จากนั้นนำแต่ละชิ้นส่วนมาประกอบเป็นตัวกล่องและฝากล่อง
โดยแต่ละส่วนใช้แผ่นกระดาษแข็งชิ้นก้นและชิ้นฝาเป็นฐาน แล้วนำแผ่นกระดาษแข็งด้านกว้างและยาวมาประกอบ
ใช้กาวลาเท็กซ์ติดยึด รอให้แห้ง แล้วทาสีน้ำภายในกล่องไว้ก่อน
ต่อมานำกระดาษภาพถ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วมาวัดกับตัวกล่องแต่ละด้าน โดยส่วนขอบให้เกินเล็กน้อย
สำหรับพับเก็บขอบแต่ละด้าน จากนั้นติดกระดาษภาพถ่ายให้ทั่วกล่อง รอจนแห้ง อาจใช้ไดร์เป่าผมช่วย
แล้วเคลือบภายนอกรอบกล่องด้วยน้ำยาเคลือบ รอจนแห้ง ติดบานพับ ตัวล็อก มือจับ เป็นอันเสร็จ

เทคนิคผนึกภาพลงบนวัตถุนี้ นอกจากกล่องแล้ว ก็สามารถใช้กับวัสดุอย่างอื่นได้ด้วย อาทิ ถังกระดาษรีไซเคิล,
ไม้เอ็มดีเอฟ, ตะกร้าหวาย, พลาสติก, แก้ว, กระเบื้อง ฯลฯ ซึ่งก็จะกลายเป็นสินค้าได้หลายชนิด

เรื่องราคานั้น ขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนของกระดาษที่ใช้ สารที่ใช้เคลือบ
และจำนวนช่องชั้น กระจก สายโซ่ ที่ลูกค้าเลือกเพิ่มเติม
โดยทุนวัสดุอยู่ที่ประมาณ 45% บวกต้นทุนเวลาและค่าฝีมือ 35%
แล้วตั้งราคาขายให้มีกำไรราว 20% สำหรับราคาส่ง และ 30% สำหรับการขายปลีก

ราคากล่องของร้านนี้
ถ้าเคลือบแล็กเกอร์ 50-250 ส่วนราคากล่องที่เคลือบยูริเทน ราคา 100-400
หากใช้ภาพรอบกล่องราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนกระดาษภาพถ่าย แต่ไม่เกิน 800 บาท


สำหรับคนที่สนใจทำงานประดิษฐ์รูปแบบนี้
เบลล์แนะนำว่า ต้องมีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันคิดงานใหม่ๆ ออกมา
โดยมองหาวัสดุใกล้ตัวก่อนว่านำมาประยุกต์ทำอะไรได้บ้าง
และที่สำคัญที่สุดต้องมีความเข้าใจในงาน ว่ามีจุดเด่นอะไร ต่างจากของคนอื่นอย่างไร
และต้องลองเลือกวัสดุให้หลากหลายรูปแบบ และราคา เพื่อให้ตรงใจลูกค้าได้หลายกลุ่ม
ที่สำคัญควรมีโบรชัวร์รายละเอียดสินค้าสำหรับให้ลูกค้าเลือกด้วย

ปัจจุบันเบลล์มีแหล่งขายสินค้าหลายย่าน เช่นย่านห้วยขวาง ระหว่างซอยประชาสงเคราะห์ 33 กับ 33/1
และมีเว็บไซต์ http://www.bebelleshop. com สำหรับให้ลูกค้าได้ดูรายละเอียดชิ้นงาน
ส่วนหมายเลขโทรศัพท์คือ 08-6999-2039 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ารับสอนให้กับผู้ที่สนใจด้วย.


สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน
ข้อมูลโดย : http://www.dailynews.co.th

Read More...


“เพ้นท์กล่องไม้” โอกาสอาชีพ ฟ้าหลังฝนของผู้ต้องขัง

กล่องไม้เพนท์ลาย ฝีมือผู้ต้องการขัง
       มีคำกล่าวว่า “สอนให้คนจับปลา เป็น ดีกว่าเอาปลาไปให้ เพราะถ้าเราเอาปลาไปให้ เขาก็จะนั่งรอแต่คนที่จะเอาปลาไปให้ แต่ถ้าเราสอนให้คนจับปลาเป็นเขาก็จะหาปลากินเองได้” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มบุคคลผู้ที่เคยพลาดพลั้งหลงผิด ให้กลับมายืนได้ด้วยตัวเอง สำนักศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) หนึ่งในองค์กรที่ตระหนักและให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม จัดอบรมหลักสูตร “ผนึกภาพบนพื้นวัสดุ” หรือ เพ้นท์กล่องไม้ ให้กับผู้ต้องขังหญิง ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถือ เป็นอีกหนึ่งโครงการบริการวิชาการแก่สังคมที่สำนักศึกษาต่อเนื่องจัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะการเพ้นท์กล่องไม้ให้กับผู้ต้องขังหญิงที่ใกล้ พ้นโทษ ซึ่งนอกจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ยังเป็นการคลายเครียดให้กับผู้ต้องขังได้อีกด้วย
อาจารย์เยาวลักษณ์ ศิริสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายบริการเผยแพร่ทางไกล สำนักการศึกษาต่อเนื่อง มสธ.
       อาจารย์เยาวลักษณ์ ศิริสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายบริการ เผยแพร่ทางไกล สำนักการศึกษาต่อเนื่อง มสธ. กล่าวว่า มสธ.เลือกที่จะเข้าไปถ่ายทอดความรู้ในการประกอบอาชีพกับผู้ต้องขัง เนื่องจากผู้ต้องขังเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความจำกัดในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสังคมภายนอก หากนำความรู้ที่ใช้เป็นอาชีพได้ไปถ่ายทอดให้ ก็จะเป็นการสร้างโอกาสและเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับผู้ต้องขัง หลังพ้นโทษ
                อาจารย์เยาวลักษณ์ ยังบอกอีกว่า ก่อนที่มสธ.จะนำหลักสูตรใดไปถ่ายทอดให้กับผู้ต้องขังได้มีการพิจารณาแล้วว่า จะต้องสามารถไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง และเหตุผลที่เลือกเพ้นท์กล่องไม้ เนื่องจากงานศิลปะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือใน การผลิต หากสามารถออกแบบได้ถูกใจลูกค้ามากก็จะมียอดจำหน่ายที่สูง อีกทั้ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ใช้ประดับตกแต่งสร้างความสวยงามเท่านั้น ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาด
       ทั้งนี้หลักสูตรการอบรมดังกล่าว มสธ. ได้รับการสนันสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งใช้เวลาอบรมเพียง 1 วัน ได้ความรู้ทั้งในส่วนของทฤษฎีและการปฏิบัติจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง และมีรายได้ดี โดย 1 กล่องจะมีต้นทุนการผลิต 100 บาท ขายได้ 2 00-300 บาท กำไร 2-3 เท่า ถือเป็นหนึ่งในอาชีพ ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการเพ้นท์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกด้วย
               ขณะที่ นางสิริพร ชูติกุลัง ผู้อำนวยการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า  ผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมเราจะพิจารณาจากประวัติเดิม ความถนัด ความสนใจ และความสามารถเป็นหลัก ซึ่งจะมีทั้งหลักสูตรระยะยาวสำหรับผู้ต้องรับโทษนาน และหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้ต้องรับโทษไม่นาน อาทิ เย็บผ้าหรือทำอาหาร เป็นต้น
           “การที่มสธ.เข้ามาช่วยเหลือในการ ฝึกอบรมให้ผู้ต้องขังในส่วนของหลักสูตรเพ้นท์กล่องไม้ จะช่วยให้ผู้ต้องขังนำไปใช้ประโยชน์ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานและสังคมทั่วไป เมื่อพ้นโทษ ที่สำคัญยังช่วยให้สภาพจิตใจของผู้ต้องขังดีขึ้น ไม่เครียด และผ่อนคลาย”นางสิริพรกล่าว
                   ด้าน น.ส.เหลือง (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ต้องขังที่สนใจเรียนรู้การเพ้นท์กล่องไม้กล่าวว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีจะพ้นโทษ ยังกังวลว่าจะออกไปประกอบอาชีพอะไรดี เมื่อรู้ว่าจะมีหลักสูตรเพ้นท์กล่องไม้ จึงสนใจ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบในงานศิลปะอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนรู้วิธีการก็คิดว่าน่าจะนำไปใช้ทำเป็นอาชีพหารายได้โดยสุจริต ในอนาคต
    
                   ส่วน นางแดง (นามสมมติ) ผู้ต้องขัง กล่าวว่า แม้เรือนจำจะเปิดโอกาสในหลายเรื่องให้กับผู้ต้องขัง แต่การเป็นผู้ต้องขังที่ถูกจำกัดสิทธิเสรีบวกกับการไม่ได้อยู่ร่วมกับครอบ ครัว ทำให้เกิดความรู้สึกเครียด กังวลและไม่สบายใจอยู่เสมอ การได้ลงมือทำงานศิลปะ ช่วยให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่งไม่ต้องจับจดอยู่กับความทุกข์หรือความกังวล
                   หลักสูตร เพ้นท์กล่องไม้ที่มสธ.ร่วมกับทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี และมทร.กรุงเทพดำเนินการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ต้องขัง ถือเป็นการชี้ช่องทางหนึ่งให้ผู้ต้องขัง ใช้เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพสุจริตเมื่อพ้นโทษ ซึ่งมสธ.ยังมีหลักสูตรการฝึกอบรมอีกหลากหลายโครงการที่เปิดให้บริการแก่ บุคคลทั่วไป สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักการศึกษาต่อเนื่อง โทร. 0-2504 - 7715 - 16

Read More...


เปิดไอเดีย 4 ยอดนักคิด ยกระดับแฮนด์เมดสู่ช่องทางทำกิน




       “ความแตกต่าง” มักเป็นที่มาของ “โอกาส” อยู่เสมอ และยิ่งในโลกปัจจุบันที่ “ความคิดสร้างสรรค์” ถูกนำมาใช้ในการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม เสริมอัตลักษณ์” ให้แก่งานในแขนงต่างๆ มากขึ้น การคิดค้นหรือสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องอาศัย “DNA ของงานดีไซน์” ที่มีอยู่ในตัวของเหล่าผู้ประกอบการมาสร้างเป็นจุดขาย เพื่อต่อยอด “จินตนาการและไอเดียตั้งต้น” สู่ขั้นตอนการผลิตเป็นผลงานสุดสร้างสรรค์ ยิ่งได้ผสมผสานเข้ากับจุดแข็งอันโดดเด่นของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเติบโตและได้ซึมซับสมบัติด้านวัฒนธรรมของชาติมาอย่างเต็มเปี่ยม จึงไม่แปลกใจที่วันนี้ความคิดสร้างสรรค์แบบไทยๆ ของผู้ประกอบการหน้าใหม่สายเลือดสยาม จะสามารถก้าวเป็นผลงานดีไซน์ที่ครองใจมหาชนได้ในระดับสากล
     
       เช่นเดียวกับเรื่องราวจาก เหล่า “นักคิด” ที่มาพร้อม “ความฝัน” อันเต็มล้น สู่การบ่มเพาะและพัฒนาไอเดียสร้างสรรค์เพื่อปูทางไปยังเส้นทางสายธุรกิจภาย ใต้โครงการ “ต่อยอดสินค้าทำมือ สู่ตลาดทำกิน” ที่จัดขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ซึ่งช่วยต่อยอดให้เหล่านักประกอบการรุ่นใหม่ได้มองเห็นถึง “ศักยภาพ” ที่มีอยู่ในตัวตน อันนำมาซึ่งหนทางสู่ความสำเร็จ อย่างเช่น 4 มุมมองต้นแบบในการแปลงโฉม“ไอเดียไทยๆ” ให้กลายเป็นผลงานที่มีดีไซน์แปลกตา
       ******โปสการ์ด 3D เก็บกรุงเทพฯ เป็นของที่ระลึก ********
     
       เริ่มต้นด้วยไอเดีย “โปสการ์ด 3 มิติ” ภายใต้ชื่องานว่า “กรุงเทพ 3 มิติ” อันเป็นผลงานทางความคิดที่เกิดขึ้นจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง “ความชอบ” และ “โอกาสทางธุรกิจ” ของ “ปิยทรรศ ธันธนาพรชัย” บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รั้วจามจุรี ที่ชูจุดขายด้วยการดีไซน์ที่แตกต่างไปจากโปสการ์ดที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด
ปิยทรรศ ธันธนาพรชัย
      
       ปิยทรรศ ได้บอกเล่าไอเดียของโปสการ์ดแบบป๊อปอัพ “กรุงเทพ 3 มิติ” ต้องการนำเสนอเสน่ห์เมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งมีวัฒนธรรมหลากหลาย โดยการนำเป็นภาพป๊อปอัพ 3 มิติ ช่วยให้เกิดมุมมองใหม่ ด้านสถาปัตยกรรมสำคัญในกรุงเทพฯ
       ทั้งนี้ ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เบื้องต้นทำเป็นลักษณะของหนังสือป๊อปอัพรวมรวบเฉพาะสถาปัตยกรรมเด่นๆ ในกรุงเทพฯ ไม่ได้คิดว่าจะเอามาต่อยอดทำขาย จนวันหนึ่งได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของ TCDC และได้รับคำแนะนำในการต่อยอดไอเดียสู่การทำธุรกิจ ทำให้หนังสือป๊อปอัพที่เดิมใช้เทคนิคการออกแบบที่สมจริง เน้นทุกรายละเอียดของสถานที่ และพิมพ์ 4 สี เป็นเหตุให้มีต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูง ถูก แปลงสภาพเป็น “โปสการ์ด” สำหรับใช้เป็นของที่ระลึก เพื่อให้หวนคำนึงถึงกรุงเทพฯ ภายใต้คอลเลกชั่น “Amazing Thailand: Wonderful Street & Food”
       รูปแบบของโปสการ์ด “กรุงเทพ 3 มิติ” ได้เพิ่มรูปแบบจำลองสถานที่ในกรุงเทพฯ และสัญลักษณ์ต่างๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม อาทิ ตลาดน้ำ ภูเขาทอง รถตุ๊กตุ๊ก เรือนไทย ช้างไทย พร้อม ลดต้นทุนด้วยการพิมพ์เพียงสีเดียว แต่ได้เพิ่มลูกเล่นสนุกๆ ให้กับลูกค้าด้วยแนวคิด DIY โดยลูกค้าที่ซื้อการ์ดไปสามารถออกแบบและมีส่วนร่วมตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์หลาก หลายลวดลายตามใจชอบ จากคำแนะนำในวันนั้นทำให้ “โปสการ์ด” ของนักคิดรายนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติที่แวะเวียน เข้ามาเที่ยวในเมืองไทย
      
หุ่นยนต์ไม้ ”ตุ๊กตุ่นตึ๋ง”
       ******* ”ตุ๊กตุ่นตึ๋ง” หุ่นยนต์ไม้ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานแจ๋ว *************
     
       ธนานพ แสงอรุณ เจ้าของไอเดียแปลงเศษไม้เป็นหุ่นไม้ แฮนด์เมด หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการของ TCDC ได้บอกเล่าถึงที่มาของผลงานว่า ด้วยความรักในการ์ตูนและงานศิลปะ ผนวกกับความหลงใหลในหุ่นยนต์ของเล่นที่สะสมไว้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะนำเอาความรู้สึกนั้นๆ กลับมา โดยถ่ายทอดผ่านผลงาน “ตุ๊กตุ่นตึ๋ง” หุ่นไม้แฮนด์เมดจากเศษไม้ที่เหลือจากโรงเลื่อยในราคาไม่กี่บาท ถูกนำมาแปลงร่างวาดลวดลายตามจินตนาการลงบนแผ่นไม้ในแต่ละก้อน
       จากเดิมที่เคยตั้งใจทำเป็นแค่ของขวัญ ให้กับเพื่อนๆ ในวันเกิด ด้วยคอนเซ็ปต์ “ของขวัญชิ้นเดียวในโลก” TCDC ก็ได้จุดประกายความคิดให้ต่อยอดเป็นสินค้าที่คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ในโอกาส ต่างๆ ได้มากขึ้น
     
       ผลงานยุคบุกเบิกเคยทำเป็นหุ่นยนต์ไม้ตัวใหญ่ ใช้แค่ตั้งโชว์ ก็ได้ปรับให้มีขนาดเล็กลงและเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานให้มากขึ้น เช่น ทำเป็นโคมไฟติดผนัง โคมไฟตั้งโต๊ะ พร้อมเพิ่ม รายละเอียดให้ตุ๊กตุ่นไม้ดูมีสีสันและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นด้วยการใช้ วัสดุเหลือใช้ เช่น น็อต ตะเกียบรถจักรยาน สวิตช์ไฟ กรวยพลาสติก ฯลฯ และหลังจากปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้เจ้าหุ่นยนต์ไม้ตุ๊กตุ่นตึ๋งแล้ว ก็ทำให้สินค้าติดตลาดและมีคนสนใจสั่งทำมากยิ่งขึ้น”
       ********* ไดอารี่เพื่อนรัก สื่อความรู้สึก ทุกหน้ากระดาษ *******
     
       ต่อด้วยผลงานการออกแบบของ “เดือน จงมั่นคง” ทายาท “จิตต์ จงมั่นคง” ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่ายศิลปะ) ที่ฉายแวว “ความแตกต่าง” จากการจัดแสดงผลงานจบการศึกษาในเทศกาลปล่อยแสง 4 เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเดือนเลือกนำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวันและบอกเล่าความรู้สึกผ่านภาพ ถ่ายและการบันทึกทุกอย่างลงในศิลปนิพนธ์การออกแบบหนังสือภายใต้ชื่อ “ไล้สาระ” ซึ่งเป็นหนังสือแจกฟรีฉบับพกพา โดยมีที่มาจากกระเป๋าใบเก่าของคุณย่า ที่สื่อถึงเรื่องราวความผูกพันของครอบครัว
“เดือน จงมั่นคง
      
       ด้วยความโดดเด่นและความสามารถเฉพาะตัวของเธอ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้หลากหลายแขนง ทำให้เดือนมีโอกาสนำไอเดียเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นผลงานสมุดบันทึก “ไดอารี่เพื่อนรัก” ที่ มีความแตกต่างจากไดอารี่ทั่วไปตรงที่หน้ากระดาษทุกๆ หน้าจะสามารถสื่อสารพูดคุยกับเจ้าของสมุดได้ ผ่านการเรียบเรียงข้อความสั้นๆ ให้เป็นเสมือนประโยคคำถาม พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกทั้งในเชิงเข้าอก เข้าใจ สร้างกำลังใจ สลับกับการจัดวางภาพถ่ายด้วยฝีมือการถ่ายภาพของเดือนเอง
       “ทุกๆ ภาพล้วนสะท้อนถึงช่วงชีวิตและสิ่งที่เราพบเห็นในแต่ละวัน จะได้เห็นว่ากระดาษทุกแผ่นและข้อความสั้นๆ ทุกประโยคในสมุดเล่มนี้ จะเป็นเหมือนตัวแทนของชีวิตและสามารถเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันกับเจ้า ของสมุดได้ในทุกที่ทุกเวลา” เจ้าของไอเดีย เผย
       และนี่คือ จุดแตกต่างที่สามารถสร้างความโดดเด่นและครีเอทจุดขายให้ไดอารี่ สามารถดึงดูดใจให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจและอยากเป็นเจ้าของ
       ************* ศักยภาพน้ำอบไทย โฉมใหม่สไตล์สากล *********
     
       ต่อด้วยอีกหนึ่งไอเดียโดดเด่นที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยแท้ของ “แจ่มกมล” แบรนด์น้ำอบไทย สูตรต้นตำรับชาววังที่สร้างสรรค์โดย “ทิพย์กมล บูลภักดิ์” ทายาท “ป้าแจ่ม” ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าจอมประคอง พระสนมลำดับที่ 44 ในรัชกาลที่ 5 ได้บอกเล่าถึงที่มาของการถ่ายทอดมรดกทางปัญญาจากป้าแจ่มในการสร้างสรรค์ “น้ำอบไทยสูตรชาววัง” ให้ฟังว่า
       “น้ำอบไทยก็เหมือนน้ำหอมต่างประเทศที่เราใช้กัน ในปัจจุบัน แต่ด้วยค่านิยมของคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่จะมองว่า น้ำอบไทยเป็นของที่ดูล้าสมัย และเหมาะกับคนสูงวัย หรือใช้เพียงแค่ในการสรงน้ำพระ และในโอกาสไหว้ญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทยแต่เพียงเท่านั้น ตัวเราเองก็พยายามที่จะอนุรักษ์และคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่งภูมิปัญญาของ บรรพบุรุษไทย” ทิพย์กมล ระบุ
ทิพย์กมล บูลภักดิ์
      
       ทั้งนี้ โจทย์สำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้น้ำอบไทยดูเป็นสากลและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น พยายามหาช่องทางในการสร้างการรับรู้ไปยังคนในหมู่กว้าง ซึ่งจากคำแนะนำของ TCDC ที่กระตุ้นให้เราได้มองถึงโอกาสในการเติบโตของตลาด ประกอบกับที่ได้รับการพัฒนาเรื่องบรรจุภัณฑ์ การปรับเปลี่ยนโลโก้ รวมถึงคำแนะนำในการทดลองออกแบบฉลากและดีไซน์ขวดใหม่ให้ดูทันสมัยน่าใช้มาก ยิ่งขึ้น ตลอดจนการเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มส่วนผสมของ “น้ำมันงา” และเพิ่มกลิ่นดอกไม้เข้าไป พร้อมกับปรับ positioning ของสินค้าจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องหอมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ บำรุงผิวได้ด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ทั้งหมดนี้ ทำให้ “แจ่มกมล” ก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ทำให้ “น้ำอบไทย” สามารถขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีและผลิตภัณฑ์โดยคน ไทยก็ได้รับการยอมรับจากตลาดมากยิ่งขึ้น
    
       ทั้ง 4 รายข้างบน เป็นต้นแบบสำหรับผู้ใช้ไอเดียเป็นใบเบิกทาง ได้รับการต่อยอดจากหน่วยงานภาครัฐ โดยโอกาสดีๆ เช่นนี้ TCDC ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่พร้อมเปิดรอให้เหล่านักคิดนักสร้างสรรค์ได้มีโอกาส แสดงออกซึ่งพลังทางความคิด โชว์ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวได้อย่างอิสระ และพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยง ช่วยต่อยอดให้เหล่านักคิดคนไทย กล้าที่จะ “แตกต่าง” เพื่อสร้าง “ความโดดเด่น” พร้อมทั้งผลักดันและแปลงโฉมให้ไอเดียไทยๆ สามารถก้าวไกลในระดับสากล
     
       สำหรับผู้สนใจ สินค้าจาก 4 สุดยอดนักคิด รวมถึง อยากได้รับความช่วยเหลือจาก TCDC ไปดูหรือติดต่อได้ที่ TCDC Shop ตั้งอยู่ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ห้างเอ็มโพเรียม โทร.02-664-7667                                                                                                                                                                                                                                                           credit : http://www.manager.co.th/                                                                                 



Read More...


ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer





MASK รุ่นสายคล้องคอ







MASK รุ่นสายคล้องคอ. ��รุ่นนี้เป็นที่นิยมใช้กันมาก #ขายดีมาก
ทำจากผ้าคอตตอนแท้ 100%  ไม่ผสม เนื้อผ้านุ่ม 
3 ชั้น. สวมใส่พอดีกับใบหน้า ไม่เจ็บหู มีสายคล้องคอปรับได้
เวลาถอดออก ไม่ต้องกลัวลืม เพราะถอดแล้วคล้องคอไว้ได้
บรรจุในถุงซิปฟรอย์อย่างดี
ราคาชิ้นละ. 59. บาท. ไม่รวมส่ง 
มีหลายสีให้เลือกนะคะ   สนใจทักแชทขอดูสีผ้าได้นะคะ
หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน หรือ สนใจสั่งไปจำหน่าย 
มีเรทราคาส่งค่ะ

-> id line : noeyhorm_06
#มีวางจำหน่ายหน้าร้านชานมไต้หวันมาราชาสาขาจรัญ44


ร้านมาราชาชานมไข่มุก สาขาจรัญสนิทวงศ์ 44
● รับบัตรสะสมครบ 10 แก้ว แลกรับฟรี 1 แก้ว
● สั่งเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN, Foodpanda ,GET ...ถึงมือปั๊บพร้อมดื่มปุ๊บ!
● อัพเดทโปรโมชั่นใหม่ๆ รสชาติใหม่ ตลอดเวลา
● มีเมนูให้เลือก 40 กว่าเมนู : https://bit.ly/2Z9iqV0










































 
Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks
Do it your self,handmade,HandiCraft,งานฝีมือ,อาชีพเสริม,ช่องทางทำเงิน บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.